การให้ทิป

TIP IN THE WORLD
การให้ทิปความแตกต่างที่คุณต้องรู้

การให้ทิป อาจดูเป็นเหมือนเรื่องที่เราจะทำก็ได้ หรือไม่ทำก็ได้ตามความพึงพอใจของเรา แต่ความจริงแล้วในบางประเทศนั้น มีวัฒนธรรมของการให้ทิป โดยคิดรวมไปในใบเสร็จนอกเหนือจากค่าบริการต่างๆ โดยที่เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว

‘ทิป’ นอกจากรู้จักกันในฐานะเงินพิเศษแล้ว ทิปยังเป็นตัวยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานบริการในบางประเทศอีกด้วย เพราะรายได้เกินครึ่งของพนักงานบริการ โดยเฉพาะตามร้านอาหาร ล้วนมาจากเงินพิเศษ หรือ ‘ทิป’ ทั้งนั้น อย่างในอเมริกาผู้เข้ารับการบริการจะให้ทิปขั้นต่ำ 15% เสมอ แต่ขณะเดียวกันประเทศญี่ปุ่นพนักงานอาจกระอักกระอ่วนใจหากคุณให้ทิปพวกเขา

การให้ทิปในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นถ้าเราจะเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะไปศึกษาต่อ หรือไปเที่ยว เราควรศึกษาธรรมเนียมการรับบริการของประเทศนั้นๆ ให้ดี เพื่อที่เราจะได้ไม่เคอะเขินเวลาเข้ารับการบริการในประเทศนั้นๆ

ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในอเมริกาค่าอาหารในแต่ละมื้อ หรือค่าบริการต่างๆ ที่ปรากฏบนใบเสร็จรับเงิน เกือบจะทุกร้าน จะถูกแจกแจงเอาไว้ดังนี้

  • ค่าอาหารตามความเป็นจริง
  • ภาษีที่ร้านต้องจ่ายในรัฐ 7-10% แล้วแต่รัฐ (นิวยอร์ก 8.875%)
  • ค่าทิปที่ต้องการให้ จะมีการแจกแจงมาว่า ถ้าคุณประสงค์จะให้ทิป 15% เป็นเงินเท่าไหร่ ถ้าจะจ่าย 18 หรือ 20% จะเป็นเงินเท่าไหร่ (ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 15%)

 

มาถึงตรงนี้หลายคนคงมองว่าถ้าจะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ตามความพอใจ แต่! ในอเมริกาคุณไม่สามารถเลือกได้สิ่งที่คุณเลือกได้คือจะจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์

ประเทศอังกฤษ

ที่ประเทศอังกฤษจะไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปแบบอเมริกาเพราะในใบเสร็จรับเงินส่วนใหญ่จะมีค่า Service Charge รวมอยู่ด้วยประมาณ 12.5% ของราคาอาหาร และไม่ได้เป็นภาคบังคับว่าคุณต้องจ่ายทิปให้กับพนักงาน แต่ตามหัวเมืองส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมีการใส่ Service Charge ลงมาในใบเสร็จ นอกจากว่าคุณจะมาเป็นกลุ่มใหญ่ ประมาณ 6 คนขึ้นไปทางร้านจะแจ้ง Service Charge ให้กับลูกค้า แต่ลูกค้าก็ยังสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ถ้ารู้สึกว่าพนักงานยังบริการไม่ดีพอก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย

 

สำหรับร้านกาแฟร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือร้านอาหารอื่นๆ ที่ต้องเดินไปสั่งกับพนักงานเอง จะมี Tip Jar (กระป๋องใส่ทิป) วางไว้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครใส่กัน เว้นแต่ว่าลูกค้าจะได้เหรียญเพนนี (สลึงบ้านเรา) แล้วขี้เกียจเก็บถึงจะหยอดกันอีกธรรมเนียมหนึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับบ้านเราเรียกว่า ‘round up to the nearest pound’  หมายถึงการปัดเศษเช่น คุณขึ้นแท็กซี่ค่ามิเตอร์รวม 9 ปอนด์ คุณก็อาจจะปัดให้เป็น 10 ปอนด์ไปเลย

ประเทศเยอรมนี

ร้านอาหารในประเทศนี้ก็จะมีการบวกค่า Service Charge 10-15% เรียบร้อยแล้ว แต่มารยาทการให้ทิปจะอยู่ที่ 5-10% จากค่าบริการทั้งหมดรวมกัน หรือจะให้ทิปแบบปัดเศษให้ถ้วนก็ไม่ผิด

 

ประเทศฝรั่งเศส

ตามร้านอาหารจะคิดค่า Service Charge อยู่ที่ 10-15% อยู่แล้ว คุณจะให้ทิปเพิ่มหรือไม่ให้ก็ได้ แต่หากเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ มารยาทการให้ทิปจะอยู่ที่ 5% แต่ในกรณีที่เป็นการบริการแบบส่วนตัว เช่น การนั่งแท็กซี่ควรให้ทิปประมาณ 1 ยูโร หรือแม้แต่การใช้บริการช่างตัดผม ร้านเสริมสวย ควรจ่ายทิป 10% จากค่าบริการ

ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศนี้ขึ้นชื่อการบริการด้วยใจ ถ้าคุณได้รับการบริการอย่างดีเยี่ยมจนเป็นที่พอใจ คุณก็ไม่ควรที่จะให้ทิปแก่พนักงาน บางคนจะถือว่าเป็นการดูถูกเลยทีเดียว คนที่เพิ่งเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเผลอวางทิปไว้ให้ในถาดชำระค่าอาหาร พนักงานอาจวิ่งเอาทิปมาคืนคุณ ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเลยในญี่ปุ่น สำหรับประเทศนี้ทิปที่พนักงานต้องการ คือ ありがとうございます!(อาริกาโตะ โกไซมัส) หรือ คำขอบคุณนั่นเอง

 

ประเทศสิงคโปร์

เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิปกับพนักงาน เพราะว่าการบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงแรม แท็กซี่ ฯลฯ จะมีการบวกค่า Service Charge ไว้แล้ว 10% และข้อห้ามที่สำคัญคือการให้ทิปที่สนามบิน ถือเป็นเรื่องต้องห้ามเด็ดขาดของชาวสิงคโปร์เลย

ประเทศเกาหลีใต้

ชาวเกาหลีใต้ ไม่มีวัฒนธรรมในการให้ทิป เพราะจะมีการบวกค่า VAT และ Service Charge 10% ไปในค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องให้ทิปแก่พนักงาน แต่การบริการบางอย่างที่มีการช่วยเหลือ เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ช่วยยกกระเป๋า เราก็สามารถให้ทิปคนขับได้ หรือจะไม่ให้ก็ได้ ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด แต่เมื่อไหร่ที่คุณไปทานอาหารในย่านอิแทวอน ก็สามารถที่จะให้ทิปได้ เพราะย่านนี้เป็นที่ตั้งฐานทัพของทหารอเมริกัน ชาวอเมริกันก็จะมีพื้นฐานวัฒนธรรมในการให้ทิปอยู่แล้ว

 

ประเทศจีน

ในประเทศจีนและฮ่องกงการให้ทิปเป็นเรื่องเฉยๆ ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก เพราะหากคุณไปรับประทานอาหารในร้านก็จะมีการบวกค่า Service Charge 10-15% (ฮ่องกง 10%) อยู่แล้ว แต่ถ้าหากคุณไปในเมืองใหญ่ หรือเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จำเป็นที่จะต้องจ่ายทิป เพราะพนักงานตามโรงแรม หรือสนามบินที่มาช่วยยกกระเป๋า เขาหวังเงินจากการให้ทิป ถ้าเรารู้สึกว่าการบริการเป็นที่พอใจก็ควรให้เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจกลับคืน

ประเทศไต้หวัน

ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญเลยสำหรับประเทศนี้ ตามร้านอาหารก็ไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ คือจะมีการบวก Service Charge 10% อยู่แล้ว แม้แต่พนักงานช่วยยกกระเป๋าก็ไม่จำเป็นต้องให้ทิป หรือแม้แต่ขึ้นรถแท็กซี่แล้วพนักงานขับรถไม่ทอนเงิน ทำมึนๆ เราก็สามารถทวงคืนได้โดยไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเกียจแต่อย่างใด

 

ประเทศฟิลิปปินส์

การให้ทิปในประเทศนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว เนื่องจากพนักงานในร้านอาหาร โรงแรม หรือคนขับรถแท็กซี่เขาหวังรายได้จากส่วนนี้ ถึงแม้ร้านอาหารส่วนใหญ่จะมี Service Charge อยู่แล้ว การให้ทิปจึงเป็นเรื่องสำคัญ อาจจะให้ไม่ต้องมาก ให้เป็นพิธีก็ยังดี

ร้านอาหารในหลายๆ ประเทศ ที่มีธรรมเนียมการให้ทิป จะมีช่องให้คุณกรอกจำนวนทิปในใบเสร็จรับเงินเลย ซึ่งใบเสร็จรับเงินส่วนใหญ่จะมีช่องลงนาม ดังนั้นถ้าคุณชำระค่าอาหาร และให้ทิปเป็นเงินสด ควรขีดคาดที่ช่องทิปในใบเสร็จรับเงิน เพื่อไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายมาแอบใส่เลขในช่องทิปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

‘การให้ทิปสามารถให้ได้กับพนักงานบริการทั่วไป แต่ห้ามให้เจ้าหน้าที่รัฐเด็ดขาดในทุกประเทศ ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะมีความผิดร้ายแรง อาจถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Tip in the world ‘การให้ทิป’ ความแตกต่างที่คุณต้องรู้