หมูแคระ

Miniature Pig เลี้ยง หมูแคระ
นำโชคฟินๆ ปีหมูดิน 2562

เมื่อปฏิทินทำหน้าที่จบจนครบปี พ้นจากปีจอ 2561 ก็เตรียมเข้าสู่ปีกุน หรือ ปีหมู 2562 อย่างเป็นทางการ โดยตามความเชื่อเรื่องปีนักษัตร ปี 2562 นี้จะตรงกับ ‘ปีหมูดินเพศเมีย’ ซึ่งนอกจากการเข้าวัดทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีกุนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยนำโชคในปีนี้ได้อย่างแน่นอนคือการเลี้ยงหมู แต่หมูที่ว่านั่นคือเจ้า ‘หมูแคระ’ ตัวเล็กสีชมพู ที่จากลาปศุสัตว์เข้ามาร่วมชายคาเดียวกันกับคน เข้ามาขโมยความรัก และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของมนุษย์

หมูแคระเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านที่โด่งดังมาจากการที่ดาราต่างประเทศนิยมเลี้ยงกัน ไม่ว่าจะเป็นเดวิด แบ็ตแฮม, ปารีส ฮิลตัน หรือ รูเพิร์ท กรินท์ซึ่งทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้กระแสความนิยมของหมูแคระเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการเลี้ยงหมูแคระนั้นก็ไม่ได้แพร่หลายมากนักในประเทศไทย แต่ด้วยเฉลียวฉลาด ขี้เล่น และแสนซนเกินใคร ทำให้เจ้าสัตว์ชนิดนี้มีเสน่ห์และน่าหลงใหลไม่แพ้สัตว์เลี้ยงในบ้านชนิดไหนๆ เลย ถ้าอย่างนั้นเราไปดูความน่ารักของหมูแคระและรู้จักกับพวกเขาให้มากกว่านี้กันดีกว่า

'หมูแคระ' นอนกลางดินกินทุกมื้อ

‘หมูแคระ’ หรือ ‘หมูจิ๋ว’ เป็นหมูที่มีขนาดเล็กกว่าหมูทั่วไปและลักษณะโดยรวมก็แทบไม่ต่างอะไรจากหมูปกติเลย แต่จุดเด่นของพวกมันก็คือจมูกสีชมพูอ่อน ดวงตาใสแจ๋ว ขาสั้น และหูขนาดเล็กตั้งตรงที่เป็นสัญลักษณ์ของหมูแคระ หมูแคระจะมีความสูงประมาณ 16-17 นิ้ว น้ำหนักตัวอยู่ที่ 65 ปอนด์ หรือเกือบ 30 กิโลกรัม ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพแล้วขนาดของมันคงพอๆ กับหมาพันธุ์พุดเดิ้ลที่ใครหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ถึงแม้จะชื่อหมูแคระแต่ตอนที่พวกมันเติบโตเต็มวัยนั้น ก็สามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 150-180 ปอนด์ หรือราวๆ 75 กิโลกรัม ความพิเศษของหมูแคระที่บางคนอาจจะยังไม่รู้คืออายุเฉลี่ยพวกมันอยู่ที่ 5-10 ปี แต่บางตัวก็มีอายุขัยได้นาน 15-20 ปีเลยทีเดียว

กว่าจะมาเป็น หมูแคระ

ว่ากันว่าสายพันธุ์ของหมูแคระมีขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 เกิดจากฟาร์มหมูแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษที่นำหมูหลากหลายสายพันธุ์มาผสมพันธุ์กัน โดยใช้ระยะเวลานานกว่า 9 เดือน และผสมพันธุ์มากถึง 24 ครอก เพื่อให้ได้ลูกหมูขนาดเล็กหรือหมูแคระ ทั้งยังมีการตั้งชื่อสายพันธุ์หมูที่ผสมพันธุ์ได้ว่า “Teacup Pig” เพราะตอนที่คลอดออกมาเจ้าหมูพันธุ์นี้มีขนาดเล็กเทียบเท่ากับถ้วยน้ำชา ไม่นานนักการเลี้ยงหมูแคระก็เป็นที่นิยมและค่อยๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มีการพัฒนาและดัดแปลงสายพันธุ์ ตลอดจนขยายฟาร์มหมูไปทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งก็มีอิทธิพลไปถึงอเมริกา รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปด้วย ย้อนไปเมื่อสมัย 5-6 ปีก่อน หมูแคระถูกนำเข้ามาในประเทศไทยด้วยราคากว่า 300,000 บาท แต่เมื่อประเทศไทยมีฟาร์มที่สามารถเพาะพันธุ์หมูแคระได้ บวกกับหมูแคระมีอัตราการรอดสูง และมีสายพันธุ์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาหมูแคระที่ถูกนำเข้าค่อยๆ ปรับลดลงเรื่อยๆ ซึ่งการจะซื้อหมูแคระมาเลี้ยงสักตัว แน่นอนว่าซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ในประเทศไทยนั้นจะมีราคาถูกกว่าการนำเข้า

จากปศุสัตว์สู่อุ่นไอรักในบ้าน
ควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจเลี้ยง 'หมูแคระ'


สร้างความคุ้นเคย

วันแรกที่คุณนำเจ้าหมูแคระเข้าบ้าน พวกเขาจะมีความรู้สึกตื่นกลัวและไม่คุ้นชินกับสถานที่ ภาพรวมอาจจะดูทุลักทุเล เพราะหมูแคระก็ต้องการการปรับตัวเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งสภาพแวดล้อมใหม่อาจส่งผลต่อความเครียดของพวกเขา สิ่งที่ผู้เลี้ยงสามารถทำได้คือนั่งที่ีพื้นข้างๆ ค่อยๆ เพิ่มความคุ้นเคยด้วยการลูบหัวหรือกอด จะช่วยลดความกลัวและทำให้หมูแคระรู้สึกดีขึ้น ถ้าอยากให้หมูแคระไว้ใจผู้เลี้ยงมากขึ้น ช่วงแรกๆ คงจะต้องป้อนอาหารด้วยมือไปก่อน แม้จะต้องทนเปื้อนมือสักหน่อย แต่ 2-3 วันให้หลัง พวกเขาจะค่อยๆ ปีนขึ้นมากินอาหารในมือของผู้เลี้ยงเอง แต่ถ้าอยากเอาใจหมูแคระก็ต้องหาที่นอนนุ่มๆ ให้กับพวกเขา เพราะกิจกรรมยามว่างของพวกเขานอกจากการเดินวนรอบบ้านแล้ว คือการขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและที่นอนนุ่มๆ ถ้าผู้เลี้ยงทำถูกใจหมูแคระ สิ่งที่ได้ตอบแทนคือความสนิทสนม และการจะได้หมูแคระเป็นเพื่อนซี้ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก

ฉลาดและฝึกฝนได้

ตามสัญชาตญาณของสัตว์ อาจทำให้สัตว์บางชนิดดื้อและมักจะทำอะไรตามอำเภอใจ แต่สำหรับหมูแคระนั้น ผู้เลี้ยงหายห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย ข้อดีของการเลี้ยงหมูแคระคือไม่ต้องมาอบรมบ่มนิสัยหรือฝึกสอนอะไรมากมาย เพราะหมูแคระเป็นสัตว์ที่ฉลาด ฝึกฝนง่าย และเรียนรู้เร็ว บางคนถึงกับบอกว่าความฉลาดของหมูแคระพอๆ กับลิงและปลาโลมาเลยทีเดียว ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถฝึกฝนให้พวกเขาทำสิ่งต่างๆ ได้ไม่ต่างอะไรจากหมาและแมว แถมหมูแคระยังเข้ากับคนง่าย เป็นมิตร กระตือรือร้น ขี้เล่น และสนุกสนานอีกด้วย การฝึกฝนหมูแคระก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งฝึกให้พวกเขานั่ง ฝึกให้นอนกลิ้งไปมา ฝึกให้เล่นฟุตบอล หรือจะฝึกให้โดนอุ้มแบบไม่ร้องไห้ก็ยังได้ ซึ่งการฝึกที่สำคัญที่สุดคือการฝึกให้พวกเขาเคารพเจ้าของและเรียนรู้กฎระเบียบต่างๆ ภายในบ้าน แต่ผู้เลี้ยงก็ต้องให้ของขวัญหรือรางวัลแก่หมูแคระเป็นการตอบแทนด้วย ข้อควรระวังอย่างหนึ่งในการเลี้ยงหมูแคระ คือห้ามทิ้งพวกเขาให้อยู่คนเดียวตามลำพัง ถึงแม้จะดูสดใสร่าเริง แต่หมูแคระนั้นเป็นสัตว์ที่ขาดความอบอุ่นไม่น้อยเลย

การทำความสะอาด

นิสัยของหมูแคระคือชอบคลุกคลีอยู่กับพื้นดิน แต่พวกเขาก็ไม่ม่ีกลิ่นหรือเห็บหมัดใดๆ จึงง่ายต่อการที่ผู้เลี้ยงจะทำความสะอาด ซึ่งการทำความสะอาดหมูแคระควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และต้องระมัดระวังเรื่องโรคผิวหนังเอาไว้ให้ดี เพราะผิวของหมูแคระเป็นผิวที่แพ้ง่าย ทางที่ดีเมื่ออาบน้ำเสร็จควรทา Baby Oil  ให้พวกเขา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการแตกแห้งของผิว อย่าลืมตัดแต่งกีบหมูในทุกๆ ช่วงอายุ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเท้าของหมูแคระ

อาหารการกิน

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ อาหารหมา อาหารแมว หรืออาหารที่มีรสเค็มจนเกินไป ในทางตรงกันข้ามควรให้อาหารจำพวกผักและผลไม้ เพื่อให้หมูแคระได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน หมูแคระนั้นสามารถกินอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียว ข้าวบาร์เลย์ ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวันดิบ ถั่วที่ปรุงสุก ไข่ หรือแม้แต่นม ซึ่งเวลาที่หิวพวกเขาก็จะไปยืนข้างๆ จานอาหาร พร้อมกับส่งเสียงร้องจนกว่าจะได้รับอาหาร แต่บางครั้งถ้าหิวมากๆ หมูแคระก็ฉลาดมากพอที่จะเรียนรู้วิธีการเปิดตู้เย็นหรือตู้กับข้าว ถ้าพวกเขาคิดว่ามีอาหารซ่อนอยู่ในนั้น ขึ้นชื่อว่า ‘หมู’ พวกเขาจึงเป็นสัตว์ที่ชอบกินอาหารเป็นอย่างมากและสามารถกินได้ตลอดทั้งวัน เมื่อใดที่หมูแคระไม่กินอาหาร นั่นแสดงถึงความผิดปกติและผู้เลี้ยงต้องพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที

สุขภาพ

ถึงแม้จะดูน่ารัก แต่อย่าปล่อยให้หมูแคระอ้วนจนเกินไป เพราะถ้าหมูแคระมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน จะส่งผลให้เกิดโรคข้ออักเสบได้ เพื่อป้องกันความอ้วนผู้เลี้ยงอาจจะต้องหาเวลาว่างพาหมูแคระไปออกกำลังกาย หรือพาพวกเขาไปวิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน ซึ่งจะต้องเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเท่านั้น เพราะว่าผิวของหมูแคระนั้นแพ้ง่าย การโดนแดดหรืออยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัดนั้นเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการป่วยได้ นอกจากนั้นผู้เลี้ยงยังจะต้องถ่ายพยาธิให้กับหมูแคระปีละ 2 ครั้ง และต้องทำหมันในช่วงที่มีอายุระหว่าง 4-6 เดือน เพื่อป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงที่เกิดขึ้น เมื่อถึงช่วงของการสืบพันธุ์

Miniature Pig

ปล่อยให้พวกเขาได้ทำอะไรตามธรรมชาติ

ก่อนที่จะติดสินใจเลี้ยงหมูแคระ ผู้เลี้ยงควรมีพื้นที่บ้านอย่างน้อย 36 ตารางเมตรสำหรับหมูแคระหนึ่งตัว เพื่อให้พวกเขาได้เดิน วิ่งเล่น และใช้พื้นที่อย่างเต็มอิ่ม ซึ่งบางครั้งผู้เลี้ยงก็ต้องปล่อยให้หมูแคระได้ขุดคุ้ยดินตามธรรมชาติบ้าง ถึงแม้จะสกปรกนิดหน่อย แต่การที่พวกเขาได้ทำอะไรตามต้องการ จะช่วยลดความก้าวร้าว หงุดหงิด และอารมณ์ฉุนเฉียวของหมูแคระได้เป็นอย่างดี บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาที่หมูแคระรู้สึกหงุดหงิดนั้นจะแสดงออกอย่างไร คำตอบก็คือพวกเขาจะเอาหัวมาชน หยิก หรือกัดผู้เลี้ยง เพื่อแสดงออกถึงอารมณ์หงุดหงิดและความไม่พอใจนั่นเอง

 

 

สำหรับผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ขนสุนัขหรือขนแมว การเลี้ยงหมูแคระถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่คนส่วนใหญ่เลี้ยงดูหมูแคระได้แค่ 1-2 ปี ก็หมดความรักลงซะแล้ว ทั้งๆ ที่หมูแคระมีอายุขัยเฉลี่ย 5-10 ปีเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงหมูแคระควรคิดให้ดีๆ และสำรวจความพร้อมของบ้าน ตลอดจนโรงพยาบาลหรือคลินิกรักษาสัตว์ เผื่อในยามที่พวกเขาเจ็บป่วยจะได้พาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงที

 

 

 



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Miniature Pig เลี้ยง ‘หมูแคระ’ นำโชคฟินๆ ปีหมูดิน 2562