ยาคุมสำหรับผู้ชาย
01 March 2019

อุ่นใจยกกำลังสองเรื่องท้องไม่พร้อม
กับ ‘ยาคุมสำหรับผู้ชาย’

การคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายอย่างเรานอกเหนือจากการใช้ถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพ และการทำหมันแบบถาวรแล้ว คงไม่มีแนวทางไหนเป็นความหวังได้ดีไปกว่า บรรดา ‘ยาคุมสำหรับผู้ชาย’ ที่มีข่าวคราวการทดลองออกมาหลายรูปแบบ และคาดว่าจะช่วยลดปัญหาภาวะท้องไม่พร้อมอย่างได้ผลมากขึ้น เพราะเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดได้กับคู่รักชายหญิงทุกคู่ แม้จะพยายามป้องกันอย่างดีแล้วก็ตาม

ยาคุมสำหรับผู้ชายมีหลากหลายรูปแบบ

ปกติเวลาผู้ชายหลั่งจะมีตัวสเปิร์มออกมาด้วยหลายล้านตัว ซึ่งตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ประเมินว่าถ้ามีตัวสเปิร์มแหวกว่ายมามากกว่า 15 ล้านตัว จะมีโอกาสเกิดการปฏิสนธิกับไข่ของผู้หญิง และตั้งครรภ์ได้ง่ายที่สุด แต่หากสามารถลดอัตราการผลิตสเปิร์มให้เหลือน้อยกว่า 1 ล้านตัวต่อปริมาณน้ำอสุจิ 1 มิลลิลิตร จะลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ดียาคุมสำหรับคุณผู้ชายจึงมีฟังก์ชันหลักคือ เข้าไปลดอัตราการผลิตจำนวนตัวสเปิร์มของเพศชาย โดยมีการคิดค้นออกมาแล้ว 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

ยาฉีดคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย

ยาคุมที่ใช้ฉีดเพื่อคุมกำเนิดให้ผู้ชาย คือสาร Norethisterone Enanthate ปริมาณ 200 มิลลิกรัมซึ่งผลิตขึ้นจากของฮอร์โมนโปรเจสโตเจน (Progestogen) และสาร Testosterone Undecanoate ปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งผลิตจากฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) เมื่อฉีดสารดังกล่าวให้กับผู้ชายกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ แล้วให้นำน้ำอสุจิมาตรวจตามระยะเวลาที่กำหนด พบว่า 96 เปอร์เซนต์ สามารถผลิตตัวสเปิร์มได้น้อยลง จนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้ตั้งครรภ์

ยาเม็ดคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย

ยาเม็ดคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายมีชื่อเรียกว่า Dimethandrolone Undecanoate หรือ DMAU สังเคราะห์ขึ้นจากฮอร์โมนเทสโทสเทอร์โรน (Testosterone) และฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) หลักการทำงานคือ จะเข้าไปหลอกกระบวนการทำงานของร่างกาย ทำให้สมองหยุดสั่งการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอร์โรน ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์อสุจิ โดยผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำต้องทานยาคุม DMAU นี้ติดต่อกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด คล้ายกับที่ผู้หญิงต้องทานยาคุมทุกวัน

เจลยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย

เจลยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายจะช่วยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการผลิตตัวสเปิร์มได้เช่นกัน โดยสังเคราะห์ส่วนผสมจากฮอร์โมนชนิดเดียวกันกับยาเม็ด แต่มีวิธีการใช้งานที่ต่างออกไป โดยผู้ใช้ต้องบีบเจลประมาณครึ่งช้อนชาแล้วทาลงบริเวณแผ่นหลังและหัวไหล่ทุกวัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ1 นาที ให้เจลยาแห้งและซึมซาบสู่ผิวเอง

ผลข้างเคียงของ ‘ยาคุมสำหรับผู้ชาย’

แม้ประสิทธิภาพของยาคุมผู้ชายแต่ละแบบดูมีแนวโน้มว่าใช้ได้ผลเป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่า จากการทดลองใช้ ยังเกิดผลข้างเคียงกับกลุ่มตัวอย่างบางคน ทำให้ยังไม่สามารถวางจำหน่ายตัวยาได้อย่างเป็นทางการ

สำหรับยาฉีดทำให้บรรดาพ่อบ้านมีฮอร์โมนเพศชายเพิ่มสูงขึ้น เกิดสิว, อารมณ์แปรปรวน, มีอาการซึมเศร้า, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บางคนมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นด้วย ทำให้ต้องมีการศึกษาหาแนวทางลดผลกระทบจากผลข้างเคียงเหล่านี้ต่อไป

ส่วนยาเม็ดเมื่อกลุ่มตัวอย่างทดลองทานจริง กลับยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า ส่งผลต่อการเพิ่มหรือลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอร์โรน จนมีผลต่อการผลิตตัวสเปิร์มได้จริงหรือไม่ ขณะที่เจลยาแม้จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังได้ดี และอยู่ในกระเเสเลือดได้นานกว่ายาคุมแบบเม็ด ทว่ายังยืนยันไม่ได้ว่า เจลยาบนผิวของฝ่ายชายจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของคู่นอนด้วยหรือไม่

 

ถือเป็นแนวทางการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อชายหญิงที่ไม่พร้อมมีลูก แต่ในเมื่อยาคุมสำหรับผู้ชายยังไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ชายหญิงจึงไม่ควรละเลยวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นที่ยังได้ผลดีอยู่ ที่สำคัญต้องไม่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งบนเตียงเป็นผู้รับผิดชอบ ‘คุม’ อยู่เพียงฝ่ายเดียว ต้องวางแผนรับมือร่วมกัน เพราะนั่นหมายถึงความอุ่นใจแบบยกกำลังสอง

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD อุ่นใจยกกำลังสองเรื่องท้องไม่พร้อม กับ ‘ยาคุมสำหรับผู้ชาย’