สัตว์ป่าแอฟริกา
01 February 2019

ท่องโลกซาฟารี บินลัดฟ้า
เจอ 
สัตว์ป่าแอฟริกาแบบลุยๆ

สำหรับคนรักสัตว์และหลงใหลการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ คงจะดีไม่น้อยหากคุณมีโอกาสไปเยือนดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ พร้อมสัมผัสกับความหลากหลายของสัตว์ป่านานาชนิด ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึง ‘ทวีปแอฟริกา’ และชีวิตของสัตว์ป่าขนาดมหึมาที่หาชมได้ยากในประเทศไทย

แม้สถานที่นี้จะไม่ใช่ Wish List ของคนส่วนใหญ่ แต่หากคุณเองก็เป็นคนรักสัตว์ รับรองว่าจะต้องเปลี่ยนใจและเลือกให้ ‘สัตว์ป่าแอฟริกา’ เป็นเป้าหมายใหม่สำหรับการเดินทางตั้งแต่วินาทีนี้เลย

เที่ยวทวีปแอฟริกา สัมผัสธรรมชาติ
ที่เหมือนสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่

ทวีปแอฟริกาเป็นดินแดนขนาดใหญ่ที่มีภูมิประเทศอันซับซ้อนและหลากหลาย เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ จุดเด่นของดินแดนแห่งนี้คือ ‘ผืนป่า’ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์นานาสายพันธุ์ ดังนั้นที่สุดของความยิ่งใหญ่ ซึ่งทั่วโลกขนานนามให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่านั้น จึงอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้

เราเรียกพวกเขาว่า ‘Big 5’ สัตว์ป่าทั้ง 5 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวต้องการไปเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง บนแผ่นดินแอฟริกา

The African Lion

แนะนำสมาชิก Big 5’ สัตว์ป่าตัวใหญ่
ที่เกรียงไกรในแอฟริกา


สิงโตแอฟริกัน (
The African Lion)

เนื่องจากสิงโตเป็นเจ้าแห่งผืนป่า อีกทั้งธรรมชาติยังสร้างให้เหล่าราชสีห์เป็นนักล่าผู้เกรียงไกรที่สุดบนแผ่นดินแอฟริกา นี่จึงเป็นรายชื่อแรกที่จัดให้อยู่ในกลุ่ม Big 5 และเป็นลิสต์ที่คุณจะต้องออกตามหาเมื่อไปเยือนอุธยานทางธรรมชาติ ความผูกพันธ์ของชาวแอฟริกันกับสิงโตมีมาช้านาน เพราะพวกเขาเรียกสิงโตว่า ‘ซิมบ้า’ คำนี้มาจากภาษาสวาฮิลี ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของชาวแอฟริกัน

โดยสิงโตสายพันธุ์แอฟริกาจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เฉลี่ยสิงโต 1 ฝูงจะมีสมาชิกประมาณ 15 ตัว และจะมีเพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้นที่เป็นสิงโตหนุ่ม ซึ่งทำหน้าที่เป็นจ่าฝูง ส่วนสมาชิกที่เหลือจะเป็นสิงโตตัวเมียและเหล่าลูกสิงโต

ด้วยความเป็นผู้ยิ่งใหญ่บนผืนป่าแอฟริกา จึงทำให้แทบจะไม่มีสัตว์สายพันธุ์ใดแข็งแรงพอที่จะเป็นผู้ออกล่าสิงโตได้เลย เจ้าแห่งป่าจึงใช้ชีวิตแบบออกล่าสิงโตคนละฝูง เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่และแย่งชิงพื้นที่อยู่อาศัยตลอดจนพื้นที่หาอาหาร นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราไม่ค่อยเห็นสิงโตที่มีอายุมากในทวีปแอฟริกา เพราะหากไม่แข็งแกร่งจริงๆ พวกมันมีสิทธิ์ถูกล่าก่อนที่จะโตเต็มวัยเสียอีก

The African Elephant

ช้างแอฟริกัน (The African Elephant)

จากรูปร่างอันสูงใหญ่ จึงทำให้ช้างเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช้างแอฟริกันขนาดโตเต็มวัยนั้น สามารถสูงได้ถึง 3 เมตร และมีน้ำหนักได้มากถึง 6-9 ตัน ขนาดของหูกว้างได้ถึง 2 เมตร นอกจากนี้ยังมีระบบย่อยอาหารที่น่ามหัศจรรย์ เพราะพวกมันสามารถกินใบไม้และหญ้าได้มากถึง 300 กิโลกรัมต่อวัน จึงไม่แปลกหากคุณจะไปเที่ยวชมช้างป่าแอฟริกันและเห็นแต่ภาพที่พวกมันสนใจกินอาหารตลอดเวลา 

ธรรมชาติของช้างเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ความพิเศษคือช้างตัวเมียจะเป็นผู้นำฝูง ลองนึกภาพสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์อยู่รวมกันกว่า 100 ตัว กลางทุ่งหญ้าอันกว้างขวางเพื่อหาอาหาร รับรองว่านี่จะกลายเป็นหนึ่งในภาพสุดประทับใจของเหล่าผู้มาเยือนดินแดนแอฟริกาไม่น้อยเลยทีเดียว

The Cape Buffalo

ควายป่า (The Cape Buffalo)

ดูจากลักษณะภายนอกแล้ว คุณอาจคิดว่าควายป่าเป็นสัตว์สันโดษและรักความสงบ แต่อย่าลืมไปเสียก่อนว่าพวกมันเป็นหนึ่งในกลุุ่ม Big 5 ดังนั้นความเกรียงไกรบนผืนป่าแอฟริกาของกลุ่มควายป่าก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน แม้ลักษณะภายนอกจะดูสงบเยือกเย็น แต่ควายป่ามีพละกำลังมหาศาลในการพุ่งโจมตีเหยื่อ หากมีสัตว์อื่นเข้ามารุกรานหรือมุ่งเป็นอันตราย แน่นอนว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพวกมันจะเผยออกมา และสามารถโจมตีศัตรูชนิดที่เรียกว่ากัดไม่ปล่อยเลยทีเดียว ทั้งนี้คุณไม่สามารถพบควายป่าได้ในภูมิประเทศฝั่งที่เป็นทะเลทราย เนื่องจากพวกมันชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และบริเวณที่มีหญ้าอุดมสมบูรณ์

The African Rhinos

แรดแอฟริกัน (The African Rhinos)

ถือได้ว่าแรดเป็นสัตว์ที่มีจำนวนน้อยเพราะมีเพียง 5 สายพันธุ์จากทั่วโลกเท่านั้น โดยแบ่งออกเป็นแรดแอฟริกา 2 สายพันธุ์ ได้แก่ แรดขาว และแรดดำ ส่วนอีกสายพันธุ์เป็นแรดเอเชีย ได้แก่ แรดอินเดีย แรดชวา และแรดสุมาตรา แม้ว่าสัตว์ชนิดนี้จะเป็นหนึ่งในสมาชิก Big 5 แต่อย่าลืมว่าพวกมันใกล้จะสูญพันธุ์ในไม่ช้า โดยปัจจุบันมีแรดทุกสายพันธุ์ทั่วโลกอยู่ไม่เกิน 30,000 ตัว และที่สำคัญก็คือ ‘แรดดำ’  ในดินแดนแอฟริกา เป็นสายพันธุ์ที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์เร็วที่สุด

จากขนาดตัวอันมหึมาซึ่งเป็นจุดเด่น จึงทำให้แรดทางฝั่งแอฟริกากลายเป็นเป้าหมายที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องการมาเห็นด้วยตาของตนเอง เนื่องจากแรดทั่วไปจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,000 กิโลกรัม ขณะที่แรดขาวแห่งดินแดนแอฟริกาจะตัวใหญ่กว่า โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 3,500 กิโลกรัม แน่นอนว่าทำให้พวกมันกลายเป็นสัตว์บกขนาดใหญ่อันดับ 2 รองจากช้างแอฟริกันนั่นเอง

The African Leopard

เสือดาวแอฟริกัน (The African Leopard)

ธรรมชาติของเสือดาวแอฟริกันเป็นสัตว์รักสันโดษและออกหากินเวลากลางคืน ดังนั้นหากคุณคิดจะมาเที่ยวที่ทวีปแอฟริกาเพื่อชมเสือดาว แนะนำให้เลือกทัวร์ที่พาออกทริปในเวลากลางคืนจะมีโอกาสเจอตัวเสือดาวมากกว่า รวมทั้งอย่าลืมทำความเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ด้วยว่า พวกมันค่อนข้างทำตัวลึกลับ โดยจะเลือกบริเวณโขดหินและสุมทุมพุ่มไม้เพื่อพรางตัว นอกจากนี้พวกมันยังได้รับฉายาว่าเป็น ‘นักปีนเขาที่ยอดเยี่ยม’ เนื่องจากเสือดาวจำเป็นต้องไวกว่าสิงโตและไฮยีน่าเพื่อความอยู่รอด พวกมันมีทักษะในการพรางตัวและปีนป่าย เพราะเวลาออกล่าเหยื่อเพื่อหาอาหารตอนกลางคืน เสือดาวจะนำเหยื่อไปซ่อนบนต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นแย่งชิงไป ความน่าสนใจอีกอย่างที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ เสือดาวยังเป็น ‘นักว่ายน้ำฝีมือฉกาจ’ ที่สามารถล่าสัตว์น้ำเพื่อนำมาเป็นอาหารได้อีกด้วย

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปส่องสัตว์แอฟริกา

อันดับแรกจะต้องทราบว่า คุณสามารถรับวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) ได้หรือไม่ เนื่องจากบางคนมีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรับวัคซีนประเภทนี้ได้ ทั้งนี้คุณสามารถเที่ยวแบบซาฟารีได้หลายประเทศในทวีปแอฟริกา หากไม่สามารถรับวัคซีนชนิดนี้ ให้เลือกประเทศที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่างเช่น แถบเมือง Cape Town หรือ Port Elizabeth เพราะไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการป้องกันโรค

 

แต่หากคุณตั้งใจเอาไว้แล้วว่าอยากไปแถบประเทศเอธิโอเปีย เคนยา มาดากัสกา แอฟริกาใต้ ฯลฯ เราขอแนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่อขอรับวัคซีนป้องกันโรค โดยคุณหมอจะซักถามข้อมูลอย่างละเอียดว่าคุณต้องการเดินทางไปประเทศไหน ไปกี่วัน พักที่ไหน และมีแผนจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง อย่าด่วนสรุปเอาเองว่าคุณไม่ได้เที่ยวอยู่ในป่าตลอดเวลา การฉีดวัคซีนเหล่านี้จึงไม่จำเป็น เพราะสำหรับประเทศในทวีปแอฟริกานั้น โอกาสติดเชื้อโรคไข้มาลาเลียมีสูงมาก แม้ว่าจะใช้เวลาอยู่แต่ในเมืองที่มีเพียงตึกและอาคาร ก็สามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้ง่ายเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อไปพบคุณหมอแล้ว ส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักทันที เพราะการเดินทางในทวีปแอฟริกาเต็มไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ

ข้อปฏิบัติท้ายสุดที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการทำตามกฎกติกาของทัวร์และสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ อย่าคึกคะนองหรือทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่ง เพื่อให้ทริปชมสัตว์และธรรมชาติครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ประทับใจ ควบคู่ไปกับการได้เรียนรู้จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

อย่าคิดว่ามนุษย์นั้นประเสริฐกว่าทุกสิ่งและอยู่เหนือธรรมชาติ เพราะหากคุณได้ไปเยือนถิ่นแอฟริกาและพบกับสัตว์ป่าอันยิ่งใหญ่แล้ว จะรู้สึกได้ว่ามนุษย์นั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กนิดเดียว ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกับธรรมชาติ รวมถึงอนุรักษ์สัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์จึงถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนควรตระหนักร่วมกัน

 

 



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ท่องโลกซาฟารี บินลัดฟ้าเจอ ‘สัตว์ป่าแอฟริกา’ แบบลุยๆ