ลอยกระทง

ลอยกระทง’ ประเพณีเก่าแก่ของไทย
ที่ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย

วันลอยกระทงของไทย จัดขึ้นทุกปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และยังอยู่ในฤดูน้ำหลาก น้ำขึ้นเต็มฝั่ง อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ ยังเป็นวันที่สามารถเห็นพระจันทร์แบบเต็มดวง ทำให้เห็นแสงจันทร์ส่องกระทบลงมายังน้ำ กลายเป็นค่ำคืนที่ดูงดงามเหมาะกับการจัดงานเทศกาลในช่วงกลางคืน ซึ่งในปี 2018 เทศกาลวันลอยกระทงจะถูกจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 22 เดือนพฤศจิกายน 2561 นี้

ลอยกระทงของไทยถูกจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ 3 ข้อคือ

1.เพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นโอกาสที่พระพุทธองค์ได้ไปแสดงธรรมในนาคภิภพและทรงประทับรอยพระบาทไว้ที่ริมแม่น้ำนัมมทานที ส่วนทางภาคเหนือมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระเขี้ยวแก้วของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บรรจุอยู่ในจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงมีประเพณียี่เป็งเป็นการปล่อยโคมหรือประทีปขึ้นไปบนท้องฟ้าร่วมกับการลอยกระทง

2.เพื่อบูชาพระแม่คงคา เป็นการแสดงการขอบคุณ การขอขมาพระแม่คงคาที่มีน้ำให้เราใช้อยู่ใช้กินตลอดปี และปลูกฝังรุ่นสู่รุ่นว่าให้เรารู้จักใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ

3.เพื่อสะเดาะเคราะห์ เป็นความเชื่อของคนสมัยก่อนที่พร่ำบอกลูกหลานว่า การลอยกระทงคือการปล่อยทุกข์ ปล่อยความโศกเศร้า โรคภัยไข้เจ็บและสิ่งไม่ดีต่างๆ ให้ลอยไปพร้อมกับกระทง

“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง”

เพลงประจำเทศกาล ลอยกระทง ที่ถูกเปิดในวันลอยกระทงของทุกปี บทเพลงคุ้นเคยที่ได้ยินกันมาตั้งแต่ยังเล็ก พร้อมถูกปลูกฝังจากพ่อแม่ว่านี่คือขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยอันเก่าแก่ คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าวันลอยกระทงจะมีแค่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ความจริงเทศกาลลอยกระทงมีอยู่ในประเทศอื่นๆ ด้วย เลยจะขอพาทุกคนไปดูประเพณีลอยกระทงของประเทศอื่นกันบ้างว่าจะแตกต่างจากเราแค่ไหน

ลอยกระทงในประเทศลาว

วันลอยกระทงในประเทศลาวหรือที่เรียกว่า “งานไหลเฮือไฟ” จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 โดยชาวลาวจะลอยประทีปแทนกระทงเพื่อบูชาแม่น้ำ วันงานจะมีประเพณีการแข่งเรือและการไหลเรือไฟที่ริมแม่น้ำโขง เพราะชาวลาวมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาคุณแห่งแม่น้ำโขงที่คอยเลี้ยงดูมา และเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าที่เสด็จกลับมาจากการเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์

ลอยกระทงในประเทศพม่า

การลอยกระทงที่พม่าเป็นการจุดไฟตามประทีป โดยชาวพม่าจะเรียกว่า “ตะซาวง์ได-มีทูน-ปฺแว” จัดขึ้นในช่วงเดือน 8 ปลายฝนต้นหนาว โดยมีความเชื่อตามหลักพระสูตรในพระพุทธศาสนาหนึ่งที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาพม่าว่า “ต่ามะญะบ่ะละ” หรือ “สามัญญผล” ในภาษาบาลีที่หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เล่าว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงเทศน์โปรดพระเจ้าอชาตศัตรู ณ ป่ามะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ชาน กรุงราชคฤห์ ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ (วันพระของประเทศพม่า) เพราะพระเจ้าอชาตศัตรูมีพระดำริว่าต้องการฟังธรรมเทศนาในคืนวันเพ็ญ เหล่าเสนาอำมาตย์จึงจุดไฟตามประทีปในขบวนเสด็จให้มีแสงไฟส่องนำทาง กลายเป็นที่มาของประเพณีการจุดไฟประทีปมาตั้งแต่นั้น

ในชุมชนท้องถิ่นบางแห่งของพม่ามีพิธีกรรมหนึ่งที่คล้ายกับการลอยกระทงของไทย เช่น ชุมชนชาวทวายในแคว้นตะนาวศรีทางใต้ของพม่าจะใช้บาตรดินเผาใส่อาหาร แล้วจุดประทีปใส่เอาไว้ นำไปลอยลงแม่น้ำเพื่อบูชาพระอุปคุต โดยจะทำช่วงเช้าของวันออกพรรษาเพราะเชื่อว่าพระอุปคุตจำพรรษาอยู่ในเมืองบาดาลหรือใต้น้ำลึก

ลอยกระทงในประเทศกัมพูชา

ลอยกระทงในกัมพูชามีชื่อเรียกในภาษาเขมรว่า “บ็อณแฎตปรอตีป (บณฺแฎตปฺรทีป)” แปลว่า “ลอยประทีป” ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่วันขึ้น 14-15 ค่ำจนถึงแรม 1 ค่ำ เดือนพฤศจิกายน เพื่อรำลึกถึงบุญคุณหรือแสดงการขอบคุณต่อแม่น้ำโขงและทะเลสาบโตนเลสาบ มีการเฉลิมฉลองด้วยการแข่งเรือยาว การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และช่วยกันลอยทุ่นที่ประดับด้วยดวงไฟลงในแม่น้ำโขง

สิ่งที่ต่างคือประเทศกัมพูชาจะลอยกัน 2 ครั้ง คือครั้งแรกเดือน 11 เป็นของราษฎร ส่วนครั้งที่สองเดือน 12 เป็นของหลวง โดยจะใส่อาหารลงในกระทงด้วย ซึ่งการลอยกระทงของชาวกัมพูชามีความเชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ออกไปจากชีวิต และเป็นการขอขมาพระแม่คงคานั่นเอง

ลอยกระทงในประเทศจีน

วันลอยกระทงในประเทศจีนถูกเรียกว่า “ฟั่งเหอเติง”  คือการลอยโคมประทีป โดยในอดีตเป็นเทศกาลที่ถูกจัดขึ้นในช่วงเทศกาลหยวนหรือเทศกาลสารทจีนที่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 แต่ปัจจุบันถูกจัดขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจเดือนเก้า ในวัน 7 ค่ำของเทศกาล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและบอกกล่าวแก่ดวงวิญญาณให้มารับกุศลในพิธีทิ้งกระจาดที่แต่ละศาลเจ้าจะจัดในวันรุ่งขึ้น

ลักษณะของโคมลอยจะต้องมีเทียนหรือประทีปเป็นส่วนสำคัญ รูปทรงโคมอาจเป็นรูปดอกบัว โคมไฟ หรือบ้านเล็กๆ ข้างในประทีปจะมีเทียนจุดอยู่เพื่อให้มีแสงส่องสว่าง

ลอยกระทงในประเทศอินเดีย

ช่วงปลายฝนต้นหนาวในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนของทุกปีตามปฏิทินสากล ประเทศอินเดียมีประเพณีจุดประทีป โดยเรียกกันว่า “เทศกาลทีปาวลี” ซึ่งไม่ได้ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศล หรือปลดปล่อยความทุกข์ให้ไหลลงแม่น้ำตามความเชื่อแต่อย่างใด แต่มีที่มาจากการจุดประทีปประดับประดาเมือง เพื่อเฉลิมฉลองการนิวัติกลับนครอโยธยาของพระรามและนางสีดา หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าร่วม 14 ปี และเพื่อบูชาพระลักษมี เทวีแห่งความร่ำรวย

โดยชาวอินเดียจะจุดประทีปแล้วนำไปวางประดับบน “ท่าน้ำ” หรือ “ฆาฏ” (Ghat) ที่มีลักษณะเป็นขั้นบันไดริมฝั่งแม่น้ำคงคา หรือบางคนจะจุดประทีปในกระทงที่ทำจากใบไม้แห้ง เรียกว่า โดนา (Dona) ที่ถูกประดับประดาด้วยดอกกุหลาบและดาวเรืองให้มีความสวยงาม ซึ่งถือเป็นเครื่องสักการะบูชาเทพเจ้า

เพราะเหตุนี้ ลอยกระทงจึงไม่ใช่ประเพณีของประเทศไทย แต่เป็นประเพณีของภูมิภาคเอเชียมากกว่า ซึ่งแต่ละประเทศก็มีประเพณีลอยกระทงเพื่อ จุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือเพื่อเป็นการขอบคุณธรรมชาติที่เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของเราตลอดมา

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘ลอยกระทง’ ประเพณีเก่าแก่ของไทย ที่ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย