ผ้าไหมไทย
 
 
 

Thai Silk ผ้าไหมไทย
ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ควรหวงแหน

 

ถ้าจะพูดว่าผ้าไหมมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาก็คงจะไม่แปลก เพราะหลักฐานการทอผ้าไหมไทยถูกค้นพบเมื่อประมาณ 3,000 ปีที่แล้ว ณ อำเภอหนองหาญ จังหวัดอุดรธานี โดยแหล่งผลิตผ้าไหมที่สำคัญของประเทศก็ไม่ได้ใกล้ ไม่ได้ไกล อยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของบ้านเรานี่เอง ‘ผ้าไหมไทย’  คือหนึ่งในขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ กว่าจะได้ผ้าไหมสักผืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิถีพิถันตั้งแต่กรรมวิธีการเลี้ยงหนอนไหม จวบจนการถักทอร้อยเรียงเส้นไหมด้วยความประณีต จากผ้าไหมที่ทอใช้ในครัวเรือนถูกพัฒนาให้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมทอผ้าไหม ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศและคนในชุมชน ทั้งยังถูกนำมาประยุกต์และดัดแปลงไปเป็นเครื่องแต่งกายแฟชั่น เครื่องประดับ หรือแม้แต่ของแต่งบ้าน

ไหม

กว่าจะได้รังไหม

ขั้นตอนแรกในการทำผ้าไหมคือต้องเริ่มปลูกต้นหม่อนและดูแลรักษาใบหม่อนให้มีคุณภาพ เพราะใบหม่อนจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารของหนอนไหม โดยพันธุ์ไหมที่ใช้ในการทอผ้าจะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ ไหมรังขาว ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน และ ไหมลูกผสมพันธุ์สีเหลือง เมื่อได้ดักแด้ที่ฟักออกมาเป็นตัว จะนำดักแด้มาคัดแยกเพศเพื่อนำไปผสมพันธุ์ต่อ ใช้เวลาเพียง 3 วัน จากดักแด้ตัวอ่อนจะลอกคราบและกลายเป็นผีเสื้อ หลังจากที่ผีเสื้อเพศผู้และผีเสื้อเพศเมียผสมพันธุ์กันกว่า 2 ชั่วโมง จะแยกผีเสื้อตัวผู้ออกเพื่อนำไปผสมพันธุ์ในครั้งถัดไป ส่วนตัวเมียจะนำไปยังห้องคลอดเพื่อที่จะรอวางไข่ โดยผีเสื้อตัวเมียสามารถวางไข่ได้ครั้งละ 500-600 ฟอง เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจผีเสื้อตัวเมียก็จะเสียชีวิตลง ไข่ไหมที่ได้จากการคลอดจะนำมาเก็บไว้สถานที่ที่มีความชื้นคงที่ หรือที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นไข่ไหมจะถูกส่งต่อไปให้เกษตรกรทอผ้าไหมในพื้นที่ต่างๆ

หนอนไหม

การเจริญเติบโตของหนอนไหม

‘หนอนขี้ขน’ เป็นระยะแรกของหนอนไหมที่กัดเปลือกไข่ออกมา โดยเกษตรกรจะนำใบหม่อนมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้หนอนขี้ขนกิน  

‘ไหมนอน’ เป็นช่วงที่หนอนขี้ขนตัวโตขึ้น พวกมันจะหยุดกินอาหารทันที ลอกคราบ และนอนหลับไปประมาณครึ่งวัน

‘ไหมตื่น’ เป็นไหมนอนที่ผ่านการลอกคราบประมาณ 4 ครั้ง ไหมตื่นนั้นจะเป็นหนอนไหมตัวเกลี้ยงไร้ขน เกษตรกรต้องเลี้ยงดู ให้อาหาร และรอจนถึงเวลาที่ไหมตื่นจะสามารถปัสสาวะได้ เพราะไหมตื่นที่สามารถปัสสาวะได้ คือหนอนไหมที่พร้อมทำรังแล้ว

‘ไหมสุก’ เป็นหนอนไหมในระยะสุดท้าย ในขั้นตอนนี้จะต้องแยกไหมสุกออกจากกองใบหม่อน เพื่อนำไหมสุกไปแขวนไว้ที่จ่อไม้ ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นไม้ และมีช่องไม้ให้หนอนไหมสามารถเข้าไปทำรังได้ เมื่อหนอนไหมสร้างรังเป็นของตัวเอง มันจะเกาะที่จ่อไม้และพ่นใยออกจากปากจนห่อหุ้มทั่วลำตัว จากไหมสุกจะกลายมาเป็นรังไหมก้อนวงรีสีขาวหรือเหลือง

จากนั้นรังไหมจะถูกนำไปต้ม เพื่อให้เส้นไหมพองตัวและง่ายต่อการสาวไหม เมื่อต้มรังไหมในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็จะสามารถนำรังไหมไปสาวเป็นเส้นไหมได้ พอได้เส้นไหมเรียบร้อยแล้วก็จะนำไปลงน้ำยาแว๊กเคลือบผิว ตากแดดให้หมาด นำไปฟอกกาวไหมออก ย้อมสี และกรอเส้นไหม ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่กระบวนการทอต่อไป

ทอผ้าไหม

กว่าจะได้ผ้าไหม

ผ้าไหมเกิดจากการถักทอเส้นใยธรรมชาติที่ได้จากหนอนไหม ซึ่งเส้นใยจากหนอนไหมนั้นมีคุณสมบัติเฉพาะ คือเมื่อนำมาทอเป็นผ้าจะมีลักษณะนุ่ม มันวาว และยืดหยุ่นได้ดี ทั้งยังสามารถดูดซับความร้อน ใส่สบายเพราะมีความชื้นในตัวเอง และยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย โดยกลวิธีการทอผ้าไหมจะต้องอาศัยทักษะความชำนาญ ผ้าไหมแต่ละชนิดก็จะมีกรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อนแตกต่างกันไป ผ้าไหมหนึ่งผืนใช้ระยะเวลาทำนานกว่า 3 เดือน ซึ่งทำให้ผ้าไหมเป็นงานหัตถกรรมที่ค่อนข้างมีราคาสูง บางผืนมาอาจมีราคาตั้งแต่ 80,000-100,000 บาทเลยทีเดียว โดยขั้นตอนการทอผ้าไหมจะนำเส้นไหมมาขัดกันให้เกิดลวดลาย และขึงเส้นไหมกลุ่มหนึ่งเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า ‘เส้นยืน’ แล้วใช้ไหมกลุ่มรองที่เรียกว่า ‘เส้นพุ่ง’ สอดสลับตามแนวขวางของเส้นยืน เมื่อไหมเส้นยืนและเส้นพุ่งสานตัดกันก็จะทำให้เกิดลวดลายต่างๆ ขึ้น ซึ่งการทอและการใส่รูปแบบลวดลายนั้นจะขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของชาวบ้านในแต่ละภูมิภาค ทำให้ลวดลายที่ออกมานั้นมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเกิดจากการยกเส้นไหมและขัดเส้นไหมที่ใช้เทคนิคแตกต่างกัน

Thai Silk

ต่อยอดผ้าไหมไทยให้ดังไกลทั่วโลก

จากผ้าไหมที่เป็นภูมิปัญญาไทยถูกนำมาประยุกต์ใช้กับศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง ไม่ว่าจะแปรรูปไปเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานแต่งบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ก็ล้วนช่วยเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของนั้นๆ ได้อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังช่วยถ่ายทอดความเป็นไทยในบริบทและมุมมองแบบใหม่ได้เป็นอย่างดีในแวดวงแฟชั่นได้มีการนำผ้าไหมไทยมาดีไซน์เป็นเครื่องแต่งกายสุดหรู อย่างในงาน Vogue Gala ครั้งที่ 3 ที่หลากหลายดีไซน์เนอร์แบรนด์เนม มาช่วยกันออกแบบผ้าไทยจากมูลนิธิศิลปาชีพ เพื่อหารายได้นำไปสนับสนุนดีไซน์เนอร์ไทยหน้าใหม่ ให้ย่างเข้ามาสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัว หรืออย่างในงาน “วิถีแห่งใหม่ วิถีไทย เทิดไท้ราชินี”  ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็มีการจัดแสดงแฟชั่นโชว์จากผ้าไหมไทย ที่ผ่านฝีมือการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชั้นนำระดับประเทศ หรือแม้แต่ จิม ทอมป์สัน ผู้นำด้านผ้าไหมไทย ก็ได้เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหมไทย เรียกได้ว่าผ้าไหมไทยถูกนำไปดัดแปลงและต่อยอดการใช้งานได้หลากหลายแขนง

ผ้าไหม

จากงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยรากเหง้าทางภูมิปัญญา สู่การประยุกต์และดัดแปลงจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และสร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชน ยิ่งไปกว่านั้นการทอผ้าไหมยังเป็นการเพิ่มมูลค่าและนำวัสดุท้องถิ่นของไทยมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

คนไทยจึงควรที่จะอนุรักษ์และสานต่อความภาคภูมิใจของผ้าไหมไทยไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แสดงความงดงามของผ้าไหมไทยให้ปรากฏต่อสายตาคนทั้งโลก ชาวชนบทที่ให้คุณค่าและความสำคัญต่อผ้าไหมจะได้ภาคภูมิใจ

 

 

 

 
 
 
 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Thai Silk ผ้าไหมไทย ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ควรหวงแหน