ชุดชั้นในชาย
 
 
 

ชุดชั้นในชาย เอกลักษณ์สะท้อนศักดิ์ศรี
ความเป็นชายตลอดกาล

 

หนึ่งในเครื่องแต่งกายสุดอมตะที่ครองใจชายหนุ่ม ชนิดที่รักแล้วรักเลยไม่เคยเปลี่ยนใจ แม้ว่าแฟชั่นเสื้อผ้าใหม่ๆ จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปไวเพียงใด คงหนีไม่พ้น ‘ชุดชั้นในชาย’ เพราะแต่ละคนต่างมีรูปแบบของชุดชั้นในที่ถูกจริตกับสรีระของตัวเอง ทำให้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เรียกว่า ความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ยังคงใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เสมอ

‘ผ้าเตี่ยว’ จุดเริ่มต้นของชุดชั้นในชาย

ในอดีตข้าวของหลายสิ่งถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ แสดงถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ของผู้คน ชุดชั้นในก็เช่นกัน เพราะมันถูกสงวนไว้สำหรับชายสูงศักดิ์ ตั้งแต่กษัตริย์ลงมาถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งนี้ ประวัติศาสตร์ของชุดชั้นในชาย ถูกกล่าวถึงครั้งแรกราว 1,300 ปีก่อนคริสตกาล พร้อมตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับการฝังพระศพ กษัตริย์ คิง ทุต (King Tut) แห่งอียิปต์ ซึ่งมีการขนสมบัติมีค่า ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจน ‘ผ้าเตี่ยว’ กว่าร้อยผืนลงไปในหลุมฝังศพด้วย นับเป็นจุดเริ่มต้นให้เครื่องแต่งกายปกปิดสรีระส่วนลับของชาย เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลาต่อมา โดยชายชาวอียิปต์เอง นิยมห่อหุ้มร่างกายท่อนล่างไม่ให้เปลือยเปล่า ด้วยผ้าเตี่ยว แล้วใช้ผ้าแถบหรือเข็มขัดยึดไว้ให้แนบกับลำตัว

ในญี่ปุ่น ผ้าเตี่ยว ถูกเรียกว่า ‘ฟุนโดชิ’ เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยชายสมัยนั้นนิยมสวมเพียง ฟุนโดชิกับเสื้อฮัปปิ หรือ เสื้อคลุมแบบผ่าหน้าคล้ายกิโมโนที่มีความยาวถึงช่วงเอว ออกไปทำงาน เพราะสะดวกต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย และเหมาะกับสภาพอากาศในหน้าร้อน แต่ปัจจุบัน ฟุนโดชิ ถูกลดความนิยมลง เนื่องจากวิวัฒนาการด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่สำคัญ มันยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งลัทธิทหาร และความเจ็บปวดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากในยุคสงครามที่ทุกชนชั้นเผชิญความลำบากกันถ้วนหน้า ฟุนโดชิ ได้ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนสวมใส่เป็นชุดชั้นใน ทำให้ปัจจุบัน สมาคมฟุนโดชิญี่ปุ่น ต้องพยายามรณรงค์ให้ผู้คนทั้งชายและหญิง หันกลับมาใส่ชุดชั้นในสไตล์นี้กันมากขึ้น เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมของเครื่องแต่งกายในอดีต บ่อยครั้ง นักท่องเที่ยวจึงได้เห็นหนุ่มแดนปลาดิบสวมผ้าเตี่ยวกับเสื้อฮัปปิ ออกมาเดินโชว์กันตามเทศกาลสำคัญต่างๆ

ผ้าเตี่ยว

ส่วนการนุ่งผ้าเตี่ยวของชายไทย เชื่อกันว่า ได้รับอิทธิพลมาจากทางล้านนา โดยหนุ่มเมืองเหนือในยุคนั้นนิยมสักลาย และลงอักขระอาคมด้วยหมึกสีดำทั่วเรือนร่าง ซึ่งนอกเหนือจากความเชื่อเรื่องการใช้เป็นวิชาป้องกันตัวแล้ว ยังถือเป็นค่านิยมด้วยว่า ชายใดสะโพกขาวเพราะไม่สักลาย จะไม่เป็นที่ต้องการของผู้หญิง และอาจถูกสบประมาทว่า เป็นคนขี้ขลาดตาขาว ด้วยเหตุนี้ หนุ่มๆ จึงนิยมสวมผ้าเตี่ยวที่ถักทอขึ้นจากเส้นฝ้ายธรรมชาติ เป็นเครื่องประดับกายและอวดลายสักไปในตัว ที่สำคัญ การนุ่งเตี่ยวยังสะดวกต่อการทำงาน ต่อสู้ และขี่ควายอีกด้วย

Codpiece

'ค็อดพีซ' กระจับประดับความเป็นชาย

ในยุคเรอเนสซองซ์ หรือราวศตวรรษที่ 14 - 15 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษ มีพระบรมราชานุญาตให้ชายผู้มีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่ลอร์ดขึ้นไป สามารถสวมเสื้อคลุมแบบสั้นได้ จึงเกิดการคิดค้นปลอกสำหรับสวมปิดบังอวัยวะเพศชายขึ้น เรียกว่า 'ค็อดพีซ (Codpiece)’ มีลักษณะคล้ายกระจับของนักมวยในปัจจุบัน ใช้สวมครอบบริเวณหว่างขา เนื่องจากกางเกงสมัยก่อนนิยมเว้นช่องว่างตรงเป้าไว้ ไม่เย็บติดกัน เพื่ออำนวยความสะดวกเวลาถ่ายเบา ต่อมาในยุคกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 มีการนำค็อดพีซมาดัดแปลงด้วยการยัดนุ่น หรือ ขนคอม้า จนมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายเวลาแข็งตัว สวมครอบบริเวณเป้าอีกทีหนึ่ง กลายเป็นเครื่องประดับแสดงอำนาจทางชนชั้นและบ่งบอกความเป็นชาย ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก บางคนถึงขั้นประดับเพชรพลอย และทำช่องสำหรับใส่เหรียญเพิ่มไว้ที่ค็อดพีซเลยก็มี

Union Suit

ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม กับการกำเนิด
ชุดชั้นในชายทรงคลาสสิกตลอดกาล


ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมช่วงศตวรรษที่ 19 นวัตกรรมสิ่งทอที่ก้าวหน้ามากขึ้น เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่น รวมถึงแวดวงชุดชั้นในเวลาต่อมา โดยชุดชั้นในชายแนบเนื้อแบบแรกที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เรียกกันว่า ‘Union Suit’ มีเอกลักษณ์คือ เป็นชุดแบบเต็มตัวเพราะเสื้อกับกางเกงเชื่อมติดกัน คล้ายเครื่องแต่งกายของนักกีฬายกน้ำหนักในปัจจุบัน มีทั้งรูปแบบขาสั้นและขายาว เป็นผลงานการออกแบบของ Jacques Schiesser ดีไซน์เนอร์ชาวเยอรมัน ก่อนถูกนำมาเปิดตัวครั้งแรกในงาน World's Fair ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับความนิยมไปอีกหลายสิบปี

Briefs

ปี 1936 ชุดชั้นในทรง ‘Briefs’ เอกลักษณ์ความเป็นชายที่คลาสสิกตลอดกาลได้ถือกำเนิดขึ้น จากผลงานการคิดค้นของ Arthur Kneibler นักออกแบบชาวสหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาจากชุดชั้นในสมัยก่อน เพื่อให้เข้ากับสรีระ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันของหนุ่มๆ ทั้งการออกกำลังกาย และการนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ด้วยการใช้ผ้าที่มีความกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างคอตตอนและไมโครไฟเบอร์ในการตัดเย็บ พร้อมฝากแพตเทิร์นอันเป็นเอกลักษณ์ของชุดชั้นในชายในปัจจุบัน อย่างรูป ‘ตัววายคว่ำ’ บริเวณเป้ากางเกง ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาเข้าห้องน้ำ ทั้งยังเป็นรูปแบบการตัดเย็บ ที่ตอกย้ำให้ชุดชั้นในชายทรงนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากมีทั้งคุณสมบัติในการปกป้องน้องชายให้เข้าที่เข้าทาง แต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือเสียดสีกัน เวลาไม่ได้ขยับร่างกายช่วงล่างเป็นเวลานานๆ

underwear

จากนั้น ชุดชั้นในทรง Briefs ก็ได้กลายมาเป็นต้นแบบของชุดชั้นในชายอีกหลายทรง ไม่ว่าจะเป็น Midway Briefs, Boxer Briefs, Trunk, Bikini, Thong,  Jockstrap, Strings และ Boxers ที่หนุ่มๆ นิยมสวมทับชุดชั้นในอีกชั้น นั่นเอง

 

 

 

 
 


tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ชุดชั้นในชาย เอกลักษณ์สะท้อนศักดิ์ศรีความเป็นชายตลอดกาล