Golden Ratio

‘Golden Ratio’ โชว์มุมน่ามอง
ในบ้านด้วยหลักสัดส่วนทองคำ

‘Golden Ratio’ คืออัตราส่วนที่ใช้อธิบายความงามตามธรรมชาติ มีต้นกำเนิดมาจากลำดับตัวเลขสุดมหัศจรรย์ที่เรียงตัวเหมือนกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ตั้งแต่  1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89… โดยลำดับเลขเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า ลำดับเลขฟีโบนัชชี (Fibonacci Number) ถูกคิดค้นขึ้นโดยลีโอนาร์โดแห่งปิซา (Leonardo of Pisa) หรือที่คุ้นกันในชื่อ ‘ลีโอนาโด ฟีโบนัชชี (Leonardo Fibonacci)’  ความพิเศษของชุดตัวเลขนี้คือเมื่อนำตัวเลขแต่ละตัวมาหารตัวที่เรียงอยู่ก่อนหน้า ทั้งหมดจะมีผลลัพธ์เข้าใกล้ค่า 1.618... มากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งเลขทศนิยมยาวเหยียดไม่มีที่สิ้นสุดนี้เองที่วงการศิลปะต่างพากันหลงใหล จนยกให้อัตราส่วน 1 : 1.618 เป็น ‘สัดส่วนทองคำ’ เห็นได้จากสถาปัตยกรรมชื่อก้องโลกอายุหลายพันปีที่ยังคงยืนหยัดเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และสะท้อนความงามตามหลักการออกแบบโดยใช้สัดส่วนสุดสมบูรณ์แบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน เช่น วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และพีระมิดแห่งกิซา (Pyramids of Giza) ประเทศอียิปต์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปัจจุบันสัดส่วนเดียวกันนี้จะได้รับความสนใจนำมาเป็นหลักในการออกแบบภายในเพื่อตกแต่งที่อยู่อาศัย ไปดูกันเลยว่าการใช้หลัก Golden Ratio นั้นช่วยเราเรื่องอะไรได้บ้าง

สัดส่วนทองคำสร้างสมดุลให้ห้อง
และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์


เป็นที่รู้กันว่า การจะหาที่เพื่อจัดวางโซฟายาวให้ลงตัวกับสัดส่วนของบ้านนั้นเป็นเรื่องยาก บางครั้งจัดวางแล้วมักเหลือสเปซที่ไม่สวยงาม บ้างก็เหลือแคบเกินไปจนไม่เหลือพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นต่อ บ้างก็เหลือกว้างจนต้องหาของตกแต่งชิ้นใหม่มาวางเพิ่ม กลายเป็นทำให้งบแต่งบ้านบานปลายแต่ปัญหานี้จะหมดไปเพียงใช้ตัวเลขฟีโบนัชชี ต้นกำเนิดของสัดส่วนทองคำเข้ามาช่วยออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ลงตัว โดยอัตราส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ 2 : 3 (3 หาร 2 มีค่าเข้าใกล้ 1.618... และอัตราส่วน 1 : 1.618)

เริ่มจากวัดขนาดพื้นที่ ที่ต้องการวางโซฟาก่อน จากนั้นพยายามมองหาโซฟาที่มีสัดส่วนความยาวเท่ากับ 2 ใน 3 ของที่ว่างนั้น เวลานำโซฟามาวางจริงจะจัดไว้ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเหลือที่ว่างอีกฝั่งไว้สำหรับมุมโต๊ะข้างโซฟาหรือชั้นหนังสือทรงสูงก็ได้ แต่หากเลือกวางโซฟาไว้ตรงกลางจะทำให้เหลือสเปซทั้งสองด้านเป็นจุดพักสายตาที่สวยงาม

อัตราส่วนเดียวกันนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับการเลือกขนาดโต๊ะในห้องทานอาหาร และการเลือกเตียงในห้องนอนได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเว้นระยะทางเดินบริเวณปลายเตียงหรือรอบเตียง และเหลือที่ว่างไว้วางโต๊ะข้างหัวเตียงได้พอดี ถือเป็นการจัดสเปซที่เหมาะอย่างยิ่ง

จัดวางสีตามสัดส่วนทองคำ
สร้างสุนทรียภาพในการมอง


เรามักได้ยินหลักการยอดนิยมในการเลือกสีเพื่อตกแต่งภายในบ้านอย่างกฎ 10-30-60 (10-30-60 Rule) ซึ่งว่าด้วยการเลือก 3 สีหลักในการแต่งบ้าน โดยวางสีหลักที่ต้องการใช้ให้ครอบคลุมพื้นที่ 60% ของพื้นที่บ้านส่วนใหญ่มักใช้เป็นสีของผนังและพื้นบ้าน ส่วนสีเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะ เตียง ชั้นวางของ ให้จัดเรียงอยู่ในพื้นที่ 30% ของพื้นที่บ้านและอีก 10% ไว้สำหรับของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีธีมใกล้เคียงกัน แต่กฎที่ว่านี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า ไม่สามารถสร้างสมดุลให้กับสีสันในบ้านได้อย่างลงตัว

แต่มีงานวิจัยเกี่ยวกับการเลือกใช้สีเพื่องานออกแบบภายในชิ้นใหม่ออกมานำเสนอว่า การแยกสัดส่วนสีในบ้านตามสัดส่วน 1 : 1.618 นั้น จะช่วยส่งเสริมสุนทรียภาพในการมองได้ดีกว่า เพราะเวลามีแสงตกกระทบเข้ามาในบ้านจะขับพลังของสีที่เลือกใช้ให้ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่ต้องปวดหัวกับเฉดสีที่แย่งกันเด่นและดึงดูดสายตามากเกินไป อย่างไรก็ตามแม้สัดส่วนนี้จะสมบูรณ์แบบเพียงใดก็ยังคงต้องอาศัยหลักการเลือกสีข้างเคียง (Analogous Color) และการเลือกสีคู่ตรงข้าม (Complementary Color) มาปรับใช้คู่กันด้วยเสมอ

สัดส่วนทองคำช่วยออกแบบ
งานแขวนได้ลงตัวทุกมุมห้อง


การตกแต่งบ้านด้วยการแขวนสิ่งของไว้บนผนังนับเป็นอีกหนึ่งจุดที่ท้าท้ายมือใหม่หัดแต่ง เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ชำนาญเรื่องการหาตำแหน่งที่ลงตัวในการแขวนกรอบรูปหรือโคมไฟช่อ เรื่องนี้ไม่ไกลเกินความมหัศจรรย์ของหลักการ Golden Ratio แน่นอน แต่เราอาจต้องดึงเอาความรู้เรื่องกฎสามส่วน หรือ ‘Rule of Thirds’ มาช่วยในการออกแบบด้วยอีกแรง ซึ่งทั้งสองหลักมักได้ยินคุ้นหูในวงการถ่ายรูป เป็นหลักที่ใช้ในการจัดตำแหน่งองค์ประกอบภาพให้น่ามอง โดยไม่จำเป็นต้องวางวัตถุอยู่ตรงกลางเสมอไป

สำหรับหลักสัดส่วนทองคำที่ใช้ในการถ่ายรูปจะถูกเรียกว่า ‘Golden Spiral’ เน้นวางองค์ประกอบภาพให้ผู้ชมกวาดสายตาไปทั่วทั้งภาพตาม ‘เส้นขดรูปก้นหอย’ ซึ่งเกิดจากการนำสี่เหลี่ยมจัตุรัสความยาวเท่ากับตัวเลขฟีโบนัชชีมาเรียงต่อกัน ส่วนกฎสามส่วนเป็นการวางวัตถุไว้บน ‘จุดตัด 9 ช่อง’ เพื่อเพิ่มตำแหน่งดึงดูดสายตาบนภาพ ที่น่าสนใจคือจุดตัดของกฎสามส่วนกับจุดเริ่มต้นของเส้นขดรูปก้นหอยมีตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมาก จนสามารถอนุมานว่าเป็นตำแหน่งเดียวกันได้ เราจึงสามารถใช้ทั้งสองหลักมาช่วยจัดวางตำแหน่งของตกแต่งบนผนังได้นั่นเอง

Rule of Thirds

เริ่มจากมองหาจุดที่ต้องการแขวนของตกแต่ง จากนั้นกำหนดจุดตัด 9 ช่อง ให้พื้นหลัง แล้วเลือกวางวัตถุ (ของตกแต่ง) ลงบนจุดนำสายตา โดยจุดที่นำสายตาได้ดีที่สุดเรียงลำดับดังต่อไปนี้ บนซ้าย 40% ล่างซ้าย 25% บนขวา 20% และ ล่างขวา 14% ซึ่งนักออกแบบสามารถเลือกแขวนตกแต่งเพื่อดึงดูดสายตาได้ตามความต้องการ หรือจัดเรียงของตกแต่งตามเส้นขดรูปก้นหอยได้เช่นกัน

 

นี่คือตัวอย่าง 3 ปัจจัยหลักของการออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวางเฟอร์นิเจอร์ การเลือกสี และการแขวนของแต่งบ้านบนผนังที่ใช้หลักการสัดส่วนทองคำในการออกแบบ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจได้ว่าผลงานการแต่งบ้านของคุณจะสวยงามน่ามอง แต่ต้องยอมรับว่า การเดินตามรอยหลักการทุกอย่างอาจไม่ตอบโจทย์ความชื่นชอบของคนแต่งบ้านเสมอไป ทางที่ดี ลองเลือกเดินทางสายกลางแล้วเผื่อใจไว้ฟังเสียงรสนิยมส่วนตัวด้วย อาจทำให้คุณค้นพบสัดส่วนทองคำของตัวเอง และมีความสุขกับการแต่งบ้านมากกว่าเดิม

 

 

 



tags : , , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘Golden Ratio’ โชว์มุมน่ามองในบ้านด้วยหลักสัดส่วนทองคำ