แมงกะพรุน
 
 
 

IMMORTAL JELLYFISH
โลกใต้ทะเลลับ ชีวิตที่ไม่เคยดับ
ของแมงกะพรุนจิ๋ว

 

แมงกะพรุน สัตว์วุ้นใสในท้องทะเล

แมงกะพรุน หรือ Jellyfish พบได้ในทะเลทุกแห่งทั่วโลก มีทั้งที่อยู่ในน้ำจืด น้ำทะเลตื้น ผิวน้ำ และน้ำทะเลลึก พวกมันเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวโปร่งใสเนื้อนิ่มคล้ายกับวุ้น จึงสามารถมองเห็นทะลุอวัยวะภายในทั้งหมดของพวกมันได้ ลักษณะด้านบนเป็นวงโค้งคล้ายกับร่ม ส่วนด้านล่างตอนกลางเป็นอวัยวะซึ่งทำหน้าที่กินและคอยย่อยอาหาร แมงกะพรุนจะไม่มีเลือด กระดูก หัวใจ หรือแม้แต่สมอง ทั้งร่างกายของพวกมันมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นของแข็ง โดยปกติแล้วพวกมันจะเคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อผลักดัน หดและคลายตัวตามจังหวะ การเคลื่อนที่ของพวกมันคล้ายกับการหุบและกางร่ม ถึงแม้แมงกะพรุนจะดูเป็นสัตว์อ่อนแอและเปราะบาง แต่ความเป็นจริงแล้วพวกมันก็มีพิษสงอันร้ายกาจไม่น้อยเลย แมงกะพรุนจะใช้หนวดและเข็มพิษคอยจับสัตว์เล็กๆ มากินเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปู แพลงก์ตอน รวมถึงแมงกะพรุนด้วยกันเอง แม้กระนั้นก็ยังมีสัตว์บางชนิดที่ล่าแมงกะพรุน เช่น เต่าทะเล ปลาฉลาม หรือปลาทูน่า

พิษร้ายจากแมงกะพรุน

บริเวณหนวดและชายร่มของแมงกะพรุนจะมีเซลล์เข็ม (Stinging Cellและภายในเซลล์จะมีถุงพิษ (Nematocyst) พิษนั้นเป็นอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมสำหรับการล่าเหยื่อและป้องกันตัวของพวกมัน ซึ่งความรุนแรงของพิษแมงกะพรุนแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ แม้พิษของแมงกะพรุนจะทำให้ปวดแสบปวดร้อน แต่ก็ไม่ทำให้ถึงตาย มีแมงกะพรุนเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่มีพิษรุนแรงจนทำให้ตายได้ นั่นคือแมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfishและแมงกะพรุนอิรุคันจิ (Irukandji Jellyfish) โดยแมงกะพรุนกล่องสามารถพบได้ง่ายในแถบอ่าวไทย และถึงแม้อาจจะไม่ใช่แมงกะพรุน 2 ชนิดนี้ แต่หากใครที่มีอาการแพ้ ถ้าเกิดไปสัมผัสเจ้าแมงกะพรุนเข้า ก็อาจเสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน เพราะว่าพิษของแมงกะพรุนนั้นมีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดแดงที่มีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้แมงกะพรุนจะตายแล้ว แต่หนวดของพวกมันก็สามารถปล่อยพิษได้อีก 6-10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

แมงกะพรุนอมตะ

ชีวิตอมตะของแมงกะพรุนจิ๋ว

ตามวัฐจักรแล้วแมงกะพรุนจะตายหลังจากการผสมพันธุ์ เนื่องจากสูญเสียพลังงานไปจนหมด แต่ก็มีแมงกะพรุนอยู่หนึ่งชนิดที่มีชีวิตเป็นอมตะ แมงกะพรุนที่ว่านั้นคือTurritopsis Nutricula หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hydrozoa เป็นแมงกะพรุนที่มีขนาดเล็กเพียง 4.5-5 มิลลิเมตร พวกมันมีกลไกภายในเซลล์ที่เรียกว่า Transdifferentiation หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพเซลล์แบบข้ามชนิดเนื้อเยื่อ หลังจากการขยายพันธุ์มันจึงสามารถย้อนวงจรชีวิตกลับสู่วัยเด็กได้อีกครั้ง ซึ่งในเชิงทฤษฎีแล้วพวกมันจะไม่มีวันแก่ตายไปตามวันเวลา

นักวิทยาศาสตร์จาก The Smithsonian Tropical Marine Institute เผยว่าเจ้าแมงกะพรุนTurritopsis Nutricula มีต้นกำเนิดแถบทะเลแคริบเบียน (Caribbean Seaซึ่งเซลล์ที่ใช้ในการย้อนวัยของเจ้าแมงกะพรุนชนิดนี้ จะพบในอวัยวะที่ซ่อมแซมตัวเองได้ของมนุษย์อย่างเช่นตับ ในขณะที่แมงกะพรุนทั่วไปตายตามอายุขัยหลังจากผสมพันธุ์ แต่เจ้า Turritopsis Nutricula เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์พวกมันจะถอยหลังกลับไปอยู่ในสภาพตัวอ่อนได้อีก มันจึงมีชีวิตเป็นอมตะ นอกจากจะถูกทำร้ายหรือถูกล่า ทำให้ปัจจุบันจำนวนของแมงกะพรุนสายพันธุ์นี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จริงอยู่ที่แมงกะพรุนสายพันธุ์นี้เป็นอมตะ แต่การดำเนินชีวิตของพวกมันก็ตกอยู่ในความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากแมงกะพรุนชนิดนี้มีขนาดเล็ก จึงถูกล่าได้ง่าย แล้วถ้าหากลำตัวหรือบริเวณร่มของพวกมันเสียหาย มันก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเซลล์กลับไปเป็นเด็กได้อีกครั้ง และการที่พวกมันสามารถย้อนกลับไปเป็นโพลิป (Polyp) ได้ นั่นก็แปลว่ามันต้องกลับไปอยู่จุดล่างสุดของห่วงโซ่อาหารอีกที และในบางกรณีที่สภาพน้ำทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน พวกมันอาจจะปรับตัวไม่ทันและตายได้ในที่สุด

Jellyfish

ความอมตะของแมงกะพรุนเป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของกลไกทางธรรมชาติ แต่การที่แมงกะพรุนในปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้น อาจมีผลมาจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งโดยปกติแล้วแมงกะพรุนเป็นอาหารของเต่าทะเล ในขณะที่เต่าทะเลมีจำนวนลดน้อยลง ปริมาณแมงกะพรุนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากมนุษย์ไม่ช่วยกันอนุรักษ์ท้องทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพ เชื่อว่าสักวันหนึ่งระบบนิเวศที่ไม่สมดุล จะไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ใดๆ ให้กับมวลมนุษย์เลย

 

 

 

 
 


tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Immortal Jellyfish โลกใต้ทะเลลับ ชีวิตที่ไม่เคยดับของแมงกะพรุนจิ๋ว