ไม้ประดับ

ไม้ประดับกับบ้าน
เทคนิคเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ไม่เคยเอาท์

วิถีความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะรูปแบบของการสร้างที่อยู่อาศัยที่ถูกปรับสภาพให้เล็กลงเรื่อยๆ เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์เท่าที่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม บ้านที่เห็นว่ามีพื้นที่รอบๆ เป็นอาณาบริเวณกว้างขวาง จึงกลายเป็นภาพที่เห็นได้ตามแถบชนบทและเขตนอกเมืองเสียส่วนใหญ่ ส่วนบ้านในเขตเมืองค่อยๆ เปลี่ยนภาพเป็นคูหา ตึกรามบ้านช่อง หรือบ้านที่อยู่กันแบบรั้วรอบขอบชิดแทน ผู้คนจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ปิดซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญในการรังสรรค์บรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ใช้สอย โทนสี เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง รวมถึงการจัดวางไม้ประดับชนิดต่างๆ

 

แต่ความต้องการพื้นที่สีเขียวซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย เก็บไว้เป็นมุมโปรดสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ไม่มีข้อจำกัดสำหรับใคร ไม่ว่าเราจะอาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นพื้นที่ปิดหรือเปิดก็ตาม บรรดาไม้ประดับในบ้านนานาพรรณที่สามารถเจริญเติบโตได้แบบไม้ในร่ม จึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการตกแต่งมุมส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่ารูปแบบของต้นไม้ที่ถูกเลือกต้องตอบโจทย์ขนาดของบ้าน และวิถีชีวิตคนยุคใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารเวลา

Succulent

ม้ประดับในบ้านยอดฮิต
สำหรับพื้นที่เล็กและคนไม่มีเวลา

 

พรรณไม้อวบน้ำ หรือ Succulent

เป็นไม้ประดับที่คนรักต้นไม้สไตล์มินิมอลและรูปทรงกระจุ๊กกระจิ๊กต่างรู้จักกันดี ซึ่งกลุ่มที่นิยมในตลาดคงหนีไม่พ้นบรรดาแคคตัสหรือกระบองเพชร, กุหลาบหิน, อิชิเวเรีย (Echeveria), ฮาเวอร์เทีย (Haworthia) ฯลฯ โดยพืชในตระกูลนี้มีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์คือ ลำต้นอวบอ้วน ปลายใบมนหรือเรียวแหลมเป็นติ่งหนาม บางชนิดมีผิวบางใสเหมือนหยดน้ำและมันเงาคล้ายลงแวกซ์เคลือบไว้ ป้องกันการคายน้ำออกจากลำต้น เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ค่อยชอบน้ำ ไม่แคร์แสงแดด จึงต้องคอยรักษาน้ำที่มีอยู่เดิมราวกับเป็นของมีค่า

 

และด้วยสไตล์ลำต้นที่เล็กกะทัดรัด พรรณไม้ในร่มชนิดนี้จึงได้รับความนิยมนำมาประดับตามมุมเล็กๆ ของบ้าน หรือวางตกแต่งไว้บนโต๊ะทำงานได้แบบไม่ขัดสายตา เพราะสีสันที่ดูละมุนละไมจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับกองเอกสารอันยุ่งเหยิง ที่สำคัญเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ทนทาน กินน้ำเล็กน้อยเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ โดยบางสายพันธุ์ ผู้เลี้ยงยังขยายพันธุ์เองได้ง่ายๆ แค่เด็ดกิ่งอ่อนไปปักดินในกระถางอื่น รากก็สามารถงอกได้เองพร้อมเติบโตใหม่ในเร็ววัน ส่วนการออกดอกแม้ต้องใช้เวลาเลี้ยงนานกว่าจะผลิออกมาให้เห็น แต่ก็ถือเป็นของขวัญล้ำค่าเติมเต็มความสดใสให้พื้นที่เล็กๆ และความรู้สึกของคนที่เฝ้าเลี้ยงมันมา

Herbaceous plant

พรรณไม้ล้มลุก หรือ Herbaceous plant

ชื่ออาจฟังดูไม่แข็งแรง แต่ก็เป็นไม้ประดับอีกหนึ่งประเภทที่ดูแลง่าย ไม่เป็นภาระ โดยมีลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อน มีทั้งที่ลำต้นตั้งตรง เป็นเถาเลื้อยขึ้นบน และเป็นพุ่มเป็นกอจนใบย้อยลงล่าง จุดร่วมที่คล้ายกันของไม้ล้มลุก 3 รูปลักษณ์นี้ คือ ชอบความชื้นและแสงแดดรำไร เพราะแดดที่ร้อนจัดไปเสี่ยงทำให้ปลายใบไหม้เป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการนำมาจัดใส่กระถางเล็กๆ เพื่อเพิ่มสีสันในบ้าน โดยเฉพาะในจุดหลบมุมที่แดดส่องไม่ถึง แม้กระทั่งห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งไม้ล้มลุกที่คนนิยมปลูกในบ้านมีหลายชนิด เช่น บารมี เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนกลาง ฟิโลใบหัวใจ (Heart-Leaf Philodendron)

โดยบางชนิดมีอายุยาวหลายปีหากดูแลอย่างถูกวิธีทำให้ไม่ล้มลุกง่ายเหมือนดังชื่อประเภท ที่สำคัญคือมีชื่อเรียกเป็นมงคล จึงเป็นไม้ในร่มที่นิยมปลูกเพื่อเสริมดวงชะตา

Aquatic Plants

พรรณไม้เลี้ยงในน้ำ หรือ Aquatic Plants

Aquatic Plants บางชนิดโตได้ทั้งในน้ำและในดิน (เรียก พรรณไม้กึ่งน้ำ) โดยทั้ง 2 ชนิดมีความชอบที่เหมือนกัน คือ ต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงรากตลอดเวลา ทั้งนี้พรรณไม้เลี้ยงในน้ำมีทั้งประเภทเป็นเถา กอ และหัว กลุ่มที่เป็นเถาและกอ ที่เห็นกันบ่อยๆ มีทั้ง พลูด่าง บัวอเมซอน แอร์โรว์เฮด (Arrow Head) สามารถแช่รากลงในน้ำได้ทั้งหมด ส่วนประเภทหัวที่นิยมกันที่สุดคือ ว่านสี่ทิศ เวลาปลูกต้องคอยระวังไม่ให้ส่วนหัวสัมผัสกับน้ำโดยตรง ป้องกันส่วนหัวเน่าเปื่อยก่อนใบจะแตกเป็นกอออกมา ดังนั้น การเจริญเติบโตของมันจึงอาศัยแค่การปล่อยให้ปลายรากบางส่วนแช่น้ำทิ้งไว้ก็เพียงพอ

 

สำหรับการไอเดียการนำไม้ประดับประเภทเลี้ยงในน้ำมาตกแต่งในบ้านนั้น นอกจากวางโชว์ในห้องน้ำ อย่างที่เราเคยเห็นว่าเป็นที่ตั้งประจำของต้นพลูด่างแล้ว ยังสามารถนำมาวางหรือแขวนรับแสงแดดรำไรตามริมหน้าต่าง หรือใต้หลังคาได้ด้วย โดยมีเทคนิคที่ช่วยให้ดูแลได้ง่ายขึ้นคือ ควรเลี้ยงในภาชนะสีใส เช่น แก้ว หรือ พลาสติกใส  จะได้สังเกตการเจริญเติบโตของราก และระดับน้ำที่ลดลงได้ง่าย ซึ่งความรู้สึกคลีนของภาชนะสีใสเมื่อตัดกับสีสดๆ ของ ไม้ประดับเหล่านี้นี่เอง คือเสน่ห์สะท้อนเอกลักษณ์สไตล์มินิมอล จนหลายคนตกหลุมรักการแต่งบ้านด้วยเทคนิคนี้

ไม้ประดับกับการประดับ
นอกกรอบกว่าที่เคย

 

หลายคนคงเบื่อกับรูปแบบการตกแต่งบ้านด้วยไม้ประดับแบบเดิมๆ อย่างการวางกระถางไว้ถาวรตามมุมต่างๆ ของบ้าน บนโต๊ะ หรือตามริมหน้าต่าง งั้นมาลองปรับโหมดการตกแต่งด้วยไอเดียที่จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ใช้สอยและดูแลความสะอาดพื้นที่ปลูกได้ง่ายขึ้นดู กับเทคนิคการครีเอตสวนแขวนด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะเป็นจะได้บรรยากาศร่มรื่มแบบแปลกใหม่ ยังเป็นการกระจายพื้นที่สีเขียวในบ้านได้อย่างทั่วถึง

 

สวนแขวนมีทั้งแบบหัวตั้งและแบบกลับหัว สำหรับแบบหัวตั้งแน่นอนว่าเราคงเคยเห็นกันจนชินตา ตามร้านขายไม้ในร่ม หรือจากไอเดียการแต่งบ้านของคนอื่นๆ แต่สำหรับการจัดสวนแขวนแบบกลับหัวซึ่งเหมาะกับพืชที่โตในดิน อาจยังดูเป็นไอเดียนอกกระแสของวงการแต่งบ้านด้วยไม้ประดับอยู่ ซึ่งวิธีจัดสวนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย ทั้งยังประหยัดปริมาณน้ำในการดูแล โดยไม่ทำให้ไม้ประดับสุดหวงขาดสารอาหารหรือแร่ธาตุจำเป็นในการเติบโต ซึ่งจากการศึกษาพบว่าการปลูกพืชกลับหัวทำให้ส่วนยอดแข็งแรง ป้องกันโรคและแมลงได้มากกว่าการปลูกแบบปกติ เนื่องจากเทคนิคนี้รากพืชจะรับน้ำได้โดยตรง แทนการดูดซึมความชุ่มชื้นในดิน สารอาหารจึงไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก คล้ายเวลาเราก้มหัวลงต่ำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงศีรษะได้อย่างทั่วถึง

Sky Plant

วิธีปลูกไม้ประดับกลับหัวนั้นง่ายแสนง่าย

  1. เริ่มจากผสมดินและขุยมะพร้าว ใส่ลงในกระถางที่มีรูตรงก้นกว้างพอสำหรับใส่รากพืชที่ต้องการปลูก จากนั้นคว่ำปากกระถางลงโดยใช้แผ่นกระเบื้องหรือพลาสติกปิดปากกันดินทะลักออก
  2. นำกล้าไม้ประดับที่ล้างดินออกจากรากแล้วมาปลูก โดยค่อยๆ สอดรากลงทางรูที่ก้นกระถาง จากนั้นรดน้ำให้อาหารปกติ รอวันที่รากยึดกับดินแน่นแล้ว จึงกลับหัวกระถางให้ฝั่งยอดทิ่มลงดิน
  3. เวลาแขวนให้นำลวดยาวมาเกี่ยวยึดขอบปากกระถาง แล้วนำไปแขวนตกแต่งตามมุมต่าง โดยยังคงลดน้ำใส่ปุ๋ยได้ตามปกติ ซึ่งพืชที่ชอบน้ำน้อยอาจใช้การพรมหรือสเปรย์น้ำแทน

 

สำหรับการปลูกไม้ประดับแบบแขวนยังมีกระถางอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กัน เรียกกระถางสไตล์นี้ว่า ‘Sky Plant’ คิดค้นโดย Patrick Morris นักออกแบบชาวนิวซีแลนด์ ภายในออกแบบให้มีระบบกักเก็บน้ำแบบมิดชิด ไม่รั่วซึมแม้กระถางจะถูกแขวนแบบกลับหัว ทำให้รากสามารถดูดน้ำได้เองตลอดทั้งเดือน โดยผู้ดูแลเติมน้ำทิ้งไว้เพียง 1 – 2 ครั้งต่อเดือนก็เพียงพอ จึงประหยัดทั้งน้ำและเวลาในการดูแล โดย Patrick ได้พากระถางสุดแนวนี้ขึ้นเวทีรับรางวัลด้านการออกแบบมาแล้วหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น U.K. New Designers ceramic design award เมื่อปี 2008 และเวทีประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Red Dot Design ประจำปี 2011 มาแล้ว ซึ่งกระถางดีไซน์นี้นอกจากนำมาปลูกไม้ในร่มได้ ยังมีผู้นิยมนำไปปลูกผักสวนครัวแบบไฮโดโปนิกแขวนไว้ในห้องครัว สำหรับเด็ดปรุงได้แบบทันใจ

 

ไม้ประดับปั้นสุขภาพดี
ฟังก์ชันใหม่ที่ไม่ใช่แค่การประดับ

 

ในยุคที่อากาศเต็มไปด้วยมลพิษ ใครๆ ก็อยากมีมุมอีโคในบ้านไว้สูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วจะดีแค่ไหนถ้าไม้ประดับของคุณทำหน้าที่ได้มากกว่าการวางโชว์เพื่อความสวยงามไปวันๆ เพราะต้นไม้บางชนิดที่มีสรรพคุณมากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะคุณสมบัติในการฟอกอากาศและกรองมลพิษ การนำไปวางในจุดต่างๆ ของบ้าน จึงช่วยปรับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้าน โดยเฉพาะภูมิแพ้ รวมถึงอาการคลื่นไส้ วิงเวียน จากสารเคมีที่ตกค้างตามโครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

พลูด่าง

‘พลูด่าง’ เป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในบ้านและตามอาคารสำนักงาน ซึ่งเห็นได้บ่อยตามห้องน้ำ โดยคุณสมบัติที่มีมากเหลือล้นของมันคือประสิทธิภาพในการดูดสารพิษประเภทแอมโมเนีย ซึ่งแปลงสภาพมาจากยูเรียในปัสสาวะของเรา ทำให้บรรยากาศภายในโล่งและปลอดโปร่งขึ้นได้ นอกจากนี้ แอมโมเนียยังเป็นสารทำความเย็นชนิดหนึ่ง ที่นิยมใช้ในอุปกรณ์ทำความเย็นขนาดใหญ่ จึงพบสารชนิดนี้ตกค้างได้ตามอุปกรณ์ทำความเย็นในสำนักงาน การประดับต้นพลูด่างไว้ตามจุดต่างๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการสูดดมสารนี้เข้าไปโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

ลิ้นมังกร

‘ลิ้นมังกร’ เป็นไม้ประดับที่สามารถปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาได้ในเวลากลางคืน เพราะพันธุ์ไม้ชนิดนี้จะปิดปากใบในตอนกลางวันแล้วเปิดออกในตอนกลางคืน จึงสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์พร้อมคายความชุ่มชื้นออกมาได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยปรับสภาพกลิ่นอับตามซอกมุมต่างๆ ได้ ทั้งยังช่วยปรับสมดุลอากาศในภาวะที่มีฝุ่นควันหรือก๊าซพิษได้ดี

เศรษฐีเรือนใน

‘เศรษฐีเรือนใน’  มีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้กลับมาบริสุทธิ์ เพราะสามารถกำจัดสารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่มักตกค้างจากสีที่ใช้ทาตามอุปกรณ์ตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังช่วยฟอกก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศจากกิจกรรมหุงต้มและเผาไหม้ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี โดยคุณสมบัติลักษณะนี้ ยังสามารถหาได้จากไม้ประดับยอดฮิตอีกชนิดอย่าง ‘เขียวหมื่นปี’ อีกด้วย

ไม้ประดับในบ้าน

ยังมีไม้ประดับอีกหลายชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นเลิศในด้านนี้ ทั้ง ว่านหางจระเข้ เยอบีรา แก้วกาญจนา หรือแม้แต่ ผักสมุนไพรก้นครัวไทยอย่างโหระพา ที่แม้ไม่ใช่ไม้ประดับโดยตรง แต่ด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดมแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กอปรกับคุณสมบัติในการสังเคราะห์แสงโดยใช้สารฟอร์มัลดีไฮด์ จึงช่วยสร้างบรรยากาศอโรมาในบ้านได้ไม่ยาก

 

เห็นได้ชัดเลยว่า ต้นไม้เล็กๆ ช่วยสร้างโลกที่ใหญ่และสดใสกว่าเดิมให้คนที่รักการตกแต่งบ้าน เพียงรู้จักการดัดแปลง นำมาปลูกหรือตั้งไว้ในมุมที่เหมาะสม ไม่ว่าบ้านจะกว้างหรือแคบ ไม้ในร่มก็ช่วยเนรมิตอากาศสดชื่นให้ได้ไม่ต่างกัน

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ไม้ประดับกับบ้าน เทคนิคเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ไม่เคยเอาท์