BNK48

BNK (48) ตัวร้าย กับนายโอตะ
บทหนึ่งของชีวิตชายหนุ่ม
ที่ตกหลุมแห่งความสุข

คุ้กกี้เสี่ยงทาย บัตรจับมือ เฌอปราง โอตะ

ตั้งแต่ปีที่แล้ว เรื่อยมาจนถึง ณ เวลานี้ กลุ่มคำข้างต้นยังเป็นกระแสที่สามารถยึดครองพื้นที่บนโลกออนไลน์ได้อย่างทรงพลัง และเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเสน่ห์ของเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง สามารถดึงดูดความสนใจและทำให้ผู้ชายจำนวนไม่น้อยเกิดอาการตกหลุมรักได้พร้อมกัน

อะไรคือกลไกสุดร้ายกาจที่ช่วงชิงเวลาอันมีค่าของผู้ชาย ซึ่งเมื่อก่อนมีไว้เพื่อเล่นกีฬา เชียร์บอล เล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน นั่งแฮงค์เอาท์กับเพื่อน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่วงการเพลงในประเทศไทยซบเซา แต่กลับมีพลังความเคลื่อนไหวพร้อมเสียงเชียร์ดังสนั่นจากเหล่า ‘โอตะ’ อย่างไม่ขาดสาย

รอยยิ้มที่สดใสน่ารักเหล่านั้น เป็นเหมือนพื้นที่แห่งความสุขของชายหลายคนจนปฏิเสธไม่ได้ว่า ขณะนี้ ‘BNK 48’ ได้กลายเป็นฉากสำคัญในเรื่องราวชีวิตของผู้ชายกลุ่มหนึ่งไปเสียแล้ว

บทที่หนึ่ง : จงเรียกทั้งหมดนี้ว่า 48 Group

AKB 48 (AKihaBara) คือ ไอดอลหญิงจากประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นต้นฉบับของคำว่า ‘ไอดอลที่จับต้องได้’ ก่อตั้งเมื่อปี 2005 แบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมกับแฟนคลับออกเป็น 3 กลุ่มคือ Team A  Team K  และ Team B มีเธียเตอร์ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับทำการแสดงและจัดกิจกรรมร่วมกับแฟนคลับอยู่ที่เขตอากิฮาบาระ เมืองโตเกียว

มีรูปแบบการทำกิจกรรมที่โดดเด่นคือ พวกเขาเป็นมากกว่านักร้องที่ออกผลงานเพลง เพราะจะต้องเป็นต้นแบบทางด้านความประพฤติและมีภาพลักษณ์ที่น่ารักสมวัย ประกอบกับการมีสมาชิกในวงจำนวนมาก จึงทำให้สามารถแสดงคาแรคเตอร์ที่หลากหลายถึงแฟนเพลงได้ ด้วยเหตุนี้ความนิยมของ AKB48 จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

AKB48

จากความนิยมของกลุ่ม AKB 48 นี้เองที่ทำให้เกิดการขยายตัวคล้ายกับเฟรนไชน์ไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นอีก 4 เมือง ได้แก่ SKE 48 ทำกิจกรรมที่เขตซากาเอะ จังหวัดไอจิ, NMB 48 ทำกิจกรรมที่เขตนัมบะ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจการค้าในโอซาก้า, HKT 48  ทำกิจกรรมที่เมืองฟุกุโอกะ ย่านฮากะตะ,  NGT 48  ทำกิจกรรมที่เมืองนีงาตะ, และ STU 48 ที่มีลักษณะโดดเด่นกับการประจำฐานที่เรือและล่องไปทำกิจกรรมที่ทะเลในย่านเซโตอุจิ   

จากจุดเด่นของการโปรโมทและการทำกิจกรรมที่ไม่เหมือนกับไอดอลอื่นๆ  จึงทำให้ 48 Group มีแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่พวกเขายังมีฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบสาวๆ ทั้ง 5 กลุ่มอยู่ในต่างประเทศอีกด้วย

ดังนั้นจึงทำให้มีการขยายตัวของ 48 Group ออกไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยประเทศแรกที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปคือ ประเทศอินโดนีเซีย กับกลุ่ม JKT 48 (JarKaTar) ซึ่งทำกิจกรรมที่เมืองจาการ์ตา ต่อด้วยกลุ่ม SNH 48 ( ShaNgHai ) ที่เซี่ยงไฮ้ ตามมาด้วยกลุ่มที่กำลังโด่งดังในบ้านเราอย่าง BNK 48 (BaNgKok) และอีกหลากหลายประเทศที่กำลังจะเปิดตัวตามมาไม่ว่าจะเป็น TPE 48  จากเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน  MNL 48 จากเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์  MUM 48 จากเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย และที่ฮือฮากันล่าสุดอย่าง Produce 48 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มต้นฉบับอย่าง AKB 48 กับรายการประกวดค้นหาไอดอลกรุ๊ปชื่อดังจากประเทศเกาหลีอย่างรายการ Produce 101 นั่นเอง

บทที่สอง :  พจนานุกรม ‘แฟนคลับ’ ฉบับกะทัดรัด

แฟนคลับ (คำนาม) คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบและคอยสนับสนุนศิลปิน ซึ่งคำว่า ‘แฟน’ พบว่าใช้ครั้งแรกราวศตวรรษที่ 19 บนหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ เพื่อเรียกกลุ่มคนที่ชื่นชอบและสนับสนุนนักกีฬา ต่อมาจึงใช้คำว่า แฟน กับกลุ่มที่หลากหลายขึ้น ทั้งนักดนตรี นักแสดง ภาพยนตร์ และการ์ตูน

ส่วนแฟนคลับที่เป็นผู้ชายนั้น แต่เดิมไม่มีคำเอาไว้เพื่อเรียกชี้เฉพาะ จนกระทั่งเกิดกระแสความนิยมของศิลปินเกาหลีทั้งในประเทศไทยและหลากหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ฐานกำลังแฟนคลับของศิลปินเกาหลีมีทุกเพศ ทุกวัย และมีพลังสนับสนุนที่เข้มแข็ง ไม่เว้นแม้แต่แฟนคลับที่เป็นผู้ชาย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดคำเรียกแฟนคลับศิลปินที่เป็นผู้ชายว่า ‘แฟนบอย’ นั่นเอง

ด้านกลุ่ม ‘โอตะ’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกแฟนคลับของเหล่า 48 Group  ไม่ได้เป็นคำที่บัญญัติขึ้นใหม่แต่อย่างใด แต่มาจากคำว่า ‘โอตะคุ’ ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคำใช้เรียกแทนคนที่หลงใหลหรือชื่นชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมาก ทั้งนี้โอตะคุไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น เพราะผู้หญิงก็สามารถเป็นโอตะคุได้เช่นกัน

ซึ่งหากลงลึกถึงวัฒนธรรมการเป็นแฟนคลับในสังคมไทย จะพบว่ามีพฤติกรรมของกลุ่มคนที่เป็นแฟนคลับมานานแล้ว อย่างในสมัยก่อนที่มีคำว่า ‘แม่ยก-พ่อยก’ ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกผู้ชมการแสดงลิเก ที่ชื่นชอบนักแสดงและคอยซื้อของสนับสนุน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า ‘เปย์’ ในปัจจุบันนั่นเอง

บทที่สาม : ภาคทฤษฎีกับการลงพื้นที่เพื่อ ‘จับมือ’

กิจกรรมที่นับว่าเป็นจุดเด่นของกลุ่ม 48 Group คือ ‘งานจับมือ’ ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทำให้ไอดอลกลุ่มนี้สามารถจับต้องได้และมีพื้นที่ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีกติกาห้ามศิลปินถ่ายรูปและจับมือกับแฟนคลับนอกกิจกรรมนี้ พูดง่ายๆ คือ แม้ว่าคุณจะโชคดีได้นั่งเรียนหนังสือห้องเดียวกับสมาชิกในวง BNK 48  และอยากหาโอกาสแชะภาพคู่สักครั้ง ก็ทำได้เพียงแค่ข่มใจเอาไว้ เพราะจะต้องกดสั่งซีดี รุ่น Limited Edition ของวง ที่มีบัตรจับมือแนบมาให้ 1 ใบ และรอวันเข้าร่วมกิจกรรมจับมือด้วยระยะเวลาเฉลี่ยคนละ 8-10 วินาที จนมีคำพูดติดตลกจากไอดอลฝั่งญี่ปุ่นว่า  “งานจับมือ คือหนังสั้น 8 วินาที ของคนสองคน”

เฌอปราง

จากความโด่งดังของวงและกระแสของงานจับมือที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จึงทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นผ่านมุมมองที่หลากหลายในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหมาะสมของการต่อแถวจับมือ ซึ่งหลายคนมองว่าเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้กำลังถูกตีค่าเป็นเพียงวัตถุ ที่รอให้เหล่าโอตะมาแสดงความชื่นชมและจับมือเพื่อตอบสนองความสุข หรือจะเป็นเรื่องความปลอดภัยจากการที่โอตะสามารถเข้าถึงตัวศิลปินได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งในกรณีนี้เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นทางฝั่งญี่ปุ่น โดยมีแฟนคลับต่อแถวจับมือพร้อมถือเลื่อยมา เพื่อจะเลื่อยมือของศิลปิน เหตุการณ์น่ากลัวนี้ทำให้ไอดอลสาวเข็ดขยาดกับงานจับมือและสถานะไอดอล จนต้องประกาศจบการศึกษาไปในที่สุด

แต่ในมุมของเหล่าโอตะหลายคน กลับมองว่าช่วงเวลาเพียงแค่ 8 วินาที ที่ได้จับมือและมีโอกาสพูดคุยเพียงแค่ประโยคเดียวกลับช่วยเพิ่มพลังและทำให้มีความสุขจากเรื่องราวอันเหน็ดเหนื่อยในชีวิตได้ เพราะว่าประโยคสนทนาแสนเรียบง่ายอย่าง “สู้ๆ นะคะ”  “ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ”  “แล้วเจอกันใหม่นะคะ” ที่ออกจากปากของน้องๆ กลุ่มนี้ ได้กลายเป็นเหมือนยาชูกำลังชั้นดี ที่ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

BNK48

บทที่สี่ : เรียนวิชา ‘วัฒนธรรมสมัยนิยม’

สำหรับกระแสความนิยมของ BNK48 ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง สำหรับพฤติกรรมและการแสดงออกถึงความชื่นชอบของเหล่าโอตะ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนซีดีเพลงที่ถูกลิขสิทธิ์ การรวมตัวกันอย่างล้นหลามในงานจับมือ หรือจะเป็นการส่งเสียงเชียร์และร้องเพลงของสาวๆ วงนี้อย่างสุดกำลัง

พลังแห่งความชื่นชอบนี้เอง ที่สนับสนุนให้วง BNK 48 และเพลงคุ้กกี้เสี่ยงทาย ทะยานสู่ความนิยมในวงกว้างของประเทศไทยจนกลายเป็น Pop Culture หรือ วัฒนธรรมสมัยนิยมที่น่าจับตามองในปัจจุบัน

คุ้กกี้เสี่ยงทาย

ดังขนาดไหน? จึงจะได้เป็นวัฒนธรรมสมัยนิยม

คำนี้หมายรวมถึง ความบันเทิงด้านวัฒนธรรมประเภทใดก็ได้ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนในแต่ละยุคสมัย และสิ่งที่จะก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมสมัยนิยมได้ จะต้องมีพลังจากมหาชนที่พร้อมใจกันให้ความสนใจในสิ่งเดียวกันรวมทั้งต้องเป็นกระแสที่เกิดขึ้นใหม่ หรือว่าแปลกจากสิ่งเดิมที่เคยมีอยู่  เช่น ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2555 กับเพลง Gangnam Style จากประเทศเกาหลี ที่มีท่อนร้องติดหูว่า ‘โอปป้ากังนัมสไตล์’ พร้อมกับท่าเต้นควบม้าที่โด่งดังทั่วเอเชีย หรือจะเป็นท่าเต้นสุดอมตะอย่างท่ามูนวอร์ค ที่ ไมเคิล แจ๊คสัน ศิลปินชื่อดังฝากเอาไว้ก็เป็นวัฒนธรรมสมัยนิยมที่หลายคนรู้จักกันอย่างดี

Popular Culture

บทที่ห้า : วัฒนธรรมสมัยนิยมที่คุณผู้ชาย
ได้รับอิทธิพล

นอกจากความน่ารักสดใสของวง BNK 48 ที่เข้ามายึดพื้นที่ในหัวใจของผู้ชายหลายคนไปแล้ว ยังมีวัฒนธรรมสมัยนิยมอีกหลายสิ่งที่ทรงอิทธิพลจนผู้ชายต่างตกหลุมพรางไปตามๆ กัน เช่น ความโด่งดังของ Elvis Presley ที่ทำให้ชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยในสมัยนั้นลุกขึ้นมาแต่งตัวและทำผมใส่เจลเนี้ยบแบบเปิดหน้า ตามเอกลักษณ์ของเอลวิส 

ตัดมาที่ความสนใจด้านกีฬาในฤดูกาลฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสียเชียร์ของเหล่าแฟนบอลชายที่เฝ้าติดตามการแข่งขันอย่างดุเดือด ว่ากันว่าการเชียร์บอลไม่ได้จบแค่ในสนามบอลเท่านั้น เพราะว่าเหล่าแฟนบอลจะมีพื้นที่สำหรับรวมตัวกันเพื่อเตรียมทำอุปกรณ์เชียร์ และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องฟุตบอลตามประสาคนที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้

หากไม่พูดถึงกลุ่มซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อว่า ‘ซูเปอร์เซนไท’ หรือที่รู้จักกันในนามขบวนการ 5 สี ก็คงไม่ได้ เพราะเรื่องราวของหนุ่มสาว 5 คนที่ได้รับพลังพิเศษ และผนึกกำลังกันปราบเหล่าร้ายนี้ มีอิทธิพลต่อโลกแห่งจินตนาการของผู้ชายทุกคนในวัยเยาว์ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการชอบเล่นต่อสู้และชื่นชอบหุ่นยนต์ ทั้งยังเป็นภาพยนตร์ที่สร้างค่านิยมของการผดุงคุณธรรมเพื่อปราบเหล่าร้ายมายาวนานกว่า 40 ปี

โอตะ

บทส่งท้าย : ความสุขที่ไม่ได้มาจาก
‘การเสี่ยงทาย’

จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถตัดสินตอนจบของกระแสนิยมและความสัมพันธ์ระหว่างไอดอลสาวกับเหล่าโอตะได้ เพราะในอนาคตพวกเธออาจมีผลงานเพลงจนโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง หรือว่าอาจเกิดกระแสนิยมอื่นที่มารับบทภาคต่อในวัฒนธรรมความบันเทิงของบ้านเราก็เป็นได้

แต่สิ่งที่สามารถตัดสินได้เลยตอนนี้ก็คือ การที่คุณได้มาเป็นแฟนคลับของอะไรก็ตาม มันเหมือนกับการสร้างและสะสมพลังงานบวกจากคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดเลย หากผู้ชายคนหนึ่งจะออกมามีสังคมและส่งเสียงเชียร์ไปพร้อมกับบทเพลงและศิลปินที่ชื่นชอบ

เพราะความสุขที่พวกเขาได้รับ มันสามารถสัมผัสและรับรู้ได้จริง อย่างไม่ต้องรอการเสี่ยงทาย

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD BNK(48) ตัวร้ายกับนายโอตะ ชีวิตชายหนุ่มที่ตกหลุมแห่งความสุข