จักรยานเสือหมอบวินเทจ

เปิดเทคนิคเบื้องต้น ในการเลือก
‘จักรยานเสือหมอบวินเทจ’

จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) คือยานพาหนะที่ออกแบบมาเพื่อการปั่นบนทางเรียบ สามารถทำความเร็วได้อย่างปราดเปรียว ด้วยวัสดุน้ำหนักเบาที่นำมาทำโครงสร้างหลักของตัวรถ (Frame) และล้อขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร กับหน้ายางขนาดเพียง 20-25 มิลลิเมตร (2-2.5 เซนติเมตร) ทำให้เสือหมอบสามารถปั่นทำรอบได้เร็วกว่าจักรยานเสือภูเขา (Mountain Bike) จนถูกนำไปใช้ในการเเข่งขันจักรยานทางไกลแมตช์ดังมากมาย ที่คุ้นหูกันดีคงหนีไม่พ้น 3 รายการใหญ่ในยุโรป อย่างการแข่งขันจักรยานทางเรียบ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ (Tour de France), จีโร ดีตาเลีย (Giro d’Italia) และ วูเอลตา อาเอสปันยา (Vuelta a Espana) ซึ่งแต่ละแมตช์นั้นมีการแข่งขันกันมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ทำให้รถรุ่นที่เคยโด่งดังในอดีต กลายเป็นตำนาน ‘จักรยานเสือหมอบวินเทจ’ ที่นักสะสมไม่เคยลดละความพยายามในการเสาะหาให้ได้มาครอบครอง

Road Bike Vintage

จักรยานเสือหมอบวินเทจที่นิยมกันในกลุ่มนักสะสม และนักปั่นที่ชื่นชอบกลิ่นอายความคลาสสิกนั้น ส่วนใหญ่ตัวรถมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปบางคันประกอบขึ้นใหม่จากการนำโครงสร้างหลักรูปสามเลี่ยม หรือที่ในวงการน่องเหล็กเรียกกันว่า ‘เฟรม’ ของจักรยานรุ่นเก่า มาประกอบเข้ากับอะไหล่รถรุ่นใหม่ๆ จนได้ ‘รถจักรยานเสือหมอบสไตล์นีโอวินเทจ’ (NEO-VINTAGE) ขณะที่บางค่ายเลือกตอบโจทย์นักปั่นที่ชื่นชอบดีไซน์ความเก๋า แต่ยังอยากเก็บจักรยานไว้ปั่นแข่งขันและเดินทางไกลไปพร้อมกัน ด้วยการดีไซน์เสือหมอบให้มีลักษณะย้อนยุค แต่ยังคงสมรรถนะการขับขี่ที่เร็วและแรงเอาไว้แทน

จุดเด่นของจักรยานเสือหมอบวินเทจอยู่ที่เฟรมและก้านสับเกียร์ โดยเฟรมรุ่นเก่าส่วนใหญ่จะทำจากเหล็กกล้า (Steel) ผสมโครเมียม  (Chromium)และโมลิบดีนัม (Molybdenum) เรียกเฟรมประเภทนี้ว่า ‘เฟรมโครโมลี’ (Chromoly) มีน้ำหนักมากกว่าเฟรมของจักรยานรุ่นใหม่ซึ่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) และอะลูมิเนียม (Aluminium) รถรุ่นใหม่จึงได้เปรียบเรื่องความไหลลื่นในการปั่น และมีแรงส่งเวลาเร่งทำความเร็วได้ดี

Shifter

ส่วน ‘ก้านสับเกียร์’ (Shifter) ในจักรยานเสือหมอบวินเทจบางรุ่น จะติดตั้งอยู่ที่บริเวณท่อเหล็กส่วนล่าง (Down Tube) ของเฟรม โดยภาษาในวงการนักปั่นสายชิล เรียกรถที่มีจุดเปลี่ยนเกียร์แบบนี้ด้วยศัพท์สแลงว่า ‘สับถัง’ เกิดจากการเปรียบเทียบเฟรมเป็นเหมือน ‘ตัวถังของรถ’ คล้ายถังน้ำมันของรถจักรยานยนต์ เวลาต้องการเปลี่ยนเกียร์ขณะปั่นจึงต้องโน้มตัวลงมาขยับก้านสับเกียร์ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างขาของนักปั่นนั่นเอง ส่วนก้านสับเกียร์ของเสือหมอบสมัยใหม่จะถูกติดตั้งไว้ที่บริเวณแฮนด์ เรียกด้วยศัพท์สแลงว่า ‘เสือหมอบมือตบ’

จักรยานเสือหมอบ

3 ทรงสุดโดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์
จักรยานเสือหมอบ


1. 
ทรง Endurance เหมาะสำหรับปั่นทางไกลตั้งแต่ 200-300 กิโลเมตรขึ้นไป โดยไม่เน้นทำความเร็ว เนื่องจากท่อส่วนบน (Top Tube) ของเฟรมค่อนข้างลาดลงมาทางฝั่งอานนั่ง ทำให้นักปั่นตั้งตัวได้เกือบตรงและปั่นได้สบาย จึงไม่เมื่อยเวลาต้องปั่นติดต่อกันนานๆ

2. ทรง Aerodynamic หรือเรียกสั้นๆ ว่า Aero เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปั่นเพื่อทำความเร็วสูงบนทางราบ เพราะรูปทรงของเฟรมถูกออกแบบมาให้ลู่ลมได้ดี โดยท่อส่วนบนจะวางนอนเกือบขนานกับพื้น ทำให้เวลาปั่นต้องก้มตัวลงมากเพื่อลดแรงต้านจากลมที่มาปะทะตัว

3. ทรง All Around อยู่กึ่งกลางระหว่างสองทรงแรก สังเกตได้จากท่านั่งปั่นที่ไม่จำเป็นต้องก้มตัวมากเกินไป เวลาปั่นสามารถเร่งความเร็วขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถทำความเร็วคงที่ได้นานเท่าทรง Aero เพราะรูปทรงของเฟรมถูกออกแบบมาให้เอื้อต่อการส่งแรงพุ่ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำไปปั่นขึ้นเขา

 

สำหรับใครที่นึกภาพองศาการก้มตัวเวลาปั่นจักรยานเสือหมอบแต่ละทรงไม่ออก สามารถจินตนาการองศาความเอียงเปรียบเทียบกับเข็มนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ โดยทรง Endurance จะก้มตัวอยู่ที่ 01.00 น. ส่วนทรง All Around ก้มตัวที่ตำแหน่ง 02.00 ขณะที่ทรง Aero ก้มตัวสุดจนตั้งฉากกับขาของนักปั่น หรืออยู่ที่ตำแหน่ง 03.00 น. นั่นเอง

เทคนิคเบื้องต้นในการเลือก
จักรยานเสือหมอบวินเทจ

 

หากจะพูดว่าการเฟ้นหาจักรยานเสือหมอบวินเทจที่ใช่สักคัน ต้องขึ้นอยู่กับดวง ความพยายาม และต้นทุนในกระเป๋า ก็คงไม่ผิด เพราะบ่อยครั้งที่นักสะสมได้รถคุณสมบัติอย่างแจ่มมาครอง แต่กลับใช้งานจริงไม่ได้ ทำให้ต้องยอมควักกระเป๋าเพิ่มเพื่อซ่อมให้มันฟื้นคืนชีพกลับมา จนงบบานปลายไปตามๆ กัน ที่สำคัญ ปัจจุบันก็มีร้านขายอยู่มากมาย ทั้งแบบที่มีหน้าร้าน และขายทางออนไลน์ บรรดานักสะสมหน้าใหม่จึงต้องมีคู่มือการเลือกซื้อกันบ้าง เพื่อให้ได้ของดี ราคาสมเหตุสมผล ด้วยเทคนิคดังนี้

เช็กสภาพ

เสือหมอบวินเทจควรคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น คงสีเดิมของตัวเฟรมไว้ รอยเชื่อมระหว่างท่อ (Lug) ที่ใช้ทำเฟรมยังแข็งแรงไม่ผุกร่อนหรือมีรอยเชื่อมใหม่ ส่วนรอยขีดข่วนที่เกิดจากการดีดของเม็ดหินอันเนื่องมาจากการใช้งานจริงอย่างสมบุกสมบันนั้น ถือว่าเป็นร่องรอยความงามอย่างหนึ่งของรถย้อนยุคโดยทั่วไป

เช็กท่อที่ใช้ประกอบเฟรม

ท่อทำเฟรมแต่ละชนิดสะท้อนเอกลักษณ์ได้แตกต่างกัน สำหรับยี่ห้อที่นิยมนำมาทำเฟรมจักรยานในอดีต คงหนีไม่พ้น ยี่ห้อในตำนานอย่าง โคลัมบัส (Columbus) จากประเทศอิตาลี, เรย์โนลด์ส (Reynolds) จากสหรัฐอเมริกา รวมถึง ทังเกะ (Tange) และพานาโซนิค (Panasonic) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจว่า นำมาทำเฟรมจักรยานแล้วหล่อทุกคัน

เช็กชุดเกียร์

ชุดเกียร์ที่นิยมเล่นกันในตลาดซื้อขายจักรยานเสือหมอบวินเทจ ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น อย่าง ชิมะโนะ (Shimano) และแบรนด์จากอิตาลี อย่าง กัมปาญอโล (Campagnolo) โดยนักสะสมมือใหม่ต้องไม่ลืมตรวจสอบด้วยว่า ชุดเกียร์ยังคงสภาพใช้งานได้ ไม่แตกร้าว หรือแอบมีรอยเชื่อมเหล็กใหม่มาก่อน

เช็กกะโหลกจักรยาน

กะโหลกจักรยาน (Bottom Bracket) เป็นกุญแจสำคัญช่วยถ่ายโอนกำลังขับให้รถจักรยานเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งอยู่บริเวณจุดหมุนของบันไดจักรยาน ก่อนซื้อควรสอบถามคนขายเรื่องขนาดกะโหลก และหัวเกลียวดูว่าสามารถหาอะไหล่ใหม่เปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะรถแต่ละรุ่นมีกะโหลกแตกต่างกัน แต่ในปัจจุบันมีตัวแปลง (Adapter) ช่วยให้หาอะไหล่ของรุ่นอื่นมาใส่แทนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักสะสมต้องไม่ลืมว่าจักรยานวินเทจที่สภาพสมบูรณ์ 100% นั้น หาได้ค่อนข้างยากแล้วในยุคนี้ หากไม่ศึกษาหาข้อมูลอย่างดีอาจพลาดได้สินค้าย้อมแมวมาโดยไม่ทันระวัง ส่วนใครสนใจอยากสั่งทำจักรยานเสือหมอบวินเทจขึ้นมาใหม่สักคัน ปัจจุบันก็มีร้านบริการเช่นกัน เผลอๆ อาจได้เพื่อนแก๊งใหม่นี่แหละช่วยให้ความรู้ ทำให้เข้าใจโลกของยานพาหนะสุดคลาสสิคคันนี้มากขึ้นก็ได้

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD เปิดเทคนิคเบื้องต้น ในการเลือก ‘จักรยานเสือหมอบวินเทจ’