ฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ย ศาสตร์แห่งการสร้างบ้าน
เมื่อลมและน้ำมาบรรจบ

ฮวงจุ้ย หลักการออกแบบบ้านตามมุมมองของคนจีน

‘ฮวงจุ้ย’ เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ถือเป็นศาสตร์อีกหนึ่งแขนงที่มีความสำคัญต่อการออกแบบบ้านในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก คำว่า ‘ฮวง’ หมายถึง ‘ลม’ ส่วนคำว่า ‘จุ้ย’ หมายถึง ‘น้ำ’ เมื่อฮวงและจุ้ยมาบรรจบกันจะสะท้อนความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติ โดยมีลมที่ทำหน้าที่พัดพาพลังงานเข้ามาในบ้าน และน้ำที่คอยกักเก็บ พลังชี่ (พลังชีวิตหรือพลังลมปราณ) เอาไว้ นอกจากการออกแบบบ้านจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่มั่นคงแล้ว ตามหลักฮวงจุ้ยควรจะสร้างบ้านอยู่ในตำแหน่งที่มีกระแสลมและกระแสน้ำเป็นพื้นฐานอีกด้วย เพราะบ้านเปรียบเสมือนกับร่างกายของมนุษย์ ยิ่งถ้าร่างกายมีระบบการหมุนเวียนที่ดี ก็จะส่งผลด้านดีต่อสุขภาพ เฉกเช่นบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ต้องมีพลังงานเข้าออกอย่างสมดุล จึงจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมั่งมีเงินทองและมีสุขภาพแข็งแรง

ความเชื่อเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นมีมานานกว่า 5,000 ปี ถึงแม้ฮวงจุ้ยจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่คนไทยเชื้อสายจีนหรือแม้แต่คนไทยส่วนใหญ่เอง ก็นิยมสร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ย เพราะเชื่อว่าบ้านจะช่วยเสริมดวงชะตาและสร้างสิริมงคลให้กับตน ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยของชาวจีนอาจดูเป็นเรื่องงมงายในมุมมองของใครหลายคน แต่แท้ที่จริงแล้วฮวงจุ้ยถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาท่ามกลางพลังงานธรรมชาติ ไม่ว่าจะดิน น้ำ ลม หรือไฟ และพลังงานธรรมชาตินั้นก็มีอิทธิพลต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังเชื่อว่าบ้านแต่ละหลังทำมุมกับสนามแม่เหล็กโลกในองศาที่แตกต่างกัน ทำให้ได้รับพลังงานไม่เท่ากัน หลักฮวงจุ้ยจึงถูกนำมาใช้เพื่อปรับสมดุลให้กับพลังงานธรรมชาติ สับเปลี่ยนและหมุนเวียนพลังงานให้เข้าออกภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม

การออกแบบบ้านตามหลัก 'ฮวงจุ้ย'

ทำเลที่ตั้ง

ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่เป็นมงคลไม่ควรจะสร้างบนสันเขา พื้นที่แคบ ทางสามแยก หรือบนถนนที่เป็นทางตัน เพราะสถานที่ที่กล่าวมา นอกจากจะเป็นทำเลที่อัปมงคลแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติขึ้นกับคนในครอบครัวได้ โดยทำเลที่ตั้งของบ้านที่ดีควรจะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือมีสระน้ำภายในบ้าน เพราะบ่อน้ำจะช่วยเสริมเรื่องความมั่งคั่งร่ำรวย ทำให้เงินทองไหลมาเทมาดังเช่นสายน้ำที่ไหลเชี่ยว เมื่อสร้างบ้านอยู่ในตำแหน่งที่ดี ผู้อยู่อาศัยก็จะพบเจอแต่สิ่งดีๆ ทำเลที่ตั้งจึงเป็นสิ่งแรกที่ผู้สร้างบ้านควรให้ความสำคัญ

ทิศ

บ้านตามหลักฮวงจุ้ยควรจะคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและสายลมเป็นสำคัญ โดยทิศที่ดีที่สุดคือทิศใต้ เพราะทิศใต้เป็นทิศที่มีสายลมพัดผ่านยาวนานที่สุดตลอดปี ถ้าหันหน้าบ้านไปทางทิศนี้จะทำให้บ้านได้รับพลังงานแสงแดดและสายลม เหมือนกับการเปิดรับพลังงานดีๆ ให้เข้ามาในตัวบ้านได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยเสริมเรื่องชีวิต โชคลาภ และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่ความสุขความเจริญ ไม่เพียงเท่านั้น แต่การหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ยังทำให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทสะดวกสบาย เพราะได้รับแสงและลมจากธรรมชาติ ถึงแม้ทิศใต้จะเป็นทิศที่ดีที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของไทย การหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้อาจมีปัญหาเรื่องของอุณหภูมิความร้อน บางครั้งจึงมีการออกแบบบ้านให้หันหน้าไปยังทิศเหนือหรือทิศตะวันออกแทน เพราะทั้งสองทิศนี้เป็นทิศที่ได้รับแสงแดดในตอนเช้า ทำให้บ้านไม่ต้องกักเก็บอุณหภูมิความร้อนมาก

โครงสร้างและรูปทรงของบ้าน

โครงสร้างบ้านเปรียบดั่งโครงสร้างกระดูกของคนในบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าบ้านที่มีโครงสร้างมั่นคง จะทำให้คนในบ้านมีสุขภาพแข็งแรง ในทางตรงกันข้ามบ้านที่มีรูปทรงแปลกประหลาดผิดรูป จะทำให้คนในบ้านเจ็บไข้ได้ป่วย บาดหมางกัน และนำมาสู่การทะเลาะวิวาทในที่สุด บ้านที่เป็นมงคลควรจะมีรูปทรงธรรมดาหรือรูปทรงสี่เหลี่ยม เพราะจะช่วยเสริมเรื่องความปึกแผ่นและความก้าวหน้าของคนในครอบครัว นอกจากนั้นภายในบ้านก็ควรจะแยกมุมพักผ่อนและมุมทำงานให้เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้ทำทั้งสองอย่างได้อย่างเต็มที่

หน้าบ้านและหลังบ้าน

บริเวณทางเข้าบ้านถือเป็นประตูด่านแรกที่จะเปิดต้อนรับพลังชี่ นอกจากทางเข้าบ้านควรจะสะอาดเรียบร้อย ยังต้องมีพื้นที่กว้างขวาง เปรียบเหมือนรูปทรงของถุงเงินถุงทองที่จะช่วยเสริมเรื่องความมั่งคั่งร่ำรวย อาจจะสร้างสวนและปลูกต้นไม้ขนาดย่อมบริเวณหน้าบ้าน ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างบรรยากาศความร่มรื่นและทำให้ผู้อยู่อาศัยสดชื่นผ่อนคลาย แต่ต้นไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโตและการผลิดอกออกผล ซึ่งจะทำให้คนในบ้านมีความเจริญก้าวหน้า

บางบ้านก็นำเอารูปปั้นหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งไว้บริเวณพื้นที่หน้าบ้าน เพราะเชื่อว่าจะช่วยปกปักรักษาและคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข เช่น เส้นทางเข้าบ้านหลักที่เป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่าน อาจตั้ง ‘ตี่จู้เอี๊ยะ’ หรือพระประจำบ้านที่เสริมสิริมงคลตามหลักความเชื่อของคนจีน ส่วนบริเวณหลังบ้านไม่ควรจะอยู่ชิดและติดริมกำแพงมากเกินไป เพราะจะไม่มีพื้นที่ให้พลังงานลมพัดผ่านเข้ามา ทำให้เงินทองไหลเข้ามาในบ้านไม่สะดวก ในกรณีที่บ้านมีรั้ว ก็ไม่ควรจะเป็นรั้วแบบโปร่งโล่งและเตี้ยจนเกินไป เพราะจะทำให้คนในบ้านกักเก็บเงินทองได้ไม่อยู่

ประตูบ้าน

บนพื้นฐานของหลักฮวงจุ้ยประตูบ้านถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดเปิดขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน เป็นส่วนที่ภายนอกและภายในได้ปฏิสัมพันธ์กัน ถ้าประตูบ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีคุณภาพมากเท่าไหร่ ก็สื่อถึงปริมาณพลังงานดีที่จะเข้ามาในบ้านมากขึ้นเท่านั้น ประตูบ้านที่เป็นมงคลควรจะเป็นประตูที่เปิดเข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย และเป็นประตูที่เปิดเข้ามาด้านใน เพราะจะนำทางให้โชคลาภเข้ามาภายในได้ง่ายขึ้น ส่วนประตูบ้านที่เปิดออก เหมือนเป็นการพลักพลังงานดีๆ ออกไปจากตัวบ้าน

ตำแหน่งการตั้งประตูควรจะอยู่ทางด้านซ้ายของบ้านซึ่งเป็นตำแหน่งมังกรเขียวที่ตักตวงเงินทองเข้าบ้านและทำให้คนในบ้านมีโชคลาภอยู่เสมอ แต่ถ้าตั้งประตูทางด้านขวาของบ้านหรือตำแหน่งเสือขาวจะถือว่าเป็นอัปมงคล โดยปกติจะหันหน้าประตูไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ เพื่อรับลมและพลังงานดีๆ ที่จะเข้ามาในตัวบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นประตูแต่ละบานในบ้านจะต้องไม่ตั้งตรงกับประตูบานใดๆ เลย เพราะเชื่อว่าจะทำให้เงินทองรั่วไหล หามาได้มากเท่าไรก็ใช้หมด ส่วนหน้าต่างที่เป็นจุดเปิดใหญ่รองจากประตู ควรจะสร้างบริเวณกึ่งกลางของผนัง ไม่ตั้งสูงหรือต่ำเกินไป เพราะหากขนาดและความสูงของหน้าต่างกับประตูไม่เหมาะสมกับตัวบาน จะทำให้ลูกหลานภายในบ้านดื้อรั้นและไม่เชื่อฟัง

ห้องครัว

ห้องครัวที่เป็นจุดเริ่มต้นของเมนูอาหารต่างๆ ถือเป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพร่างกาย ตำแหน่งที่ดีที่สุดของห้องครัวคือบริเวณหลังบ้านโดยห้ามวางแปลนห้องครัวไว้ใกล้กับห้องนอนโดยเด็ดขาด เพราะห้องครัวที่ใช้ทำอาหารถือเป็นธาตุไฟ ถ้าสร้างห้องครัวใกล้กับห้องนอนจะทำให้ห้องนอนร้อนและทำให้ผู้พักอาศัยมีสุขภาพไม่ดีตามมา และในเชิงสถาปัตยกรรมก็ไม่นิยมสร้างห้องครัวไว้ส่วนหน้าบ้าน หรือตั้งอยู่ระหว่างทิศทางลม เพราะจะทำให้กลิ่นอาหารถูกพัดไปยังส่วนต่างๆ ของบ้านได้

ห้องนอน

อย่างที่รู้กันดีว่าห้องนอนเป็นสถานที่พักผ่อน จึงจะต้องสงบ ปลอดภัย และไร้ซึ่งเสียงดังรบกวนใดๆ ห้องนอนมงคลตามหลักฮวงจุ้ยควรจะหันหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าเป็นห้องนอนชั้นสองก็ควรตั้งอยู่เหนือห้องรับประทานอาหารหรือห้องนั่งเล่น แต่ถ้าสร้างห้องนอนชั้นล่าง ชั้นสองด้านบนก็ไม่ควรจะตรงกับห้องน้ำ ปกติแล้วจะไม่นิยมสร้างห้องนอนให้อยู่ทางทิศตะวันตก เพราะจะทำให้ห้องได้รับแสงแดดช่วงบ่ายเป็นระยะเวลานาน และทำให้อุณหภูมิความร้อนถูกกักเก็บไว้ในห้อง นอกจากนี้สิ่งของตกแต่งภายในห้องนอนก็ไม่ควรจะประดับประดาด้วยของมีคม เพราะจะสื่อถึงการทิ่มแทง ทำให้ผู้พักอาศัยนอนหลับได้อย่างไม่สงบสุข

ห้องน้ำ

ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วห้องน้ำสื่อถึงสุขภาพของคนในบ้าน ผู้พักอาศัยจึงควรทำหมั่นทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอ ซึ่งห้องน้ำไม่ควรจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ แต่ควรจะตั้งอยู่ในทิศตะวันตก เพราะทิศตะวันตกนั้นถือเป็นทิศที่มีแสงอาทิตย์ช่วงบ่ายสาดส่องเป็นระยะเวลานาน ถ้าห้องน้ำตั้งอยู่ทางทิศนี้จะช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน หรือเข้าสู่ตัวบ้านได้ในปริมาณที่น้อยที่สุด และแสงแดดที่ส่องเข้ามา ยังช่วยลดความอับชื้นในห้องน้ำและทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น

บันได

บันไดถือเป็นอีกจุดที่มีความสำคัญของบ้าน เพราะเป็นสถานที่ที่คนในบ้านใช้เดินขึ้นลง บันไดที่ดีควรอยู่ชิดติดด้านใดด้านหนึ่งของตัวบ้าน พื้นที่ส่วนกลางของบ้านควรจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ควรสร้างบันไดไว้ขั้นกลางเพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ราบรื่น บันไดที่อยู่กลางบ้านเหมือนสิ่งที่ดีและร้ายที่หมุนเวียนวน ไม่มีทางออกหรือระบายถ่ายเทไปยังที่ไหน และไม่ควรสร้างบันไดให้อยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้านเพราะเชื่อว่าจะนำพาสิ่งไม่ดีให้ขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนได้โดยง่าย

สระว่ายน้ำหรือบ่อน้ำ

ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้พักอาศัย แต่ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยสระว่ายน้ำหรือบ่อน้ำถือเป็นตัวแทนของธาตุน้ำ ที่นำพาความสดชื่นและความร่มเย็นเข้ามาสู่ตัวบ้าน โดยปกติแล้วจะนิยมสร้างสระว่ายน้ำไว้ทางทิศใต้ เพื่อตอบรับกระแสลมที่จะพัดเข้ามาทางทิศนี้ เมื่อลมปะทะกับน้ำในสระจะทำให้ไอเย็นถูกพัดเข้ามาในบ้าน แต่สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีพื้นที่มากพอจะสร้างว่ายน้ำ ก็อาจจะหาบ่อน้ำหรือน้ำพุเล็กๆ มาตั้งไว้หน้าบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าบ่อน้ำจะนำพาโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้ผู้พักอาศัย

นอกจากทีมสถาปนิกและวิศวกรคุณภาพ อีกหนึ่งตำแหน่งที่แทบขาดไม่ได้เลยคือ ‘ซินแส’ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและคอยแนะนำเงื่อนไขการใช้งานพื้นที่ส่วนต่างๆ ของบ้าน โดยคำนึงถึงการสอดรับกันของแปลนบ้าน ตำแหน่งห้อง ประตู หน้าต่าง หรือแม้แต่ของตกแต่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความหมายโดยนัยตามหลักฮวงจุ้ยบ้านทั้งนั้น แม้กระนั้นฮวงจุ้ยก็ต้องไปด้วยกันกับโครงสร้างการออกแบบและการจัดวางพื้นที่ ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้าง แนะนำให้พาซินแสมาดูแบบแปลนและโครงสร้าง เผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

 

ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน ที่การสร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ทำให้ผู้คนร่ำรวยและประสบความสำเร็จมานักต่อนัก แต่เชื่อว่าหลักการสร้างบ้านที่ว่าด้วยเรื่องความสบายใจของผู้พักอาศัยอย่าง ‘ฮวงจุ้ย’ ก็คงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้สถาปัตยกรรมศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เลยแม้แต่น้อย

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ฮวงจุ้ย ศาสตร์แห่งการสร้างบ้าน เมื่อลมและน้ำมาบรรจบ