กันดั้ม

ถอดรหัส ‘กันดั้ม’ เมื่อการ์ตูน
และของเล่นไม่ใช่เรื่องของเด็กเสมอไป

ถ้าพูดถึงการ์ตูนที่มีอายุมากเกือบ 4 ทศวรรษ คาแรคเตอร์ที่เป็นต้นแบบของการ์ตูนแนวหุ่นยนต์รบอีกหลายเรื่องในปัจุบัน ความโด่งดังจนกลายเป็นแลนด์มาร์คขนาดใหญ่ประจำเขตโอไดบะ เมืองโตเกียว และที่สำคัญคือ เป็นของเล่นของสะสมราคาแพง ที่ผู้ชายหลายคนฝันถึง ใช่แล้ว! … เรากำลังพูดถึงกันดั้ม (Gundam) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ‘กันดามุ’ (ガンダム) นั่นเอง

 

สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ คงจะเกิดคำถามว่า อะไร? คือเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้การ์ตูนหนึ่งเรื่อง และหุ่นยนต์โมเดลมีอิทธิพลต่อคนทั่วโลกได้ขนาดนี้ ความลับอะไรที่ทำให้จักรวาลของกันดั้มไม่มีวันสิ้นสุด โดยยังคงสามารถเปิดต้อนรับแฟนคลับหน้าใหม่และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมปัจจุบันได้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหมดความนิยมไปง่ายๆ

มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน เพราะต่อจากนี้คุณอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักและอยากเดินเข้าไปในจักรวาลกันดั้มเหมือนกับเรา

ท่องจักรวาลกันดั้ม

ในปี 1979 โทรทัศน์ญี่ปุ่นได้ออกอากาศแอนิเมชันเรื่องใหม่ ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง ‘โยชิยูกิ โทมิโนะ’ (Yoshiyuki Tomino)

เจ้าของการ์ตูนแนวหุ่นยนต์บู๊แอ็คชันหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งกับผลงานเรื่องกันดั้มนี้ เชื่อเลยว่าอาจารย์โยชิยูกิและต้นสังกัดอย่างบริษัท ซันไรส์ ประเทศญี่ปุ่น (Sunrise Inc.) ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในขณะนั้น คงไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำเม็ดเงินเข้าประเทศได้หลายหมื่นล้าน และยังเป็นการ์ตูนที่ครองพื้นที่ในความทรงจำของเด็กผู้ชายหลายคนมากว่า 39 ปี

อะไรที่ทำให้กันดั้มแตกต่าง?

เริ่มจากความพิเศษของตัวละคร เพราะเหล่าสาวกกันดั้มต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กันดั้มไม่ใช่หุ่นยนต์’ แต่คือชุดเกราะที่เรียกว่า ‘โมบิลสูท’ (Mobile Suite) ที่ให้คนเข้าไปนั่งบังคับหุ่นยนต์สำหรับสู้ในสนามรบ เท่านั้นยังไม่พอเพราะเนื้อเรื่องของกันดั้มไม่ได้ดึงดูดแต่ผู้ชมวัยเด็กเท่านั้น แต่ผู้แต่งยังนำเสนอมุมมองที่มีมิติของตัวละครขณะต้องเผชิญหน้ากับสงคราม ทำให้แฟนการ์ตูนได้เห็นภาพสะท้อนของการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง

Gundam

นอกจากนี้ในขณะที่การ์ตูนเรื่องอื่นเล่าเรื่องแบบมีพระเอกเป็นฮีโร่ ออกไปสู้กับเหล่าร้ายและได้รับชัยชนะ แต่กันดั้มทำให้เราเข้าใจภูมิหลังของตัวละครทั้งฝั่งพระเอกและฝ่ายตรงข้าม โดยตัวละครส่วนใหญ่เป็นเด็กมีปัญหาและขาดความอบอุ่น เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสงคราม จึงมีทางออกให้พวกเขาไม่มากไปกว่าการต้องเผชิญหน้าสู้ ทั้งยังเกิดคำถามวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดเสมอว่า ทำไมพวกเขาต้องออกไปสู้รบ ผลลัพธ์จากการต้องออกไปเสี่ยงอันตรายคืออะไร หรือว่าแท้จริงแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงหมากเล็กๆ ในกระดานเท่านั้น

ดังนั้นตลอดการดำเนินเรื่องหลายภาคและหลายสิบตอนที่ผ่านมา ผู้ชมจึงสามารถพิจารณาเลือกฝั่งได้เอง เนื่องจากในจักรวาลกันดั้มนี้ การหนุนหลังฝั่งพระเอกก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะเป็นฮีโร่เสมอไป

Gunpla

รู้จัก ‘กันพลา’ ของเล่นสำหรับผู้ใหญ่
ที่มองยังไงก็ไม่ตกยุค

ในวงการคนรักและชื่นชอบหุ่นยนต์กันดั้ม เป็นที่รู้กันดีว่าเรื่อง ‘ของเล่น’ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับเด็กอีกต่อไป เมื่อโมเดลหุ่นยนต์กันดั้ม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘กันพลา’ (Gunpla) เป็นของสะสมมูลค่ามหาศาลที่กวาดกำไรให้แก่บริษัทผู้ผลิต ได้กว่าปีละหมื่นล้าน นอกจากนี้โมเดลกันดั้มตัวที่มีราคาแพงที่สุดในโลก คือ Gundam Fix Platinum Toy Robot มีมูลค่าสูงถึง 7,500,000 บาท สร้างจาก Platinum เกือบทั้งหมดและยังมีเพชร 1.5 กะรัตติดตรงลูกตาอีกด้วย

Gundam Fix Platinum Toy Robot

จุดเริ่มต้นของความหลงใหลที่
ผู้ชายยอมจ่ายให้หุ่นยนต์กันดั้ม

กันดั้มชวนแฟนการ์ตูนดำดิ่งไปกับเรื่องราวของมหาสงครามหลายต่อหลายภาค จนกระทั่งเดินทางมาถึงภาค Gundam Build Fighter ที่คราวนี้ขอฉีกกฎด้วยการเล่าเรื่องต่างจากเดิม โดยไม่ได้มีฉากหลังเป็นสนามรบจริงจังเหมือนแต่ก่อน แต่กลับนำเสนอเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่มีความฝันอยากเป็นยอดฝีมือบังคับโมเดลกันดั้ม ซึ่งเรียกว่า กันพลา (Gunpla) ดังนั้นกันดั้มในภาคนี้จึงเป็นการผจญภัยเพื่อทำตามความฝันของเด็ก โดยนำโมเดลกันดั้มมาต่อสู้ ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องคือ สามารถทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมเสมือนได้เป็นเจ้าของกันพลาและบังคับมันได้จริง กันดั้มภาคนี้จึงได้รับความนิยมถล่มทลายและครองใจแฟนๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ได้ไม่ยาก

ในเวลาไม่นานต่อจากนั้น กระแสความชื่นชอบการ์ตูนแอนิเมชันเรื่องนี้ ก็ทำให้หุ่นรบกันพลาออกมาโลดแล่นในชีวิตจริง จนเป็นของเล่นสุดรักสุดหวงของบรรดาแฟนการ์ตูนทั่วโลก โดยโมเดลพลาสติกนี้ถือกำเนิดจากบริษัทขายของเล่นชื่อดังของญี่ปุ่น ชื่อว่าบันได (BANDAI) ที่ขอหยิบคาแรคเตอร์ยอดนิยมจากกันดั้มมาสร้างเป็นโมเดลของเล่น

First Gunpla

โดยในปี 1980 เป็นจุดเริ่มต้นของกันพลารุ่นแรกชื่อว่า First Gunpla มีลักษณะเป็นโมเดลแบบต่อง่ายๆ มีรายละเอียดไม่ซับซ้อน และยังไม่สามารถหักงอข้อต่อได้เหมือนจริงมากนัก โดยรุ่นเปิดตัวมีราคาประมาณ 300 เยน หรือ 3 ดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเจ้าหุ่นโมเดลนี้นับเป็นการสานฝันของสาวกกันดั้มอย่างแท้จริง จนทำให้หลายคนต้องการครอบครองและส่งผลให้กระแสตอบรับที่มีต่อกันพลารุ่นแรกดี ชนิดที่เรียกว่าถล่มทลาย

ต่อมาบริษัทบันได เร่งพัฒนากันพลาให้มีรายละเอียดและลูกเล่นมากขึ้น ทั้งขนาด ความเข้มของสี คุณภาพของวัสดุ และที่สำคัญเจ้าหุ่นรบนี้ยังมีโอกาสได้ทำหน้าที่เผยแพร่เรื่องราวในแง่มุมวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผ่านชุดเกราะที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกันพลานักรบ ซามูไร นินจา หรือแม้แต่กันพลาในชุดเกราะสามก๊กก็มีออกมาให้สะสมเช่นกัน

The Gundam Base Tokyo Complex

เกือบ 4 ทศวรรษกับก้าวย่าง
แห่งความสำเร็จ


เป็นเวลากว่า 39 ปี ที่การ์ตูนเรื่องนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กผู้ชายหลายคนบนโลก กันดั้มเป็นการ์ตูนเรื่องแรกๆ ของญี่ปุ่นที่เข้ามาตีตลาดฝั่งตะวันตก สร้างอิทธิพลที่สามารถนำไปสู่การแข่งขันกันพลาระดับโลก และยังนำเสนอเรื่องราวของหุ่นยนต์รบให้กลายเป็นตำนานที่หลายคนต้องนึกถึง อย่างการสร้าง The Gundam Base Tokyo Complex หรือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับกันดั้ม ไม่ว่าจะเป็นหุ่นกันพลา วิดีโอเกม การ์ดเกมกันดั้ม การ์ตูนมังงะ ทั้งยังจัดแสดงของสะสมจากทั่วทุกมุมโลก

RX-0 Unicorn Gundam

หรือจะเป็นหุ่นยนต์กันดั้มขนาดเท่าของจริงรุ่น ‘RX-0 Unicorn Gundam’ กับความสูง 19.7 เมตร ซึ่งทำหน้าที่เป็นทูตการท่องเที่ยว และเป็นแลนด์มาร์คประจำเขตโอไดบะ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เชิญชวนให้คนแวะมาเยี่ยมเยือนได้อย่างดี ซึ่งจริงๆ แล้วญี่ปุ่นเคยสร้างหุ่นกันดั้มขนาดมหึมาเช่นนี้มาก่อนแล้ว นั่นก็คือ รุ่น RX-78-2 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปีในขณะนั้น แม้เจ้าหุ่นตัวเก่าจะมีขนาดเล็กกว่าตัวปัจจุบันเล็กน้อย แต่ก็เป็นหนึ่งในภาพจำของเขตโอไดบะ ที่ยืนตระหง่านต้อนรับนักท่องเที่ยวมาถึง 8 ปี

ถ้านี่เป็นการขับหุ่นยนต์เพื่อท่องจักรวาลต่างๆ สาวกกันดั้มที่เฝ้าติดตามการ์ตูนเรื่องนี้คงจะได้เดินทางไปพร้อมกับกันพลาคู่ใจเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร คำตอบที่ว่าทำไมการ์ตูนเรื่องนี้ถึงกลายเป็นตำนาน และเป็นสุดยอดแอนิเมชันที่พาเด็กผู้ชายเข้าสู่โลกของหุ่นยนต์ได้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น คงจะมาจากเนื้อเรื่องและตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นเสมือนเป็นโลกอีกใบที่สอนให้เข้าใจชีวิต

นอกจากนี้กันดั้มยังเผยแพร่วัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยเป็นกระจกสะท้อนสังคมที่ก่อตัวท่ามกลางสงครามและความขัดแย้ง ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคยบอบช้ำจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งยังเต็มไปด้วยคติสอนใจที่พร้อมจะช่วยพยุงให้คุณฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ ไม่ว่าในขณะนั้นจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่ากันดั้มจะเป็นเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างและแก่ไปพร้อมกับคุณ
 

“ชีวิตใครก็ชีวิตมัน เพราะฉะนั้นชีวิตนั้นเป็นของคุณไม่ใช่ของเขา”
Kira Yamato [Gundam Seed Destiny]

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ถอดรหัส ‘กันดั้ม’ เมื่อการ์ตูนและของเล่นไม่ใช่เรื่องของเด็กเสมอไป