สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

ส่องทางรอด
ของสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ

ข่าวการการุณยฆาต ‘เจ้าซูดาน’ แรดขาวเหนือวัย 45 ปี ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ ทำเอาแฟนๆ วงการอนุรักษ์สัตว์สายพันธุ์หายากเสียดายไปตามๆ กัน เพราะจากการศึกษาของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักชีววิทยา เชื่อว่ามันอาจเป็นแรดขาวเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนโลก

 

ก่อนหน้านี้เจ้าซูดานถูกค้นพบในผืนป่าของภูมิภาค Shambe ประเทศซูดานใต้ ขณะอายุได้เพียง 1 ปี ชื่อประเทศที่เคยอยู่อาศัย จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อมันในปัจจุบัน และในฐานะที่เป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติมันจึงถูกนำตัวไปเลี้ยงดูอย่างดี ยังสวนสัตว์ Dvr Krlov ในสาธารณรัฐเช็กต่อเนื่องจนถึงปี 2552 ก่อนถูกส่งมายังศูนย์อนุรักษ์โอล เพเยตา (Ol Pejeta) ประเทศเคนยา เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับแม่พันธุ์แรดขาวเหนืออีก 2 ตัว

ซูดาน
(photo by Ami Vitale)

ท่ามกลางความเชื่อที่ว่า สภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของทวีปแอฟริกา จะกระตุ้นการผสมพันธุ์ของพ่อพันธุ์ตัวสุดท้ายมากขึ้น โดยความเป็นอยู่ของพวกมัน มีเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือคอยรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา ป้องกันการล่าเอานอและหนัง แม้นอของพวกมัน จะถูกตัดไปเก็บรักษาไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ตาม

ทว่าพวกมันอาจโคจรมาพบกันในเวลาที่ช้าเกินไป เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ในวัยล่วงเลยการเจริญพันธุ์มาพอสมควร อีกทั้งแรดขาวเหนือตัวเมียจะยอมให้ตัวผู้ผสมพันธุ์เฉพาะในเวลาที่ติดสัดเท่านั้น เมื่อหมดช่วงเวลาแห่งความสุข นิสัยของมันจะเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด และพยายามต่อสู้ไล่ให้ตัวผู้ออกไปไกลๆ

ความหวังที่ทั่วโลกจะได้ชื่นชมทายาทแรดขาวเหนือตัวใหม่จึงริบหรี่ลงเรื่อยๆ กระทั่งช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าซูดานได้เกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงจากบาดแผลบริเวณขาขวาหลัง ทำให้มันไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง และต้องนอนทรมานอยู่เป็นเวลานาน เมื่อเเน่ใจแล้วว่า...ไม่สามารถเยียวยาวาระสุดท้ายของมันได้ การตัดสินใจทำการุณยฆาตหรือการฉีดยาให้ตายด้วยความช่วยเหลือของแพทย์ จึงถูกเลือกมาใช้ เพื่อช่วยให้พ่อแรดตัวสำคัญลาจากโลกไปอย่างสงบ

แรดขาวเหนือ

ความหวังในการชื่นชมลูกแรดขาวเหนือ
ตัวใหม่ ดับลงแล้วจริงหรือ
?


แผนสำรองของเจ้าหน้าที่ศูนย์โอล เพเยตา กรณีที่ไม่อาจยื้อชีวิตของเจ้าซูดานไว้ได้ นั่นคือการเก็บน้ำเชื้อและเซลล์ต้นกำเนิดของมันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ผสมเทียมกับแม่แรดเหนือขาว ที่เชื่อว่าเหลืออยู่ 2 ตัวสุดท้ายของโลกเช่นกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่จะประสบความสำเร็จนั้นแทบไม่มี เพราะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้น ว่าพวกมันก็ไม่ต่างจากหญิงวัยทอง ที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการเจริญพันธุ์อีกต่อไป

ความหวังถูกฝากไว้ที่เทคโนโลยีการผสมพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ

วิธีนี้คือการผสมพันธุ์นอกร่างกายสัตว์ ด้วยการนำน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์มาผสมกับไข่ของตัวแม่ แล้วปล่อยให้ปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ เป็นตัวอ่อนที่พร้อมนำไปฝังตัวยังมดลูกของแรดขาวเหนือตัวเมีย แต่สำหรับแม่แรด 2 ตัวที่เหลืออยู่นั้น น่ากลัวว่าสภาพร่างกายของพวกมันจะแก่ชราเกินกว่าจะอุ้มท้องลูกน้อยได้นานถึง 18 เดือน ตามอายุครรภ์ของแรด จึงอาจจำเป็นต้องนำตัวอ่อนไปฝากไว้กับแรดตัวอื่นที่เเข็งแรงกว่าแทน

ไม่เพียงแต่ความแก่ชราของสองแม่พันธุ์ที่เหลืออยู่เท่านั้น สุขภาพของพวกมันก็จัดได้ว่าน่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพของไข่ที่ผลิตได้ จึงอาจต้องอาศัยไข่จากแรดเพศเมียในสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน อย่างแรดขาวใต้ (ซึ่งเหลืออยู่เพียง 20,000 ตัวบนโลก) มาช่วยต่ออายุให้ ซึ่งหากโชคเข้าข้าง เราคงจะได้เห็นลูกแรดสายพันธุ์ใหม่จากกระบวนการนี้ในอีกไม่นาน

แรด

ปัจจุบันไม่เพียงแรดขาวเหนือเท่านั้นที่จัดเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ แต่บรรดาเครือญาติของพวกมันอย่างแรดขาวใต้ และแรดดำตะวันออก รวมไปถึงแรดชวา และสัตว์สายพันธุ์อื่นอีกมากมาย ก็จำเป็นต้องได้รับการพิทักษ์อย่างเร่งด่วนเช่นกัน เพราะพวกมันกำลังเข้าข่ายเป็นสายพันธุ์ต่อไปที่จะหมดไป จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความรู้ด้านการนวัตกรรมผสมพันธุ์สัตว์จากทั่วโลก ถือเป็นความหวังสุดท้ายของสัตว์กลุ่มนี้

ไทยรุดหน้าสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยี
การผสมพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ


สำหรับประเทศไทยของเรา ผู้นำความรู้ด้านนวัตกรรมการผสมพันธุ์สัตว์ คงต้องยกให้องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ หลังประสบความสำเร็จในการทดลองผสมพันธุ์ ‘ละมั่งหลอดแก้ว’ เพื่อต่ออายุให้ละมั่งพันธุ์ไทยที่มีเหลืออยู่ทั่วประเทศราว 50 ตัว และทำการผสมเทียมเสือลายเมฆได้สำเร็จจนได้รับเสียงชื่นชมเป็นวงกว้าง

ละมั่งพันธุ์ไทย
เสือลายเมฆ

อีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนี้ คือ การตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการผสมพันธุ์สัตว์ของโลก และการจัดตั้ง ‘ธนาคารพันธุกรรมหรือสวนสัตว์แช่แข็ง’ ไว้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ น้ำเชื้อ ไข่ และเซลล์ต้นกำเนิดของสัตว์นานาชนิด สำหรับวิจัยและเพาะพันธุ์เพื่ออนุรักษ์สัตว์หายาก ไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ เช่นเดียวกับชะตากรรมที่สายพันธุ์แรดขาวเหนือกำลังเผชิญ

 

 



tags : , , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ส่องทางรอด ของสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ