ดูแลน้องหมาในหน้าหนาว

How cold is too cold
for your dog?
ดูแลน้องหมาในหน้าหนาวอย่างไร
ให้ถูกใจเจ้าสี่ขา

อุณหภูมิที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าหนาว ทำให้เจ้าตูบจำนวนมากต้องปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นอย่างในประเทศไทย เช่นเดียวกับเจ้าของที่ต้องคอยหาเทคนิคเพิ่มความอบอุ่นให้เจ้าสี่ขาสุดหวง แต่จะรู้ได้อย่างไร ว่าความเย็นที่เราสัมผัสได้ จะทำให้น้องหมารู้สึกหนาวเหมือนกัน มาไขข้อสงสัยเลยดีกว่า ว่าจริงๆ แล้วอุณหภูมิเท่าไรกันเเน่ ที่เราต้องเริ่มใส่ใจกับ ‘การดูแลน้องหมาในหน้าหนาว’

อุณหภูมิเท่าไรที่น้องหมาเริ่มรู้สึกหนาว

ข้อมูลจากศูนย์ดูแลสุขภาพสัตว์ของมหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่าปัจจุบันยังไม่สามารถกำหนดได้ตายตัวว่าอุณหภูมิเท่าไรที่ทำให้น้องหมารู้สึกหนาวเย็น แต่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างมาคาดคะเนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น

สายพันธุ์

สุนัขที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองหนาว เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky), ซามอยด์ (Samoyed), เซนต์ เบอร์นาร์ด (Saint Bernard), โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever), เยอรมัน เชเพิร์ด (German Shepherd) รวมถึง ชิบะ อินุ (Shiba Inu) ฯลฯ จะสามารถทนอากาศหนาวได้มากกว่าสุนัขในเมืองร้อน หน้าหนาวของเมืองไทยจึงเป็นฤดูที่พวกมันยังเล่นสนุกกันได้อย่างสบายใจ ต่างจากสุนัขพันธุ์ไทย อย่างหลังอาน หรือบางแก้ว ที่ต้องนอนคุดคู้อยู่กับที่เพื่อสะสมพลังงานทำให้ร่างกายอบอุ่นที่สุด โดยบางตัวที่ทนอากาศเย็นไม่ไหวอาจมีอาการเลือดกำเดาไหลออกมาทางจมูกด้วย

ขนาด

รู้หรือไม่สุนัขแต่ละตัวไม่มีรูขุมขน แต่พวกมันสามารถระบายความร้อนได้ทางอุ้งเท้า จมูก และผ่านอาการกระหืดกระหอบเวลาเหนื่อย โดยสุนัขที่มีขนาดร่างกายเล็กจะระบายความร้อนได้ดีกว่าเจ้าตูบไซซ์ใหญ่ แต่นั่นก็ทำให้มันทนหนาวได้ไม่เก่งเท่าเพื่อนตัวบิ๊กด้วยเช่นกัน บางครั้งที่ค่าอุณหภูมิเดียวกัน เราจึงเห็นสุนัขตัวเล็กต้องสวมเสื้อผ้า ในขณะที่ตัวใหญ่ยังคงวิ่งเล่นได้สบาย

ขน

สภาพขนของน้องหมาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และถิ่นกำเนิดของพวกมัน โดยสายพันธุ์จากเมืองหนาวมักมีขนสองชั้น ชั้นในจะเรียงตัวหนาแน่นและสั้นกว่าชั้นนอกจึงให้ความอบอุ่นได้ดีกว่า แต่ก็ทำให้สายพันธุ์เหล่านี้ขี้ร้อนมากกว่าสายพันธุ์ขนสั้น อย่าง ชิวาวา (Chihuahua) หรือบีเกิล (Beagle) เจ้าของจึงต้องหมั่นพามันมาวิ่งเล่นออกกำลัง เพื่อระบายความร้อนในร่างกายเป็นประจำ

สี

อ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ว่า เสื้อผ้าสีเข้มจะดูดความร้อนไว้ได้มากกว่าเสื้อผ้าสีอ่อน ขนซึ่งเปรียบเหมือนเสื้อผ้าของสุนัขก็กักเก็บความร้อนไว้ได้เช่นกัน แม้ช่วงแดดจัดในหน้าร้อนสุนัขที่มีขนสีเข้มจะรู้สึกร้อนมากกว่าเจ้าสี่ขาที่มีขนสีอ่อน แต่เมื่อหน้าหนาวมาเยือนขนที่ว่านี่เองจะกลายเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดของมัน เพราะสามารถกักเก็บความร้อนไว้ได้ดีเวลาที่มันออกไปนอนตากเเดดอุ่นๆ ยามเช้า

สภาพร่างกาย

สภาพร่างกายของสุนัขก็คล้ายร่างกายคนเรา หากยังอยู่ในวัยที่เเข็งแรง กระปรี้กระเปร่า และได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ และกินอาหารที่มีประโยชน์ พวกมันย่อมสามารถทนหนาวได้มากกว่าเจ้าสี่ขาที่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ สังเกตได้เลยว่าบรรดาน้องหมาตัวอ้วนฉุ หรือพวกที่ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นสนุกนอกบ้าน มักนอนเฉื่อยชาอยู่กับที่เวลาอากาศเย็นตัวลง

ปัจจัยด้านสายพันธุ์ ถิ่นกำเนิด สรีระ และกิจกรรมต่างๆ ข้างต้น ยังสามารถนำมาประกอบการคาดคะเนค่าอุณหภูมิที่ทำให้น้องหมาอดทนกับสภาพอากาศหนาวเย็นกลางเเจ้ง ได้ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส  น้องหมาขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ สามารถวิ่งเล่นนอกบ้านได้สบาย ไม่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพร่างกาย

อุณหภูมิ 7 องศาเซลเซียส อากาศระดับนี้ยังสบายๆ สำหรับน้องหมาตัวโต แต่สำหรับน้องหมาขนาดกลางและเล็กนั้นต้องระวังเรื่องสุขภาพมากขึ้น

อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส มีโอกาสสูงที่น้องหมาขนาดเล็กและกลางจะทนกับสภาพอากาศระดับนี้ไม่ไหว ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของพวกมันด้วยว่าสามารถทนอากาศหนาวได้มากแค่ไหน ฉะนั้น หากจะปล่อยให้อยู่นอกบ้านเจ้าของจึงต้องคอยจับตามองตลอดเวลา ส่วนเจ้าตูบตัวโตก็ต้องคอยเฝ้าระวังเรื่องสุขภาพด้วยเช่นกัน

อุณหภูมิ 1 ถึง -1 องศาเซลเซียส สุนัขทุกขนาดอาจไม่ปลอดภัยในสภาพอากาศอันเลวร้ายเช่นนี้ เจ้าของต้องจับตาดูความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพร่างกายตลอดระยะเวลาที่มันอยู่กลางแจ้ง

อุณหภูมิ -6 องศาเซลเซียส สภาพอากาศระดับนี้เป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับน้องหมาตัวเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการพาเข้าออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนสุนัขขนาดกลางก็เสี่ยงได้รับอันตรายเช่นกัน ทางที่ดีไม่ควรพาเขาออกไป ขณะที่เจ้าตัวโตอาจพาออกไปได้แต่อย่าปล่อยให้เล่นสนุกจนคลาดสายตา

อุณหภูมิ -12 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป ถือเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและร่างกายของสุนัขทุกขนาด เจ้าของควรหลีกเลี่ยงการพาเจ้าสี่ขาออกนอกบ้านเป็นเวลานานๆ และอย่าลืมเพิ่มความอบอุ่นให้พวกเขาขณะอยู่ในบ้านด้วย

ทั้งนี้สภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดๆ ยังอาจทำให้สุนัขมีภาวะ ‘อุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติ’ (Hypothermia) ได้ด้วย โดยจะเกิดเมื่อเจ้าตูบไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ หรือที่ระดับ 35 องศาเซลเซียสได้อีกต่อไป ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง, หัวใจ, ระบบไหลเวียนเลือด รวมถึงระบบหายใจ และระบบภูมิคุ้มกัน จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ หายใจได้ลำบาก กระทั่งไม่รู้สึกตัว

ภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติ แบ่งความรุนแรงของอาการได้ 3ระดับ

1). ระดับไม่รุนแรง สุนัขจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 32 - 35 องศาเซลเซียส มีอาการอ่อนแรง เฉื่อยชา และมีอาการตัวสั่นร่วมด้วย

2). ระดับรุนแรงปานกลาง สุนัขจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 28 - 32 องศาเซลเซียส มีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง ความดันโลหิตต่ำ หายใจได้ลึกแต่ช้า และอาจหมดสติได้

3). ระดับรุนแรงมาก สุนัขจะมีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียส มีอาการม่านตาขยาย ชีพจรเต้นอ่อนมากหรือหยุดเต้น หายใจลำบาก และหมดสติ

อาการลักษณะนี้มีวิธีการรักษาเบื้องต้นคือ เมื่อพบว่าเจ้าตูบเผชิญภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติ เจ้าของต้องจำกัดการเคลื่อนไหวร่างกายของมัน เพื่อลดการสูญเสียความร้อน และเพิ่มความอบอุ่นให้ด้วยการห่มผ้า สวมเสื้อกันหนาว หรือใช้อุปกรณ์เพิ่มความอบอุ่น เช่น เสื่อทำความร้อน ฮีตเตอร์ และแผ่นแปะทำความร้อน หากอาการไม่ดีขึ้นค่อยพาน้องหมาเข้าพบสัตวแพทย์ เพื่อประเมินอาการในลำดับต่อไป

ไอเทมเด็ดที่ควรมีไว้
ให้เจ้าตูบช่วงหน้าหนาว

น้ำอุ่น
แม้อุณหภูมิจะลดลง แต่การรักษาความสะอาดให้น้องหมาก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยผู้เลี้ยงอาจลดความถี่ในการอาบน้ำเหลือเดือนละ 1-2 ครั้ง ที่สำคัญ ควรใช้น้ำอุ่นในการอาบ และทำความสะอาดให้เสร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่ให้เจ้าตูบต้องทนกับอาการหนาวสั่นนาน และไม่ลืมที่จะไดร์ขนเขาให้แห้งสนิทก่อนปล่อยให้ออกไปท้าลมหนาวนอกบ้าน เพราะอากาศเย็นจะทำให้ขนของมันแห้งเองได้ช้า กลายเป็นตัวการทำให้โรคปอดบวมถามหา

ปิโตรเลียม เจลลี (Petroleum Jelly)
สภาพแห้งแล้งในช่วงหน้าหนาวทำให้ผิวหนังของเจ้าตูบแตกและลอกเป็นขุยได้ โดยอวัยวะส่วนที่เจ้าของต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือบริเวณอุ้งเท้า เพราะผิวที่แห้งตึงเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวหยาบตามถนนหรือปูนซีเมนต์ อาจแตกจนเกิดแผลได้ ฉะนั้น ก่อนเข้านอนผู้เลี้ยงอาจใช้ปิโตรเลียม เจลลี ทาบางๆ ที่ผิวอุ้งเท้าของมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณดังกล่าว

กล่องลัง
กล่องลังสามารถกันลมหนาวให้สุนัขได้เป็นอย่างดี เพราะถูกออกแบบมาให้ปิดมิดชิดรอบด้าน หน้าหนาวนี้ลองเปลี่ยนที่นอนให้เจ้าตูบจากกรงโล่งๆ ไม่มีที่กันลม มาเป็นกล่องลังไซซ์พอดีตัว พร้อมผ้านวมผืนเก่าที่ไม่ใช้งานแล้วดู รับรองน้องหมาจะได้นอนคุดคู้จนลืมเวลาตื่นในเช้าวันต่อมา

หลอดไฟทังสเตน (Tungsten Light)
หลอดไฟทังสเตนหรือหลอดไฟสีส้มเหลืองทรงกลมที่เคยใช้กันในอดีต สามารถส่งต่อความร้อนออกมาได้สูงมากเวลามีกระแสไฟวิ่งผ่าน ผู้เลี้ยงสามารถแขวนหลอดไฟชนิดนี้ใกล้ๆ กับที่นอนของสุนัข หรือแขวนเหนือกล่องลัง เพื่อให้ความอบอุ่นได้ (เหมือนที่ใช้กันในโรงเรือนเลี้ยงไก่) แต่ควรเว้นระยะห่างจากที่นอนอย่างน้อย 50 เซนติเมตร กันความร้อนสูงเกินไป พร้อมหาผ้าตาข่ายมาขึงหรือหุ้มที่หลอดไฟเพื่อกรองแสงจ้าที่รบกวนการนอนของเจ้าตูบ แต่ถ้าบ้านไหนอยากประหยัดยิ่งกว่าเดิม สามารถจัดที่นอนของน้องหมาไว้ใกล้บริเวณหลังตู้เย็น เพื่อให้อาศัยความร้อนที่แผ่ออกมาเป็นฮีตเตอร์ส่วนตัวให้มัน

ผ้ากระสอบหรือฟางข้าว
ไอเทมนี้เหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงเจ้าตูบไว้นอกบ้าน โดยเฉพาะเจ้าตูบที่อาศัยอยู่ตามต่างจังหวัดซึ่งต้องเผชิญลมหนาวมากกว่าในกรุงเทพฯ ลองหาผ้ากระสอบผืนเก่าหรือฟางมาสุมเป็นที่นอนหนาๆ ให้มันดู จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้สุนัขได้ดี อีกทั้งผ้ากระสอบยังเป็นที่ลับเล็บให้กับเจ้าตูบได้อีกด้วย แต่ต้องไม่ลืมเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ เพราะอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเห็บหมัดที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งน้องหมาและเจ้าของได้ในเวลาอันรวดเร็ว

 

แม้อุณหภูมิในประเทศไทยอาจไม่หนาวรุนแรงจนทำให้สุนัขเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่การใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยถนอมสุขภาพของเจ้าสี่ขาให้อยู่กับเราไปได้อีกนาน เพราะสุนัขไม่สามารถสื่อสารกับเราเป็นคำพูดได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้เลี้ยงที่ต้องรับผิดชอบ และให้ใจในการดูแลมัน

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD How cold is too cold for your dog? ดูแลน้องหมาในหน้าหนาวอย่างไรให้ถูกใจเจ้าสี่ขา