Work-Life Balance
 
 
 

Work-Life Balance ปรับความคิด
ดึงสติ เปลี่ยนชีวิตให้สมดุล

 

ในช่วงเศรษฐกิจขาลงที่ตรงข้ามกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น คงไม่แปลกถ้าคนวัยทำงานจะมุ่งมั่นและทุ่มเท เพื่อหวังจะสร้างความมั่นคงและความก้าวหน้าให้กับชีวิต แต่การหักโหมทำงานโดยไม่หยุดพัก บางครั้งก็อาจทำให้พวกเขาเหล่านั้นหลงลืมการจัดการ Work-Life Balance ให้เหมาะสม ซึ่งนั่นทำให้ใครหลายคนละเลยเรื่องสำคัญต่างๆ ในชีวิตไป จะโทษการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมที่ทำให้คนสมัยนี้ต้องทำงานหนักขึ้น หรือจะโทษแต่ละบุคคลที่ไม่สามารถจัดสรรการใช้ชีวิต ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่มีอยู่อย่างจำกัดได้

 

จริงอยู่ที่ภาระหน้าที่ ความฝัน และเป้าหมายของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่คำว่า “เวลาไม่เคยพอ” มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า?

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของคนวัยทำงาน คือการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว บางคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ บ้างก็นั่งปั่นงานทั้งวันแต่ก็ยังไม่เสร็จสักที จนสุดท้ายต้องยกงานกลับไปทำต่อที่บ้าน ซึ่งสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจเกิดขึ้นจากการจัดการเวลาที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ การแบ่งเวลาที่ไม่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตส่วนตัว แต่ยังกระทบต่อความสัมพันธ์ และอาจทำให้คุณเบื่อหน่ายชีวิตการทำงาน จนทำให้แพสชั่นในการทำงานที่มี ค่อยๆ จางหายลงไปทุกที

Work-Life Balance คือ

การสร้างสมดุลของทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยเน้นการจัดสรรเวลาให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ มีเวลาพักผ่อนมากพอ และที่สำคัญยังทำให้คุณมีเวลาทำงานอดิเรก หรือกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตมากยิ่งขึ้นด้วย เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักหลักเศรษฐกิจพอเพียงและหลักทางสายกลางตามพระพุทธศาสนา ซึ่งทั้งสองแนวคิดนี้ล้วนเป็นแนวคิดที่ใช้เพื่อปรับสมดุลในการใช้ชีวิต ให้ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ไม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนและไม่ใช้ชีวิตสนุกจนหลงลืมการทำงาน พูดง่ายๆ ก็คือเป็นแนวคิดที่ตอกย้ำให้เราเห็นความสำคัญที่จะหาเวลาสร้างความสุขให้กับชีวิตของตน

4 แนวคิดปรับสมดุลให้ชีวิต

จัดตารางชีวิต

เริ่มต้นปรับสมดุลชีวิตได้ง่ายๆ ด้วยการจัดตารางชีวิต อาจจะย่อยเวลา 24 ชั่วโมง ให้เป็น 8 : 8 : 8 โดย 8 ชั่วโมงแรกสำหรับการทำงานตามเวลามาตรฐาน 8 ชั่วโมงถัดมาสำหรับการนอนหลับพักผ่อน และ 8 ชั่วโมงสุดท้ายสำหรับการใช้ชีวิตส่วนตัว ใช้เวลากับคนในครอบครัว หรือทำกิจกรรมต่างๆ อย่าลืมลงตารางบันทึกกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวันให้ชัดเจน เพื่อให้รู้ว่าวันนี้คุณจะต้องทำอะไร และเพื่อให้คุณลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้อย่างถูกต้อง

เมื่อถึงเวลางานก็ควรตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ พยายามสะสางงานกองมหึมาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาการทำงาน พอถึงเวลาเลิกงานก็ควรหยุด พอถึงวันหยุดก็ควรพัก และควรเลิกเป็นคนประเภทที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้แต่ละคนจะมีรายละเอียดยิบย่อยในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการจัดตารางเวลาให้เหมาะสม เพื่อที่จะช่วยปิดกั้นตัวเองออกจากการทำงาน และเพื่อปรับสมดุลให้ชีวิตของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

มองงานในมุมบวก

แน่นอนว่าเมื่อย่างก้าวเข้าสู่วงการการทำงาน หลายคนคงต้องเจอปัญหาที่ยุ่งยากมาคอยกวนใจ แต่ถ้าคุณลองปรับความคิดและมุมมองในการทำงานเสียใหม่ ชีวิตการทำงานของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ตราบเท่าที่คุณยังมีความหลงใหลในการทำงาน เชื่อว่าทุกปัญหาจะต้องสามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน อาจจะมีบางวันที่ทำงานผิดพลาดหรือไม่ประสบผลสำเร็จตามที่หวัง เมื่อใดที่ท้อแท้ในการทำงาน ให้คุณนึกถึงข้อดีของตัวคุณ ย้อนกลับไปคิดว่าเพราะอะไรคุณถึงยังทำงานนี้ และคุณรักอาชีพนี้มากแค่ไหน

เมื่อคุณเห็นคุณค่าของงาน เห็นคุณค่าของตัวเอง และมองงานในมุมบวกมากยิ่งขึ้น นั่นจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังสามารถทำให้คุณเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่มีความสุขคนหนึ่งเลยทีเดียว แล้วคุณจะไม่แปลกใจเลยว่า “เพราะอะไรที่ทำให้คุณต้องตื่นนอนแต่เช้า” “เพราะอะไรที่ทำให้คุณต้องยืนเบียดคนบนรถไฟฟ้า” และ “เพราะอะไรที่แก้งานเป็นสิบๆ ครั้งแต่คุณก็ยังคงมีความสุข”  ซึ่งเหตุผลจริงๆ แล้วเป็นเพราะคุณยังคงมีความหลงใหลในการทำงานและมองงานในมุมบวกอยู่เสมอ

กำหนดเป้าหมายและใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

นอกจากเรื่องการทำงานแล้ว อย่าลืมที่จะใส่ใจในการใช้ชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก สถานที่ที่ชอบเที่ยว หรือเมนูอาหารที่ชอบรับประทาน เพราะเมื่อคุณได้ทำกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วมีความสุข รอยยิ้มแห่งความสุขจากกิจกรรมที่โปรดปราณ คงช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานให้หายเป็นปลิดทิ้ง อาจตั้งเป้าหมายในการไปเที่ยวต่างประเทศ หรือพาครอบครัวไปพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อที่คุณจะได้ตั้งใจทำงานและเคลียร์งานให้จบสิ้น โดยมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน การสร้างความสุขให้ตัวเอง เติมแรงบันดาลใจ และเติมไฟในการทำงานจะช่วยทำให้ ชีวิตของคุณสมดุลมากยิ่งขึ้น

ให้ความสำคัญกับสุขภาพ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การทำงานและการใช้ชีวิตคือเรื่องของสุขภาพ ไม่เพียงแต่มันสมองและทักษะทางวิชาชีพที่จำเป็นต่อการทำงาน แต่สุขภาพร่างกายก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ คุณอาจจะหาเวลาว่างไปออกกำลังกายสัก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อๆ ไป เชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานของคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน

ทุกคนมีปัจจัยสำคัญในชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันคือเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน เพราะฉะนั้นแล้วควรจัดสรร Work-Life Balance ให้เหมาะสม เพื่อให้เวลาจำกัดตัวเราออกจากเรื่องไร้สาระ เพื่อให้คุณได้ทำสิ่งต่างๆ ได้ตามต้องการ และที่สำคัญที่สุดเพื่อทำให้คุณเห็นคุณค่าของเวลาและเป้าหมายของตัวคุณเอง ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 

เมื่อถึงเวลาที่ต้องนอน
คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจว่าวันนี้
คุณพลาดที่จะทำอะไรไป

 

 

 

 

 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Work-Life Balance ปรับความคิด ดึงสติ เปลี่ยนชีวิตให้สมดุล