ปลากัด
 
 
 

ปลากัด’ กับหนึ่งเสียงแห่งพลัง
สู่การเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

 

130,325,586.73 คือ ตัวเลขมูลค่าการส่งออกปลากัดของประเทศไทย

23,214,012 คือ ตัวเลขปริมาณสูงสุดที่คนไทยส่งออกปลากัดไปยังต่างชาติ

และล่าสุด 11,217 คน คือ ตัวเลขผู้ลงชื่อสนับสนุนให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย

อะไรคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ ‘ปลากัด’ (Siamese Fighting Fish) กลายเป็นสัตว์น้ำประเภทสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสามารถสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลได้ขนาดนี้ … มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

Siamese Fighting Fish

ความพยายามก้าวสำคัญเพื่อ ‘ปลากัด’

ก่อนหน้านี้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเสนอต่อรัฐบาลให้จดสิทธิบัตรปลากัดเป็นสัตว์ประจำชาติไทย แต่กลับถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าเป็นความคิดเฉพาะกลุ่มคนเลี้ยงปลากัด ที่ต้องการสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ตนเอง อีกทั้งคิดว่าการพัฒนาวิธีเพาะพันธุ์ปลากัดเพื่อให้มีสีสันที่หลากหลายขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ประจำชาติ และยังมีรายละเอียดอีกจำนวนมากที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

หลังจากที่รัฐบาลยื่นคำขาดมาเช่นนี้ ทางกลุ่มคนรักปลากัดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ความพยายามก้าวสำคัญที่พวกเขาต้องการอนุรักษ์ปลากัดไทยเอาไว้ยังคงมีอย่างเต็มเปี่ยม โดยล่าสุดบนเว็บไซต์ change.org ได้มีกลุ่มคนรักปลากัดเสนอแคมเปญถึงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ให้ขึ้นทะเบียนปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ก่อนที่ความนิยมและรายได้ทางเศรษฐกิจที่ได้รับจากสัตว์ประเภทนี้ จะทำให้ต่างชาติขึ้นทะเบียนครอบครองไปเสียก่อน ทั้งยังชี้ให้เห็นกรณีตัวอย่างของ ‘แมวพันธุ์วิเชียรมาศ’  ที่ทางประเทศอังกฤษจดสิทธิบัตรครอบครองก่อนประเทศไทยเสียอีก

เมื่อพลังโซเชียลเริ่มเคลื่อนไหว

แน่นอนว่าหลังจากมีการล่ารายชื่อผู้สนับสนุนแคมเปญดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสัตว์น้ำประเภทสวยงามอย่างปลากัด ก็ได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งคราวนี้พลังสนับสนุนไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มของคนรักปลากัดเท่านั้น แต่กลับมีพลังของสื่อต่างๆ และผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่เริ่มเคลื่อนไหวและให้การสนับสนุนปลากัดเพื่ออนุรักษ์หนึ่งในเอกลักษณ์ของความเป็นไทยเอาไว้

Fighting Fish

ทำไมเราถึงต้องการให้
‘ปลากัด’ เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

– เพราะปลากัดอยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน

แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าปลากัดตัวแรกของไทยนั้นถือกำเนิดขึ้นจากไหน แต่จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พบว่าไทยกับพม่าและมอญมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่อกัน โดยบ้านเรารับเอากลองยาวมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และได้ส่งต่อการละเล่นชนปลากัดไปสู่ชาวพม่าและมอญ

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางภาษาและวรรณคดีที่ว่า สมัยก่อนเรามีสำนวนไทย ‘ไก่แก่แม่ปลากัด’ ซึ่งหมายถึงคนที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะจะยิ่งฉลาดแพรวพราว โดยนำลักษณะของปลากัดที่ปราดเปรียวและสู้ไม่ถอยมาเปรียบเปรยกับลักษณะนิสัยของคน ตลอดจนในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ปลากัดเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งชาวบ้านร้านตลาดนิยมเลี้ยงเพื่อการพนัน จนกระทั่งต้องมีกฎหมายบังคับว่า ใครจะชนไก่ ชนนก กัดปลา ต้องเสียภาษีอากรบ่อนเบี้ยในแขวงที่จะเล่นก่อนจึงจะสามารถเล่นพนันได้

– เพราะคนไทยจริงจังกับการเลี้ยงปลากัด

เนื่องจากคนไทยมีอาชีพเกษตรกร และปลากัดสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือ ‘ปลากัดป่า’ จะอยู่อาศัยในเขตน้ำซับ ซึ่งก็คือพื้นที่มีน้ำซึมออกมาจากทุ่งนา ดังนั้นแต่เดิมอาชีพเพาะเลี้ยงปลากัดจึงเป็นอาชีพเสริมของเหล่าชาวนาหรือชาวสวน ต่อมาเมื่อปลากัดได้รับความนิยมมากขึ้นก็เริ่มมีการเพาะพันธุ์ที่อาศัยเทคนิคหลากหลาย เพื่อให้ได้สีสันสวยงาม รูปร่างดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติของปลากัดอันเป็นที่ต้องการของท้องตลาด

ความจริงจังในการเพาะพันธุ์ปลากัดของคนไทย คือมีทั้งแบบเลี้ยงให้เกิดสีตามธรรมชาติ ตลอดจนจับปลากัดมาผสมสี ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ คล้ายกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องใช้สีของตัวผู้และตัวเมียมาผสมกันจนเกิดสีใหม่ จากนั้นจึงนำปลากัดตัวอื่นๆ มาผสมเรื่อยๆ เพื่อให้ได้สีที่ถูกใจ ทั้งนี้ปลากัดที่ได้รับการผสมสีจนมีมูลค่าสูงที่สุดในท้องตลาด คือพันธุ์ไตรรงค์ ซึ่งมีสีแดง ขาว น้ำเงิน ตามลายธงชาติไทย พร้อมกับราคา 53,500 บาท

– เพราะปลากัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

เพราะความนิยมที่มีต่อปลาสวยงาม อีกทั้งปลากัดไทยยังเป็นต้นสายพันธุ์ที่สามารถเพาะพันธุ์ต่อไปได้ จึงทำให้ต่างชาติเกิดความสนใจและยกย่องให้ปลากัดของไทยเป็นสายพันธุ์ที่สวยงามที่สุด และครองแชมป์อันดับ 1 ปลาสวยงามส่งออกของประเทศไทยที่สร้างมูลค่ามหาศาล ซึ่งกลุ่มคนรักปลาสวยงามจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้ามาซื้อปลากัดในไทย มีทั้งจากประเทศมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ นับเป็นกระแสเศรษฐกิจในทางบวกที่นอกจากช่วยสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มคนรักปลากัดแล้ว ยังกลายเป็นอาชีพเสริมให้เกษตรกรไทยอีกด้วย

บทต่อไปนับจากนี้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องซึ่งจะต้องพิจารณาว่า ก้าวต่อไปของปลากัดจะเป็นเพียงสัตว์สวยงามที่ถูกเลี้ยงอยู่ในขวดโหล หรือจะได้รับการยอมรับในฐานะสัตว์น้ำประจำชาติกันแน่ เพราะบางครั้งแค่ความชื่นชอบของคนเพียงกลุ่มเดียวอาจยังส่งเสียงไม่ดังและเกิดพลังไม่พอ หากเหตุผลที่เรากำลังอธิบายอยู่นี้ทำให้คุณตระหนัก และคิดถึงประโยชน์ในอนาคตยิ่งขึ้น การเป็นหนี่งกำลังเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนวงการปลาสวยงามในบ้านเรา ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากได้รับความร่วมมือจากทุกคน

 

 

 

 
 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘ปลากัด’ กับหนึ่งเสียงแห่งพลัง สู่การเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ