Introvert และ Extrovert
02 April 2019

วิธีรับมือเมื่อต้องทำงานกับ
คน Introvert และ Extrovert

บ่อยครั้งศัพท์คำว่า ‘Introvert’ และ ‘Extrovert’ ถูกยกขึ้นมานิยามบุคลิกภาพของผู้คน ไม่ว่าจะจากมุมมองของตัวเราเองหรือจากสายตาของผู้อื่นที่ตัดสิน ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นความต่างสุดขั้วระหว่างคน 2 ประเภท โดยคนหนึ่งชอบเก็บตัว ส่วนอีกคนชอบเปิดเผยแทบทุกสถานการณ์ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าหากต้องอยู่ร่วมหรือทำงานกับคนทั้งสองบุคลิกนี้ เราจะมีวิธีรับมือกับพวกเขาอย่างไร

คาร์ล ยุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ คือผู้คิดค้นทฤษฎีการแบ่งแยกประเภทของคนตามทัศนคติที่พวกเขามี และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นคนประเภท Introvert และ Extrovert ซึ่งมีระบบความคิดและการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยมุมมองเหล่านี้ยังสะท้อนออกมาเป็นบุคลิกส่วนตัวที่เอื้อให้คนภายนอกตัดสินว่า ใครเป็นคนแบบไหน มีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไรเรามาทำความรู้จักคน 2 ประเภทนี้ให้มากกว่าเดิมกันดีกว่า

Introvert

เช็กความต่างระหว่าง
คน
Introvert และ Extrovert

Introvert

คำอธิบายบุคลิกของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เข้าใจกันคือ เป็นคนเก็บตัวและมีโลกส่วนตัวสูงซึ่งฟังดูแล้วเป็นคำนิยามที่ชวนให้ตีความในแง่ลบทั้งที่ความเป็นจริงคน Introvert เป็นเพียงบุคคลที่มีความสุขจากปัจจัยภายใน กล่าวคือ มีความสุขกับเรื่องที่ตัวเองสนใจ ชอบใช้เวลาขบคิดย่อยข้อมูล และหาคำตอบกับสิ่งที่กำลังสงสัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง บุคลิกเช่นนี้พลอยทำให้โดนเข้าใจผิดว่าเป็นพวกแปลกแยก เพราะพวกเขามักจะกันตัวเองออกจากสังคมที่ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ หรือสถานการณ์ที่รู้สึกว่าต้องใช้พลังมหาศาลในการปรับตัวเพื่อรับมือ

Extrovert

Extrovert

แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้มีบุคลิกตรงข้ามกับคน Introvert โดยสิ้นเชิง ว่ากันว่าคน Extrovert มักมีความสุขได้จากปัจจัยภายนอก มีอารมณ์ร่วมกับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ง่าย พวกเขาจึงดูเป็นคนชอบเปิดเผย คิดเร็ว ทำเร็วพูดเร็ว กล้าแสดงออก เป็นมิตร และชอบเข้าสังคม เมื่อใดก็ตามที่ได้อยู่ในที่ที่มีคนประเภทเดียวกัน พวกเขาจะเป็นตัวของตัวเอง และกล้าแสดงตัวตนออกมาได้อย่างสุดเหวี่ยงชนิดที่ว่าไม่มีหมดพลังเลยทีเดียว เพราะเวลาแสดงออกถึงสิ่งที่สะท้อนตัวตนเหมือพวกเขาได้ชาร์จแบตเตอร์รีไปในตัว

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือเราทุกคนมีทั้งความเป็น Introvert และ Extrovert อยู่ในตัวแต่บางครั้งบริบททางสังคมและจังหวะชีวิตก็เป็นปัจจัยทำให้เราเลือกบทบาทในการแสดงออกแตกต่างกัน อีกทั้งในทุกๆ วัฒนธรรมมีกรอบกติกาอันเป็นสากลที่เรียกว่า มารยาททางสังคม คอยคานอำนาจ อารมณ์ความรู้สึก การทำงานโดยมีคนทั้ง 2 ประเภทอยู่ด้วย จึงช่วยสร้างความสมดุลได้อย่างลงตัว แต่ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องจัดการบทบาทของแต่ละคนให้ถูกที่ถูกทาง

ร่วมงานกับคน Introvert และ Extrovert อย่างไรให้ได้ผล

หากจะเปรียบคน Extrovert เป็นคนหน้าม่านที่ชอบอยู่ในสปอร์ตไลท์ ส่วนอีกฝ่ายชอบที่จะอยู่หลังม่าน คอยดูความเป็นไปและให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ก็คงไม่ผิด สังเกตได้จากเวลาประชุม คน Introvert มักเป็นฝ่ายเงียบและนั่งดูมหกรรมโยนไอเดียของฝ่าย Extrovert อย่างตั้งอกตั้งใจ จนบางครั้งถูกมองว่าไร้ประโยชน์ในสังคมแห่งการระดมความคิดแต่นอกจากไอเดียมากมายที่ฟุ้งอยู่ในอากาศแล้ว องค์กรต้องไม่ลืมว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการประชุมคือ ความพอดี และ ‘การนำไปปรับใช้ได้จริง’ องค์กรจึงมีหน้าที่จัดสรรให้คนทั้งสองฝ่ายแสดงความคิดเห็นร่วมกันอย่างสมดุล อย่างน้อยที่สุดก็จะได้เห็นว่าใครกันแน่คือคนที่มีแนวคิดอันเป็นประโยชน์ต่องาน

องค์กรต้องเป็นกลางไม่เอาใจ Introvert
หรือ Extrovert เพียงอย่างเดียว

ไม่ต้องสืบก็พอเดาได้ว่าองค์ส่วนใหญ่ชอบคนคิดเร็ว ทำเร็ว และกล้าแสดงออกในที่ประชุม ซึ่งเข้าทางคน Extrovert อยู่แล้ว แต่หากไอเดียที่พรั่งพรูใช้การไม่ได้ก็ต้องหาตรงกลาง โดยให้พื้นที่กับคน Introvert ได้ใช้ความสามารถในการไต่ตรอง วิเคราะห์ และแสดงมุมมองของเขา เชื่อเถอะว่าที่เห็นเขานิ่งเงียบไป บางครั้งคน Introvert อาจกำลังตกผลึกจากไอเดียแบบดิบๆ ของอีกฝ่าย และคาดคะเนถึงความเป็นไปได้อยู่

ข้อควรระวังคือระยะเวลาที่กระชั้นชิดอาจทำให้คน Introvert ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงอาจต้องใช้เทคนิคการตั้งกรอบเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คนกลุ่มนี้ผลิตชิ้นงานที่ดีที่สุดออกมาแบบไม่กดดัน แต่อย่าอะลุ่มอล่วยมากเกินไปจนอีกฝ่ายหมั่นไส้ จะพลอยให้คน 2 ประเภท เข้าหน้ากันไม่ติดและกลายเป็นความขัดแย้งตามมา

อีกประเด็นที่ลืมไม่ได้คือพรสวรรค์สุดมหัศจรรย์ของคน Extrovert อย่างความสามารถในการสานสัมพันธ์กับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง เพราะคนพวกนี้มักเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาสไตล์ ‘Small Talk’ หรือบทสนทนาสั้นๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อเชื่อมไมตรีกับผู้อื่นก่อนเสมอ ซึ่งข้อดีตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากองค์กรจัดสรรให้คนกลุ่มนี้ช่วยเข้ามาละลายพฤติกรรมของมนุษย์ขี้อายอย่างคน Introvert ได้แบบแนบเนียนและดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป เช่น หากิจกรรมให้ทำร่วมกัน จับให้รับผิดชอบโปรเจกต์ ฯลฯ

 

เพราะการชี้นำให้คนทำงานมองเห็นเป้าหมายเดียวกันนั้น ไม่ยากเท่ากับการให้คุณค่ากับแนวทางในการบรรลุเป้าหมาย (Solution) องค์กรจึงควรเปิดใจให้ทั้งคน Introvert และ Extrovert ได้แสดงฝีมือในแบบที่เขาเชี่ยวชาญ แล้วจะพบว่างานที่ออกมาดีไม่แพ้กันอาจเกิดจากวิธีการที่ต่างกัน

 

 



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD วิธีรับมือเมื่อต้องทำงานกับคน Introvert และ Extrovert