นกฮูก

THE OWL STORIES
เมื่อ ฮ. นกฮูก ไม่ได้มีดีแค่ตาโต

จินตนาการของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกัน เช่น หากกล่าวถึงนกฮูก ในความคิดของบางคนก็คงจะมีภาพของความโชคร้ายและความอัปมงคลเข้ามาในหัว ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับนึกถึงสัตว์เลี้ยงคู่ใจของเหล่าบรรดาพ่อมด แม่มด ณ โรงเรียนฮอกวอตส์ ดังนั้นนกฮูกจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์นำมาเปรียบเปรยเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสะท้อนเรื่องราวต่างๆ ที่ร้อยเรียงไปกับวิถีชีวิตของตนเอง กระทั่งในปัจจุบันที่ความน่ารักน่าชังของแก๊งค์นกฮูกได้ออกสู่สายตาของผู้คนยิ่งขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อที่มีต่อสัตว์ชนิดนี้เปลี่ยนไป จนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า...

 

ถูกต้องแล้วหรือไม่ ? ที่คน
หันมาเลี้ยงนกฮูก

นกแสก

นกฮูก กับ นกแสก ความฝาแฝดที่ชวนสับสน

เมื่อเปรียบเทียบจากสรีระและสายพันธุ์ต้นกำเนิดแล้วทั้งนกฮูกและนกแสกจัดอยู่ในวงศ์ชนิดเดียวกันคือ ‘นกเค้า’ (Tytonidae)  ซึ่งจะมีสัญชาตญาณของนักล่าคล้ายกับเหยี่ยวและอีกา เห็นได้จากปากที่แหลมงุ้มและกรงเล็บที่แหลมคม โดยมีประโยชน์มากต่อการดำรงชีวิต เนื่องจากส่วนใหญ่นกชนิดนี้ไม่มีฟัน จึงต้องใช้ปากและกรงเล็บในการฉีกอาหารให้เป็นชิ้นก่อนที่จะกลืนเข้าท้อง อาหารจานหลักของนกเค้าคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก โดยเฉพาะหนูและแมลงที่จัดว่าเป็นเมนูอันโอชะของพวกมัน ด้วยเหตุนี้นกเค้าจึงมีประโยชน์ในฐานะที่ช่วยเกษตรกรคอยกำจัดหนูที่กัดกินรวงข้าวในท้องนาได้

หลายคนอาจเคยได้ยินว่านกฮูกและนกแสก คือสัญลักษณ์ของความโชคร้าย ถึงขนาดที่คนโบราณขนานนามพวกมันว่า ‘นกผี’ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วก็ไม่ใช่คำเปรียบเปรยลอยๆ อย่างขาดที่มาที่ไปแต่อย่างใด เนื่องจากธรรมชาติของนกกลุ่มนี้จะใช้เวลากลางวันเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา และตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการบินโฉบอยู่บนท้องฟ้า ส่งเสียงร้องกู่ก้องเพื่อแสดงอาณาเขต รวมทั้งออกล่าเหยื่อท่ามกลางความมืดมิด

ซึ่งลักษณะทางร่างกายที่ธรรมชาติมอบให้นกฮูกนี้ ช่างเหมาะสมที่จะทำให้พวกมันกลายเป็นหนึ่งในนักล่าที่น่าเกรงขามในหมู่ของสัตว์น้อยใหญ่เช่นกัน

‘ดวงตา’ อาวุธลับของการออกล่า

ว่ากันว่าดวงตาของมนุษย์มีขนาดใหญ่เพียงแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ของนกฮูกเท่านั้น จากดวงตาที่กลมโตนี้เองที่ทำให้สามารถรวบรวมแสงได้มาก จอประสาทตามีเซลล์รับแสงซึ่งพร้อมส่งข้อมูลไปสู่สมองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้กลไกพิเศษในการปรับตัวของม่านตา ทำให้นกฮูกสามารถมองเห็นได้ชัดกว่ามนุษย์ถึงสองเท่า จึงเป็นเรื่องยากที่สัตว์ขนาดเล็กจะซ่อนตัวได้พ้นจากสายตาของพวกมัน โดยเฉพาะกับนกฮูกสีน้ำตาล ที่เป็นนักล่าระดับพระกาฬในยามราตรี เนื่องจากมีความสามารถในการจดจำเส้นทางได้ดีมาก จึงทำให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ ทั้งๆ ที่มองไม่เห็น

สัญชาตญาณการได้ยินที่ไม่เป็นรองใคร

พบอย่างเด่นชัดในนกฮูกที่โตเต็มวัย และในกลุ่มที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นและปกคลุมไปด้วยหิมะ ส่งผลให้ยากต่อการออกหากินในยามค่ำคืน ดังนั้นพวกมันจึงจำเป็นต้องออกล่าในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยสันทัดด้านการมองเห็นเท่าที่ควร การบินโดยที่มองไม่เห็นนี้ ไม่สามารถหยุดสัญชาตญาณนักล่าในตัวเหล่านกฮูกได้ ดังนั้นการใช้หูเพื่อฟังเสียงเหยื่อที่พลางตัวอยู่ใต้หิมะ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการมีชีวิตรอด 

ความน่าอัศจรรย์ของศีรษะ
ที่หมุนได้เกือบหนึ่งรอบ

นกฮูกสามารถหมุนบริเวณศรีษะและลำคอของตัวมันเองได้ถึง 270 องศา นับเป็นกลไกทางร่างกายที่น่าอัศจรรย์ไม่น้อย เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณคอของพวกมันมีความซับซ้อนและยืดหยุ่นกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า ทำให้สามารถหมุนคอได้จนเกือบเป็นวงกลม โดยที่เลือดยังคงไปเลี้ยงสมองได้ปกติ

ความเชื่อ

นกฮูกกับสัญลักษณ์และความเชื่อ

แม้ว่าธรรมชาติของนกฮูกจะไม่ใช่สัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์เท่าไหร่นัก แต่พวกมันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเชื่อของมนุษย์อย่างแยบยล ซึ่งไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อเรื่องโชครางกับนกชนิดนี้ ในชาติอื่นๆ ทั่วโลกก็นำนกฮูกมาเป็นตัวแทนที่ให้ความหมายแตกต่างกันไป

คนไทยมีความเชื่อแต่โบราณว่า เมื่อนกแสกหรือนกฮูกบินไปเกาะที่บ้านหลังไหน พร้อมส่งเสียงร้องกุ๊กกู่ จะถือว่าเป็นลางร้ายของบ้านนั้น หากมีคนที่เจ็บป่วยอยู่จะต้องเสียชีวิตภายใน 3-7 วัน ส่วนชาวกรีกและโรมันก็มีความเชื่อที่คล้ายกัน โดยพวกเขาใช้นกฮูกเป็นตัวแทนของความมืด เป็นสัญลักษณ์ของซาตานและความตาย

แต่ในประเทศอินเดียกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขาเชื่อว่านกฮูกเป็นพาหนะของพระนางลักษมี ซึ่งสื่อสัญลักษณ์ของภูมิปัญญา โชคลาภ และการเกษตร

ด้านประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษ ใช้นกฮูกเป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาด สติปัญญาและความโชคดี โดยนกฮูกนั้นเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองฮอกไกโด ในประเทศญี่ปุ่น นับว่าเป็นจุดเด่นที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาซื้อของที่ระลึกและบรรดาเครื่องรางนำโชคลวดลายนกฮูกได้ ถัดมาที่ความเข้มข้นของกีฬาฟุตบอลในประเทศอังกฤษ จากการเลือกใช้นกฮูก หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่านกเค้าแมว มาเป็นสัญลักษณ์ประจำทีมเชฟฟิลด์ เวนสเดย์ (Sheffield Wednesday F.C.)  สมกับฉายา ‘นกเค้าแมว’ ที่ทีมลูกหนังจากดินแดนผู้ดีอังกฤษได้รับไป  

ส่องความน่ารักของนกฮูก 5 ชนิด

นกแสก

นกแสก (Barn Owl)

เหตุที่ไม่ถูกเรียกว่านกฮูกเหมือนกับเพื่อนพ้องตัวอื่น เป็นเพราะว่าเวลาออกหากินตอนกลางคืนมักส่งเสียงร้องดัง ‘แสก!-แสก! ดังนั้นคนไทยจึงตั้งชื่อให้ว่า ‘นกแสก’ นั่นเอง นกชนิดนี้มีใบหน้ากลมแบน สีขาว มีขนาดลำตัวที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดถึง 1 ฟุต เพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย มีจุดที่เล็กๆ บนใบหน้าและลำคอ ที่ช่วยบ่งบอกถึงสุขภาพของเพศเมีย โดยหากมีจุดที่บริเวณดังกล่าวเยอะ แสดงว่ามีสุขภาพที่แข็งแรงดี

นกฮูกเบอร์โรวิ่ง

นกฮูกเบอร์โรวิ่ง (Burrowing Owl)

เป็นนกฮูกขนาดเล็กที่สุด และเป็นสายพันธุ์ที่พบน้อยมากในปัจจุบัน ความน่าสนใจของนกตัวนี้คือ สามารถออกหาอาหารที่พื้นดินในเวลากลางวันได้  และชอบอาศัยอยู่ในโพรงหรือรังของสัตว์อื่น Anthony Bucci ช่างภาพมืออาชีพเดินทางไปถ่ายภาพเจ้านกตัวนี้ในประเทศแคนาดา และได้ภาพน่ารักชวนเอ็นดูคือ มันยืนเกาะกิ่งไม้ด้วยขาข้างเดียว ซึ่งการยืนเพียงขาข้างเดียว และนำขาอีกข้างซุกเข้าไปใต้ปีก สลับไปทีละข้าง เป็นการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทั้งนี้สามารถพบนกฮูกชนิดนี้ได้ในแถบประเทศอเมริกาตอนใต้ และประเทศแคนาดา

นกฮูกยูเรเชียน อีเกิล

นกฮูกยูเรเชียน อีเกิล (Eurasian Eagle Owl)

เป็นนกฮูกขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงและน่าเกรงขาม ติดอันดับนักล่าที่สุดยอดในยามค่ำคืน มีขนสีน้ำตาล เมื่อกางปีกแล้วสามารถกว้างได้ถึง 2 เมตรเลยทีเดียว ความแข็งแรงของมันไม่เพียงแต่เลือกหนูและกระต่ายเป็นอาหารเท่านั้น เพราะแม้แต่หมาป่ากับกวางก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากสัญชาตญาณนักล่านี้ได้ นกฮูกยูเรเชียน อีเกิลเป็นพันธุ์ที่หายากเพราะว่าชอบสร้างรังอยู่ในถ้ำและหน้าผา มักอาศัยอยู่ในพื้นที่กึ่งทะเลทราย พบได้ในตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป

นกฮูกลอง เอียร์

นกฮูกลอง เอียร์ (Long eared Owl) 

ถึงคราวของนกฮูกที่มีขนปุกปุยกันบ้าง สำหรับพันธุ์นี้มีจุดเด่นที่มีขนยาวบนศีรษะและยื่นออกมาคล้ายหูของสัตว์ ซึ่งลักษณะทางกายภาพนี้จะช่วยทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติ มักขโมยโพรงของนกตัวอื่นมาเป็นรังของตัวเอง นกฮูกพันธุ์นี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในแถบทวีปแอฟริกาเหนือ ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปเอเชีย

นกฮูกแคระ

นกฮูกแคระ (collared owlet)

เป็นนกฮูกขนาดเล็กที่พบได้ในประเทศไทย มีรูปร่างน่ารัก ลำตัวอ้วนกลม มีขนปกคลุมหนานุ่น หัวกลมโต แต่ภายใต้รูปร่างและหน้าตาที่น่ารักนั้น นกฮูกแคระกลับซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะว่ามันสามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดพอๆ กัน จนถึงตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ ดังนั้นนอกจากหนูและเหล่าแมลงตัวเล็กแล้ว นกฮูกแคระยังโปรดปรานนกชนิดอื่นที่มีขนาดเล็กด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถพบนกชนิดนี้ได้ในบริเวณป่าดงดิบชื้น ในประเทศไทยพบมากในภาคใต้เรื่อยมาจนถึงแถบคาบสมุทรมลายู

 

นกฮูก กับหน้าที่ใหม่เพื่อเอาใจคนรักสัตว์

เรียกได้ว่ากระแสเลี้ยงสัตว์แปลก กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งนกฮูกได้กลายเป็นสัตว์ที่คนอยากหามาเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองเช่นกัน โดยเฉพาะเจ้านกฮูกแคระ ที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก เชิญชวนให้ผู้หญิงและเด็กที่รักสัตว์อยากหาเจ้านกชนิดนี้มาเลี้ยงเพื่อคลายเหงาบ้าง

Owl

แต่ช้าก่อน! ….เพราะนกฮูกเป็น
สัตว์ป่าคุ้มครอง 
ห้ามครอบครอง
(เลี้ยง) ห้ามซื้อ-ขาย


แต่ในกลุ่มคนเลี้ยงนกและคนที่ชื่นชอบสัตว์แปลกนั้น ขอแนะนำให้เลี้ยงนกนำเข้าที่ถูกกฎหมาย ซึ่งนกในกลุ่มนี้จะไม่ได้ถูกจับมาจากธรรมชาติ แต่ได้รับการเพาะพันธุ์มาเพื่อการเลี้ยงดูและสามารถฝึกให้เชื่องได้

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงนกสักหนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธรรมชาติของนกเป็นสัตว์ที่รักอิสระ แม้จะได้รับการฝึกให้เชื่อง จนสามารถรับฟังคำสั่งของมนุษย์ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกกักขังให้อยู่แต่เพียงในกรงหรือว่าในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เท่านั้น การหาโอกาสให้ได้ฝึกบินและออกล่าเหยื่อบ้าง จะทำให้นกไม่เซื่องซึมและไม่ลืมสัญชาตญาณของตัวเอง

ด้านการให้อาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากว่านกฮูกเป็นสัตว์ที่กินเนื้อ ดังนั้นผู้เลี้ยงจะสามารถให้หนูแช่แข็งและกระรอกแช่แข็งได้ แต่การให้พวกมันกินแต่เนื้อสัตว์ประเภทเดิมซ้ำๆ ก็เป็นเหมือนกับการฝืนธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้นกฮูกที่ถูกเลี้ยงมีอายุสั้นกว่านกฮูกที่ใช้ชีวิตเองตามธรรมชาติ

จากเงื่อนไขต่างๆ ที่กล่าวมา น่าจะสามารถไขข้อสงสัยให้แก่คนที่คิดจะนำนกฮูกมาครอบครองได้ เพราะว่าสัตว์ที่มีหน้าตาน่ารักทุกตัวไม่ได้เหมาะสมต่อการถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยง

ท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวของนกฮูกกำลังสอนมนุษย์อย่างเราอยู่ว่า ธรรมชาตินั้นสวยงามได้อย่างที่มันเป็น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องครอบครอง



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD The Owl Stories : เมื่อ ฮ. นกฮูก ไม่ได้มีดีแค่ตาโต