หมาพันธุ์ดุ

เลี้ยงไม่ยากหรอก เจ้าหมาพันธุ์ดุ
(ดุจริงๆ เลยนะตัวแค่นี้)

การเลี้ยงหมาพันธุ์ดุกลายเป็นเรื่องอันตรายสำหรับสังคมไทยไปโดยไม่มีข้อสงสัย หลังที่ผ่านมามีข่าวคราวเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จากกรณีตูบดุหลายตัวหลุดออกมาฟัดเด็ก ผู้ใหญ่ และสุนัขด้วยกันเองตามบ้านหลังอื่นเป็นจำนวนมาก สะท้อนภาพว่าผู้นิยมเลี้ยงหมาพันธุ์ดุในไทย ยังคงขาดความเข้าใจในการควบคุมเจ้าสี่ขานักล่าของตัวเองอย่างถูกวิธี จนสุดท้ายกลายเป็นความพลาดพลั้งและเผอเรอ ปล่อยให้มันหลุดออกมาสร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียให้ผู้อื่น จนหวิดเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของผู้ล่าและผู้ถูกล่าตามมามากมายหลายสถานการณ์

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า
ทำไมหมาพันธุ์ดุจึงมีสัญชาติญาณนักล่า

Doberman

หลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับหมาพันธุ์ดุ ระบุว่า ราวกลางศตวรรษที่ 7 สุนัขเริ่มถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในการทำสงครามของบรรดานักรบโรมัน นอกจากนี้มันยังถูกนำไปใช้เป็นสุนัขลาดตระเวน เฝ้ายาม และเป็นเพื่อนสี่ขาในเวลาเดียวกัน ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19 เรื่องราวหนาหูเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นักล่าได้ถูกเลื่องลือขึ้นอีกครั้ง เมื่อ โดเบอร์แมน (Doberman) ผู้ล่าสัญชาติเยอรมัน โครงร่างสง่างาม กล้ามเนื้อเเน่น ถูกนำเข้ามาในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่ไล่ต้อนผู้คนชนชั้นทาสและกลุ่มอาชญากร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงเวลานั้น จนมันได้รับการขนานนามว่า เป็น ‘สัญลักษณ์แห่งวงการสุนัขสายพันธุ์นักล่า’ ในเวลาต่อมา เนื่องจากถูกฝึกให้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในรูปแบบของการเฝ้ายามดูแลความเรียบร้อย และการลาดตระเวน

German Shepherd

ก่อนถูกตอกย้ำภาพลักษณ์ขาโหดเพิ่มขึ้นอีกระดับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังโดเบอร์แมนถูกนำไปใช้เป็นสุนัขเฝ้ายาม ในค่ายกักกันของกลุ่มนาซีเยอรมนี พร้อมกับสุนัขอีกสายพันธุ์ คือ เยอรมัน เชเพิร์ด หรือ อัลเซเชียน (German Shepherd/Alsatian ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์สุดน่ากลัวในสายตาบรรดาชาวยิว ณ ช่วงเวลาแห่งการทำสงคราม

 

หากจะพูดถึง ‘โหดเล็กแห่งวงการสี่ขา’ คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก สุนัขพันธุ์ขึ้นชื่อของเจ้าแห่งการล่าอาณานิคม อย่าง พิตบูลล์ เทอร์เรีย (Pit Bull Terrier) โดยมันถูกเพาะพันธุ์ขึ้นครั้งแรกในปี 1800 เพื่อใช้เป็นสุนัขไล่ต้อนและงับวัว ในการละเล่นสมัยก่อนของคนอังกฤษ อย่างการเล่น “ล่อวัว” (Bull Baiting) ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้ สั่งสมพฤติกรรมดุร้ายในกรรมพันธุ์มาตั้งแต่รุ่นดั้งเดิม ต่อมากระเเสความโด่งดังของโหดเล็ก ได้เข้าไปเตะตาบรรดาแก๊งอาชญากรและแก๊งค้ายาเสพติดในหลายประเทศ ซึ่งนิยมนำเจ้าพิตบูลล์ เทอร์เรีย ไปเลี้ยงเป็นสุนัขเฝ้ายามและเป็นสัญลักษณ์แสดงความน่าเกรงขามของกลุ่ม เช่นเดียวกับบางกลุ่มที่นิยมนำวัวกระทิงมาเลี้ยงเพื่อทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

Pit Bull Terrier

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ล่าถูกขยายเผ่าพันธุ์มากขึ้น สวนทางกับพฤติกรรมของผู้เลี้ยงที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ในสัญชาติญาณตามสายพันธุ์ที่มากพอ เหล่าหมาพันธุ์ดุจึงกลายเป็นปีศาจร้ายในสายตาของสังคม หลังก่อเหตุทำร้ายผู้คนหลายต่อหลายครั้ง จนต้องมีการร่างกฎหมายออกมาควบคุม โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่จุดชนวนให้ประชาชนในอังกฤษ หันมาตระหนักถึงความสำคัญในการออกกฎหมายควบคุมเจ้าตูบดุมากขึ้น คือเหตุที่ พิตบูลล์ เทอร์เรีย ตัวหนึ่ง เข้าขย้ำเด็กหญิงวัย 6 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์นี้นำไปสู่การเสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมสุนัขพันธุ์ดุ ในรัฐสภาอังกฤษ เมื่อปี 2534 เพื่อใช้เป็นแนวทางในยุติปัญหาประชาชนถูกสุนัขกัดทำร้าย ทำให้ในเวลาต่อมาทั้ง เจแปนนิส โดสะ (Japanese Tosa), ฟิล่า บราซิลเลียโร่ (Fila Brasileiro)  และ โดโก อาร์เจนติโน (Dogo Argentino) ผู้ซึ่งได้รับฉายา “โหดใหญ่” รุ่นพี่ของพิตบูลล์ เทอร์เรีย ถูกห้ามเลี้ยงทั้งในอังกฤษและเวลส์ในเวลาต่อมา

หมาพันธุ์ดุ

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีนักเคลื่อนไหวบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการต่อต้านหมาพันธุ์ดุ โดยสมาคมต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ หรือ RSPCA (The Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ในอังกฤษ เคยออกมาโต้แย้งปฏิบัติการบุกยึดและจับกุมสุนัขกว่า 5,000 ตัว ของตำรวจอังกฤษ ในช่วงปี 2553 หลังตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า พวกมันอาจมีความดุร้ายคล้ายหมาพันธุ์ดุที่ถูกห้ามเลี้ยงในประเทศหลายสายพันธุ์ แต่ทางสมาคมออกมาตอบโต้กลับ พร้อมให้เหตุผลว่า ไม่มีเหตุผลใดที่สามารถอ้างอิงได้ชัดเจนว่า หมาพันธุ์ดุที่ถูกปราบปรามจะมีความดุร้ายมากกว่าสายพันธุ์ที่ได้มีชีวิตอย่างเป็นอิสระต่อ แต่ในความเป็นจริงทุกฝ่ายควรหันมาให้ความสำคัญ กับมาตรฐานการเลี้ยงดูสุนัขทุกประเภทของเจ้าของมากกว่า

เป็นหน้าที่ของผู้เลี้ยงที่ต้อง
รับผิดชอบ
ต่อหมาพันธุ์ดุในครอบครอง


ต้องหาข้อมูลอย่างละเอียด
เริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของสายพันธุ์ ลักษณะนิสัย ลักษณะเด่นและด้อย รวมถึงข้อควรระวังสำหรับการเลี้ยงดูในสภาพอากาศและสถานที่ต่างๆ เช่น สุนัขบางสายพันธุ์ไม่ชอบอากาศร้อน หากผู้เลี้ยงไม่ใส่ใจในข้อกำหนดด้านนี้ อาจสร้างความหงุดหงิดให้มัน จนนำไปสู่การแสดงพฤติกรรมดุร้ายได้ หรือบางสายพันธุ์ดูเหมือนจะเป็นมิตร แต่มีลักษณะพิเศษที่ควรระวัง คือ ไม่ชอบเด็กและคนแปลกหน้า ทำให้ต้องคอยระมัดระวังมากขึ้นหลายเท่าตัว

ดูความพร้อมของตัวเอง ตูบพันธุ์ดุหลายสายพันธุ์มีพลังงานในตัวเองสูง ต้องการพื้นที่ให้วิ่งเป็นประจำ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาระของผู้เลี้ยงที่ต้องพิจารณาตัวเองว่า มีความพร้อมพอหรือไม่ ไม่เพียงเฉพาะพื้นที่ในการเลี้ยงดู แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบระดับสูงสุด ในกรณีที่ต้องพามันไปออกกำลังนอกบ้าน หากพื้นที่ที่เลี้ยงอยู่ไม่มีความกว้างขวางเพียงพอ

 

เข้าใจพฤติกรรมของสายพันธุ์ หมาดุบางตัวมีช่วงเวลาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวที่แตกต่างกัน เช่น ไวต่อสิ่งเร้าอย่างกลิ่นคาวเลือดจากประจำเดือนของผู้เลี้ยงที่เป็นผู้หญิง, หงุดหงิดมากเป็นพิเศษเวลาติดสัด หรือ หวงอาณาเขตเวลาอยู่ร่วมกับสัตว์สายพันธุ์อื่นในบ้าน ตลอดจนต่อต้านสุนัขด้วยกันเอง เพราะต้องการแสดงความเป็นผู้นำ

 

เลี้ยงหมาพันธุ์ดุต้องฝึกตัวเอง
ให้จ่าฝูงด้วยเช่นกัน

หมาพันธุ์ดุ

เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้เลี้ยงหมาพันธุ์ดุว่า บรรดาพิบูลล์ เทอร์เรีย, ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) หรือแม้แต่พันธุ์ไทยขาโหด อย่างบางแก้ว และไทยหลังอาน มักไม่ค่อยยอมรับพฤติกรรมอ่อนโยนของเจ้าของ เพราะจะทำให้สัญชาตญาณต้องการเป็นผู้นำของมันทำงาน จนพร้อมแว้งกัดเจ้าของได้ทุกเมื่อ โดยเคล็ดลับสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเจอ เพื่อทำให้ตูบขาโหดเชื่อว่าคุณเป็นนายของมันและเป็นจ่าฝูงที่แท้จริง คือ การฝึกมันในแบบที่กองทัพใช้ฝึกทหาร เช่น ใช้เสียงดังกังวานในการออกคำสั่งพร้อมจ้องมองด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น กระตุกโซ่ด้วยการออกแรงอย่างเฉียบคม เมื่อต้องการสั่งให้หยุดหรือดึงดูดความสนใจของมันกลับคืนมา รวมถึงการแสดงออกตัวตนว่าเป็นเจ้านายของตลอดเวลา ด้วยการเป็นฝ่ายทำทุกอย่างเป็นคนแรกก่อนเสมอ เเม้กระทั่งการเดินนำหน้ามัน การพามันลาดตระเวนรอบบ้านเมื่อนำมาเลี้ยงเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้มันซึมซับความรู้สึกเคารพนบนอบในตัวผู้เลี้ยงได้

สำหรับการใช้โซ่ลากจูงเวลาพาหมาพันธุ์ดุออกไปนอกบ้าน อย่างแรกต้องมั่นใจว่าคุณควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าไม่! อย่านำมันออกไปเจอสังคมภายนอกที่ไม่คุ้นเคยโดยเด็ดขาด โดยบริเวณที่ควรคล้องโซ่เพื่อทำให้หมาเชื่อฟังมากที่สุดคือ หลังกกหู และไม่ควรคล้องเชือกที่ลำคอ เพราะจะทำให้มันเกิดความรู้สึกต่อต้านมากยิ่งขึ้น หากมันหยุดเดินเราต้องหยุดก้าวตามด้วย จากนั้นดึงโซ่ให้ตึง จนมันรู้สึกอึดอัดแล้วลุกเดินตามมาเอง อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมด้วยว่า บางครั้งความอ่อนโยนก็ช่วยสร้างความสมดุลทางอารมณ์ให้มันได้ดี แต่ต้องไม่อ่อนโยนจนดูเหมือนอ่อนแอ เพียงคุณมอบคำชมเวลาที่มันทำถูกต้องตามคำสั่ง หรือลูบหัวและบีบนวดเบาๆ เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้มันรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกว่าเจ้านายเป็นที่พึ่งของมันอย่างแท้จริง

ส่วนการฝึกฝนหมาพันธุ์ดุ หากไม่มีประสบการณ์มากพอ ต้องพึงตระหนักไว้เสมอว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสุนัขสามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ จึงควรเรียนรู้ทักษะจากครูฝึกแล้วนำปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะดีกว่า อย่าเสี่ยงใช้ความรุนแรงแบบผิดๆ แล้วพยายามฝึกฝนให้มันอยู่ใต้อาณัติคุณด้วยตัวเอง เพราะคุณอาจพลาดกลายเป็นเหยื่อของมันได้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ที่สำคัญผู้เลี้ยงทุกคนต้องยอมรับด้วยว่า แนวคิดเรื่องการเลี้ยงหมาพันธุ์ดุยังคงมีความเห็นต่างอย่างรุนแรงในสังคม โดยเฉพาะจากฝ่ายที่เคยถูกกระทำหรือได้รับความเสียหายจากสี่ขาจอมโหด หน้าที่ของเจ้าของจึงควรรับผิดชอบ และดูแลลูกน้องของตัวเองเป็นอย่างดี โดยไม่ปล่อยให้สัญชาตญาณนักล่าออกมาทำงานโดยไม่จำเป็น จนทำให้ลูกสี่ขาของตัวเองกลายเป็นปีศาจร้าย หรือจำเลยของสังคม เพียงเพราะความประมาทของผู้ดูแล

 

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยเรา มีข้อกำหนดเรื่องการเลี้ยงหมาพันธุ์ดุที่เข้มงวดจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ห้ามนำเข้าสุนัขสายพันธุ์อเมริกัน พิตบูลล์ เทอร์เรีย (American Pitbull Terrier), ร็อตไวเลอร์, โดเบอร์แมน และฟิล่า บราซิลเลียโร่ หากฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับ 5,000 บาท และถูกอายัดหรือกักสุนัขไว้ในสถานกักกันสัตว์ แต่น่าเสียดายที่กฎหมายดังกล่าวไม่ถูกนำมาปรับใช้อย่างเข้มงวดมากพอ จึงยังทำให้มีผู้ลักลอบนำพวกมันเข้ามาเพาะพันธุ์ขายต่อในประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เลี้ยงเองก็ไม่ใส่ใจนำหมาพันธุ์ดุมาขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ที่ต้องมีการควบคุมพิเศษ ทำให้ปัญหาเดิมๆ ยังคงไม่เกิดการแก้ไขอย่างถูกวิธี

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD เลี้ยงไม่ยากหรอก เจ้าหมาพันธุ์ดุ (ดุจริงๆ เลยนะตัวแค่นี้)