การเอาตัวรอดเวลาเจอสุนัขดุ
 
 
 

รู้ทันเจ้าสี่ขา ด้วยเทคนิค
การเอาตัวรอดเวลาเจอสุนัขดุ

 

สุนัขทุกตัวมีสัญชาตญาณนักล่าและความเกรี้ยวกราดอยู่ในตัวเอง เเม้เจ้าตูบบางตัวจะไม่ใช่สายพันธุ์ดุร้าย โดยกำเนิดก็ตาม แต่พฤติกรรมยั่วยุของมนุษย์บางอย่าง ก็มีส่วนกระตุ้นสัญชาตญาณน่าเกรงขามเหล่านี้ได้ การมองหาเทคนิค การเอาตัวรอดเวลาเจอสุนัขดุ’ จึงจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีอาการกลัวสุนัขอย่างรุนแรง

รู้รักษาเอาตัวรอด (อย่างเนียนๆ)
เป็นยอดดี ไม้เด็ดป้องกันตัวจากสุนัขดุ

อย่าแสดงอาการกลัว

เคล็ดลับนี้อาจใช้ไม่ได้ผลกับคนที่เป็นโรคกลัวสุนัขอย่างรุนแรงซึ่งวงการแพทย์ให้ชื่อโรคว่า ‘Cynophobia’ เพราะคนเหล่านี้มีความฝังใจต่อเหตุการณ์เลวร้ายเกี่ยวกับสุนัขในอดีต เช่น เคยโดนสุนัขไล่กัด หรือ เคยโดนสุนัขจู่โจมแล้วขย้ำเข้าอย่างจัง ทำให้ไม่กล้าเข้าใกล้เจ้าตูบตัวใดเลย แม้กระทั่งตัวที่มีพฤติกรรมน่ารัก คนกลุ่มนี้จะเกิดอาการกลัว ใจสั่น ทำตัวไม่ถูก คลื่นไส้ หน้ามืด และรู้สึกว่าเจ้าสี่ขาเป็นอันตราย แต่รู้หรือไม่ว่า สุนัขแต่ละตัวมีสัมผัสพิเศษที่สามารถรับรู้ได้ถึงความกลัวเหล่านี้ โดยศัพท์เทคนิคเรียกความสามารถนี้ว่า ‘การได้กลิ่นความกลัว’ ซึ่งเป็นสัมผัสพิเศษประเภทเดียวกันกับที่พวกมันรับรู้ได้ว่าใครเป็นมิตร ใครต้องการจะทำร้ายมัน หากคุณรู้ตัวว่าไม่สามารถเข้าใกล้ตูบตัวใดได้เลย จงเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสุนัขดุในระยะประชิด เพราะกลิ่นความกลัวและสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่ร่างกายคุณหลั่งออกมา จะทำให้สัญชาตญาณนักล่าของมันทำงาน

อย่าวิ่งหนี

‘ใส่เกียร์หมา’ กลายเป็นเพียงคำพูดติดตลกที่ใช้เปรียบเปรยการวิ่งหนีสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปในทันที เพราะมันใช้ไม่ได้จริง! เวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสุนัขดุแบบสองต่อสอง ที่สำคัญ ‘การวิ่งหนี’  คือการแสดงออกถึงความกลัวอย่างชัดเจน ทั้งยังปลุกสัญชาตญาณความเป็นจ่าฝูงในตัวมันอย่างได้ผล และมีความเป็นไปได้สูงที่มันจะวิ่งไล่คุณทันเสียด้วย ทางรอดคือ หยุดยืนนิ่งๆ ให้มันเดินผ่านคุณไปเอง หรือไม่คุณเองก็เดินหลบมันไปอย่างช้าๆ จนมั่นใจว่าลับสายตาของมันแล้ว จากนั้นค่อยเริ่มใส่เกียร์หมาก็ยังไม่สาย

อย่าจ้องตา

สังเกตไหมว่าเวลาสุนัขจะเข้าขย้ำกัน จุดเริ่มต้นก็มาจากการจ้องตาเขม็งและส่งเสียงคำรามขู่กันไปมา ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายดังกล่าว อย่าคิดไปจ้องตาหรือยิ้มแยกเขี้ยวทักทายมันเด็ดขาด เพราะเจ้าสี่ขาจะคิดว่านั่นเป็นการท้าทาย และคิดว่าคุณคือศัตรู ลองแก้ไขสถานการณ์ด้วยการหลบตา แล้วใช้หางตาชำเลืองมองความเคลื่อนไหวของมันแทน พร้อมกับค่อยๆ เดินถอยออกมาอย่างเนียนๆ จนแน่ใจแล้วว่ามันมองไม่เห็นคุณ จึงจะถือว่าปลอดภัย เว้นเสียแต่ว่า คุณเป็นเจ้าของตูบตัวนั้นอยู่แล้ว จึงจะสามารถควบคุมมันได้ด้วยการจ้องตา และออกคำสั่งด้วยเสียงทุ้ม ดัง กระชับ มันถึงจะยอมฟัง

อย่าส่งเสียงดัง

เสียงดังหรือเสียงที่แปลกหูจะยิ่งทำให้สุนัขอารมณ์แปรปรวนและหงุดหงิดง่าย โดยเฉพาะสุนัขที่โตมาในสายพันธุ์ดุอยู่แล้ว จะไม่ชอบเสียงร้องหรือเสียงกรี๊ดของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะโทนเสียงลักษณะนี้ทำให้มันแปลความหมายได้หลายอย่าง เช่น คิดว่าเป็นเสียงของสุนัขตัวอื่นกำลังบาดเจ็บ หรือเป็นเสียงของภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งทำให้เลือดความเป็นนักล่าทำงาน และพร้อมจู่โจมในทันที ขณะที่การกระทืบเท้า หรือหาไม้มาตีลงพื้นให้เกิดเสียงดังๆ อาจทำให้มันตกใจแล้ววิ่งหนีหายไปได้ก็จริง แต่เป็นไปได้ที่มันอาจย้อนกลับมาอีกครั้ง แล้วกระโจนเข้าใส่คุณแบบไม่ทันตั้งตัว

เมื่อสุนัขดุเข้าถึงตัว ต้องรู้จัก
ใช้ไหวพริบป้องกันตัว

ปัดป้องด้วยกระเป๋าหรือเสื้อผ้า

หากเจ้าตัวร้ายสี่ขากำลังพุ่งเข้าหาคุณอย่างไม่มีทางเลี่ยง ให้ยกกระเป๋าขึ้นป้องกันร่างกายไม่ให้มันเข้ามาในระยะประชิด นอกจากนี้ สำหรับใครที่มีเสื้อคลุมแบบหนา สามารถถอดออกมาพันเเขนหลายๆ รอบ แล้วใช้แขนข้างนี้เป็นเกราะป้องกันตัวชั่วคราว จากนั้นค่อยมองหาความช่วยเหลือ หรือคว้าสิ่งของที่อยู่รอบตัวขึ้นมาเป็นอาวุธ

งอตัวในท่าที่ป้องกันอวัยวะสำคัญได้

จุดเสี่ยงอันตรายที่ทำให้คุณบาดเจ็บสาหัสได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตูบดุ คือ ใบหน้า ลำคอ หน้าอก และเป้ากางเกง ดังนั้น หากหาอุปกรณ์ป้องกันไม่ทันจริงๆ ให้คุณนอนคว่ำ หรือไม่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น แล้วงอตัวในท่าหันหลังให้สุนัขคู่กรณี เมื่อหาจังหวะได้ค่อยออกแรงต่อสู้และปัดป้อง พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่บริเวณนั้น

ออกแรงต่อสู้อย่างถูกวิธี

เมื่อสบจังหวะเหมาะ อย่าลืมใช้แรงของคุณให้เป็นประโยชน์ โดยใช้เท้าหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักกดลงไปที่ท้ายทอย หรือเตะไปที่จมูกของมัน เทคนิคนี้จะทำให้สุนัขหยุดชะงักจนคุณสามารถฉวยโอกาสวิ่งหนีไปได้ อีกเทคนิคคือการคว้าที่ขาหลังทั้งสองข้างของมันแล้วยกให้ลอยขึ้น จะทำให้มันเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด จากนั้นร้องขอความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ก่อนที่คุณจะต้านแรงของสุนัขที่กำลังอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดไม่ไหว

วิธีการเอาตัวรอดเวลาเจอสุนัขดุที่ยกมาฝาก อาจเป็นเพียงเทคนิคที่ช่วยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทางที่ดีเราควรเลี่ยงการเข้าใกล้ หรือไปยั่วยุอารมณ์ของสุนัขที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจตั้งแต่แรก ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสี่ขาที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงคุณจะฝึกมันมาเองกับมือ แต่อย่าลืมว่า หากไปแหย่มันในช่วงที่ไม่สบอารมณ์เข้า ก็อาจเผชิญเหตุไม่คาดคิดได้เช่นกัน

 

 

 

 
 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD รู้ทันเจ้าสี่ขา ด้วยเทคนิคการเอาตัวรอดเวลาเจอสุนัขดุ