จัดแสงไฟในห้องทำงาน
05 April 2019

เทคนิคการจัดแสงไฟในห้องทำงาน
ง่ายๆ 
ที่ไม่ทำร้ายดวงตา

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คนวัยทำงาน’ ก็คงจะหนีไม่พ้นการนั่งทำงานบนโต๊ะหรือนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการที่เราต้องใช้ดวงตาจดจ่อที่หน้าจอเป็นเวลานานๆ นอกจากจะทำให้ดวงตาเหนื่อยล้าแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพตาโดยที่เราไม่รู้ตัวอีกด้วย ยิ่งถ้าทำงานในสถานที่ที่มีแสงไฟไม่เพียงพอ อาการปวดตาก็อาจทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้ TipsDD เลยแวะมาบอกเทคนิคการ ‘จัดแสงไฟในห้องทำงาน’ ที่จะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างผ่อนคลายและสบายตามากขึ้น แล้วเราควรจะจัดแสงไฟแบบไหนดีล่ะ? ถ้าอยากรู้ไปดูกันเลย

ใช้แสงจากธรรมชาติ

หากใครที่ชอบทำงานในตอนกลางวัน ถ้าเป็นไปได้ให้จัดโต๊ะทำงานในทิศที่มีแสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามา อาจจะตั้งโต๊ะติดกับริมหน้าต่างหรือริมระเบียงก็ได้ เพื่อให้ได้รับแสงแดดจากธรรมชาติอย่างเหมาะสม เนื่องจากแสงธรรมชาตินั้นเป็นแสงที่สบายตา และเหมาะที่สุดสำหรับการทำงานในตอนกลางวัน แต่หากตั้งโต๊ะทำงานในพื้นที่ที่มีแสงแดดสว่างมากเกินไป ควรหาผ้าม่านผืนบางๆ มาติดไว้ เพื่อลดความสว่างและทำให้เราไม่ต้องเพ่งสายตากับการทำงานมากเกินไป

การจัดแสงไฟสำหรับการทำงานในตอนกลางคืน

ส่วนใครที่ชื่นชอบการทำงานในตอนกลางคืน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ต้องจัดแสงไฟในห้องทำงานให้มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่อย่างนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของดวงตาได้ TipsDD แนะนำให้หาโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีหลอดไฟสี Cool White มาติด เพื่อเพิ่มความสว่างเฉพาะจุด จะช่วยทำให้เราสามารถจดจ่ออยู่กับงานได้อย่างเต็มที่ แล้วสำหรับใครที่ถนัดขวา ให้จัดแสงบนโต๊ะทำงานเข้ามาทางด้านซ้าย ส่วนผู้ที่ถนัดซ้าย ให้จัดแสงบนโต๊ะทำงานไปทางด้านขวา เพื่อป้องกันในกรณีที่เงาของตัวเองจะมารบกวน ซึ่งสร้างความหงุดหงิดเวลาทำงาน

เลือกระดับความสว่างและสีของหลอดไฟ

หากห้องทำงานของคุณไม่มีแสงสว่างจากธรรมชาติเพียงพอ แนะนำให้หาโคมไฟมาติด จะเลือกใช้โคมไฟที่มีหลอดไฟฮาโลเจน (Halogen) หรือ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent) ก็ได้ เพราะหลอดไฟทั้งสองชนิดนี้ มีแสงที่ใกล้เคียงกับแสงแดดช่วงกลางวันมากที่สุด โดยควรเลือกระดับความสว่างประมาณ 400-600 ลักซ์ จะให้แสงที่ไม่มืดหรือสว่างมากเกินไป ส่วนสีของหลอดไฟแนะนำให้ใช้สีโทน Cool White ซึ่งเป็นหลอดไฟสีขาวที่ไม่ใช่สีโทนร้อนและไม่ใช่สีโทนเย็น ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้เรารู้สึกสบายตาในขณะที่ทำงาน แต่เวลาที่ต้องทำงานกราฟิกที่มีสีสันและรายละเอียดสูง สีโทน Cool White จะช่วยทำให้เรามองเห็นสีได้โดยไม่ผิดเพี้ยนไป

หลีกเลี่ยงแสงไฟสะท้อน

การจัดแสงไฟในห้องทำงานนั้นไม่แนะนำให้เลือกมุมที่มีแสงสว่างสะท้อนมาจากด้านหลัง เพราะเงาของเราจะไปพาดทับบนโต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟที่สะท้อนมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสะท้อนที่มาจากโคมไฟเหนือศีรษะ ก็ล้วนทำให้เราต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอมากกว่าปกติ TipsDD แนะนำให้จัดโต๊ะทำงานในตำแหน่งที่ไม่เจอกับแสงสะท้อน หรือเขยิบองศาของโคมไฟออกจากหน้าจอ โดยอาจเว้นระยะห่างและติดตั้งแสงแบบอ้อมๆ เพื่อช่วยเพิ่มความสว่างในวงกว้าง และทำให้เรารู้สึกสบายตามากขึ้น

จัดแสงรอบห้องทำงาน

นอกจากการจัดแสงบนโต๊ะทำงานให้เหมาะสมแล้ว การจัดแสงในห้องทำงานก็มีความสำคัญและมีผลต่อสายตาด้วยเช่นกัน บริเวณรอบห้องทำงานอาจจะจัดแสงเพื่อกระจายความสว่าง ด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent) ที่ให้ความสว่างในระดับกลาง ไม่สว่างจ้าหรือสลัวเกินไป แต่หากอยากให้ห้องทำงานของคุณดูมีมิติยิ่งขึ้น ก็สามารถจัดแสงเพื่อเน้นประโยชน์การใช้สอยเป็นจุดๆ ได้ ส่วนใครที่อยากจัดแสงในห้องทำงานให้ดูดีและมีระดับ แนะนำให้ใช้โคมไฟระย้าเข้ามาช่วยในการตกแต่ง เนื่องจากมีความโดดเด่นเฉพาะตัว และช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องของคุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจัดแสงรอบห้องทำงานแต่ละแบบจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและทำให้การทำงานของคุณไม่น่าเบื่อจนเกินไป

 

ห้องทำงานเป็นห้องที่ต้องสงบและสามารถทำงานได้อย่างสบาย การจัดแสงไฟในห้องทำงานให้เหมาะสมจะทำให้คุณไม่เสียสายตา หากจำเป็นต้องจดจ่ออยู่กับงานเป็นเวลานาน แถมยังช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายสบายตา และเพิ่มความสุขในการทำงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เพราะงานคือเงิน เงินคืองาน จะดีกว่าไหมถ้าเราทำงานให้ได้เงิน โดยที่ไม่เสียสุขภาพและมีความสุขกับการนั่งทำงาน

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD 5 เทคนิคการจัดแสงไฟในห้องทำงานง่ายๆ ที่ไม่ทำร้ายดวงตา