Loft Style

ดิบ เปลือย เท่
เพิ่มเสน่ห์ให้บ้านด้วย Loft Style

การตกแต่ง นอกจากจะเป็นสุนทรียศาสตร์ของบ้านและคอนโดแล้ว ยังสามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ชีวิตของผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังเบื่อหน่ายกับการแต่งบ้านหรู ล้ำสมัย ‘Loft Style’ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ที่ทำให้หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต และถ่ายทอดกลิ่นอาย Industrial ผสม Contemporary ออกมาได้อย่างลงตัว

Loft (ลอฟท์) คืออะไร?

Loft เป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากย่านอุตสาหกรรมที่ถูกทิ้งร้างในนิวยอร์ก หรืออย่างที่หลายคนรู้จักกันในชื่อว่า New York Loftความรู้สึกแบบวินเทจและสไตล์ร่วมสมัยคือจุดเด่นของบ้าน Loft โดยจะเน้นการออกแบบที่เปิดโปงให้เห็นทุกโครงสร้างของตัวบ้านทั้งภายนอกและภายใน เคารพในวัสดุดั้งเดิมที่มีอยู่ ซ่อนความคลาสสิกผ่านผนังปูนเปลือย หรืออิฐมอญที่ก่อขึ้นโดยไม่ต้องฉาบ เข้ากันได้ดีกับพื้นปูนขัดมันที่เรียบง่าย บวกกับเพดานสูงและหน้าต่างกระจกบานกว้างตามแบบโกดังเก่า หลากหลายรายละเอียดถูกผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายมาเป็นเสน่ห์ของ Loft Style

 

Loft Style ผลผลิตที่ไม่ได้ตั้งใจ
จากสงครามโลกครั้งที่
2

ในช่วงปี ค.ศ. 1856 เป็นช่วงที่เรียกว่า ‘การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคเหล็กกล้า’ หรือ Age of Steel’  หลังจากถ่านหินและเครื่องจักรไอน้ำ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทอผ้าถูกลดความสำคัญลง ถึงคราวที่เพลิงจากก๊าซธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม และพลังงานไฟฟ้า ถูกนำมาใช้แทน จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งนั้น ทำให้ประเทศผู้ริเริ่มปฏิวัติอย่างประเทศอังกฤษและนานาประเทศมีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีการขยายตัวของเศรษฐกิจและสภาพสังคมอีกด้วย

ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ชาวเมืองต้องย้ายถิ่นอาศัย และเข้ามาทำงานในย่านอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่าน โซโห (SoHo) หรือ South of Houston ในรัฐนิวยอร์ก โรงงานอุตสาหกรรม โกดัง และอาคารพาณิชย์ที่นี่จึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ท่ามกลางความเจริญของโลกซึ่งดูเหมือนจะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง กลับหยุดชะงักลงเมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น

ความขัดแย้งระหว่างประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรและประเทศฝ่ายอักษะได้ปะทุขึ้น โดยมี สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (The Treaty of Versailles) ที่ไม่เป็นธรรมกับบางฝ่ายเป็นชนวนของสงคราม ผลกระทบของไฟสงครามครั้งนี้ลุกโชนและแผดเผาออกไปอย่างกว้างขวาง แทบทุกประเทศทั่วโลกล้วนได้รับผลพวงทั้งสิ้น ไม่ว่าฝ่ายไหนที่ได้รับชัยชนะหรือปราชัย ผู้คนก็ต้องบาดเจ็บและล้มตายกันทั้งนั้น สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอีกหนึ่งความทรงจำเลวร้ายที่ประชาชนทั่วทั้งโลกมิอาจลืม

 

หลังจากที่สงครามได้สิ้นสุดลง สิ่งหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาต้องแลกมากับคำว่า ‘ประเทศมหาอำนาจของโลก’ นอกจากจะต้องสูญเสียประชาชนแล้ว โรงงาน โกดัง และอาคารพาณิชย์ในย่านอุตสาหกรรม ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างแสนสาหัสด้วยเช่นกัน และย่านอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายนี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Loft Style แนวคิดการตกแต่งที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์จวบจนปัจจุบัน

จุดกำเนิดของบ้านสไตล์ Loft

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็เยื้องกรายเข้าครอบคลุมทั่วโลก บรรดาธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างขาดทุนและต้องปิดตัวลงไปตามๆ กัน ท้ายที่สุดก็เกิดปัญหาการว่างงานขึ้นอย่างหลบเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกันราคาที่ดินในเมืองก็พุ่งสูงขึ้น เหล่าเจ้าของธุรกิจที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะเช่า ก็ต้องย้ายออกไปอยู่นอกเมือง ทำให้ย่านอุตสาหกรรมในเมืองถูกทิ้งร้าง ไม่นานนักกลุ่มศิลปินและนักออกแบบก็เข้าไปปรับปรุงโกดังและโรงงานดังกล่าว เพราะด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พวกเขาจึงเนรมิตสถานที่รกร้างและเก่าคร่ำครึ ให้ออกมาเป็นบ้านสไตล์ Loft เพื่ออยู่อาศัยและจัดแสดงผลงานศิลปะ

แนวคิดในการแต่งบ้านสไตล์ Loft
เป็นอย่างไร
?


Open Space & Open Plan

พื้นที่ภายนอกของบ้าน Loft Style จะถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง (Open Space) เชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของตัวบ้านเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ส่วนของตัวอาคารจะนิยมสร้างแบบทรงสูง เปิดให้เห็นเหล็ก คาน หรือเสาของบ้าน แสดงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบ Castiron Architecture หรือ โครงสร้างอาคารที่ทำจากเหล็ก ตามแบบโรงงานเก่าในศตวรรษที่ 19

แนวคิดแบบ Open Plan ก็ยังถูกนำมาใช้ในการออกแบบภายในด้วย เป็นการผนวกพื้นที่ทุกภาคส่วนของบ้าน เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น ให้ความต่อเนื่องทางสายตา เนื่องจากไม่มีเสากลางบ้าน ไม่มีการแบ่งโซนห้อง และไม่มีผนังใดๆ มาบดบัง พื้นที่โดยรวมของบ้านจึงดูกว้างขวาง ไม่ทึบตัน และไม่อึดอัด แถมยังแทรกสอดความเป็นโรงงานและโกดังเก่าเอาไว้ได้อีกด้วย

บ้านสไตล์ลอฟท์

เพดานสูงและหน้าต่างกระจกบานกว้าง

เพดานสูงก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ Loft ที่ลอกเลียนมาจากโกดังและโรงงานเก่า การใช้เพดานสูงช่วยขยายพื้นที่จาก ระดับพื้นถึงฝ้าเพดาน หรือ Floor to Ceiling ได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งไอเทมยอดนิยมของบ้านสไตล์นี้ คือหน้าต่างกระจกบานกว้างเต็มตัว เพราะด้วยรูปทรงที่สูงใหญ่ พร้อมเปิดรับวิวและช่วยให้แสงจากธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาในตัวบ้าน เสริมกันกับโครงสร้างเพดานสูงจะช่วยเพิ่มความสว่างไสวในตัวบ้าน ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง และมีอากาศถ่ายเทสะดวก

ผนังปูนเปลือยและพื้นปูนขัดมัน

อีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้านสไตล์ Loft คือ คอนกรีตเปลือย หรือ ผนังปูนเปลือย (Exposed Concrete) ที่เปิดโชว์ให้เห็นพื้นผิวแท้ของงานปูนหยาบๆ โดยไม่มีการทาสีทับ ผู้ที่สนใจแนวคิด Loft Style สามารถเลือกผนังปูนเปลือยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนได้ มีทั้งปูนเปลือยแบบฉาบและปูนเปลือยแบบหล่อใน

ปูนเปลือยแบบฉาบ เกิดจากการฉาบปูนเรียบ 2 ชั้น แล้วนำผงปูนซีเมนต์มาโรย พรมน้ำให้ทั่วผนัง จากนั้นก็ใช้เกรียงมาขัดเพื่อให้เกิดลวดลายตามต้องการ ส่วนปูนเปลือยแบบหล่อใน คือการเทปูนลงในวัสดุแม่แบบ แล้วจะเกิดพื้นผิวขึ้นตามลวดลายวัสดุแม่แบบ ซึ่งลวดลายไม้และเหล็กที่เป็นที่นิยม ก็ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ผนังของคุณดีทีเดียว แต่ปูนเปลือยแบบหล่อในนั้นจะต่างจากปูนเปลือยแบบฉาบ เพราะต้องมีการคำนวณโครงสร้างของตัวบ้านตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ

 

เมื่อปูนเปลือยที่ผนังแห้งสนิทแล้ว ควรเคลือบพื้นผิวผนังด้วยน้ำยาเคลือบเงา หรือน้ำยาเคลือบด้าน ตามชอบ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก เชื้อรา และรอยขีดข่วนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และยังช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย

 

พื้นปูนขัดมัน หรือ พื้นปูนแบบขัดสด (Concrete Polishing Floors) ที่ถูกใช้ในบ้านเรือนสมัยก่อน ก็เป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของ Loft Style ด้วยเช่นกัน ด้วยผิวสัมผัสที่เรียบเนียนของพื้นปูนขัดมัน และคุณสมบัติที่ทนทานต่อการขัดถู จึงสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าพื้นกระเบื้องที่อาจมีคราบเหลืองตามมา

Loft Style

เพิ่มความดิบ เถื่อน เท่
ด้วยของตกแต่งสไตล์
Loft

วัสดุหลักของการตกแต่งสไตล์ Loft คือ อิฐ ปูนเปลือย เหล็ก และสังกะสี ให้ความรู้สึกวินเทจแต่ก็แฝงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ส่วนโทนสีของห้องก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่นิยมใช้สีขาว ดำ เทาครีม อิฐแดง หรือโทนสีดั้งเดิมของวัสดุจากธรรมชาติ   

การตกแต่ง Loft Style House นั้นไม่มีฝ้าเพราะเป็นเพดานสูงที่เปิดโล่ง การออกแบบภายในจึงต้องดึงจุดเด่นของบ้านสไตล์นี้ออกมาให้ได้มากที่สุด อาจจะเปิดให้เห็นท่อน้ำและเพดานโล่งที่เดินสายไฟผ่านท่อโลหะ ประดับประดาด้วยหลอดไฟห้อยลงมาจากด้านบน ส่วนมากจะนิยมใช้หลอดไฟเอดิสัน (Edison Bulb) สีเหลืองอมส้ม เนื่องจากบ้าน Loft มีเพดานสูงและหน้าต่างกระจกบานกว้าง ที่ทำให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาในบ้าน หลอดไฟเอดิสันที่แสงไม่จ้าจนเกินไป จึงสามารถให้ความสว่างได้เพียงพอสำหรับบ้านสไตล์นี้ นอกจากไฟสีเหลืองส้มจะสะท้อนความเท่แล้ว ยังช่วยทำให้บรรยากาศของบ้านดูโรแมนติกได้อีกด้วย

บันไดวนและบันไดเหล็ก ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ด้วยเช่นกัน เพราะช่วยทำให้พื้นที่ในบ้านไม่ดูอึดอัด ไม่หนาทึบ และยังกลมกลืนกับโครงสร้างโดยรวมของบ้านได้เป็นอย่างดี Loft จะนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ทั้งโต๊ะตัวยาว โซฟา หรือเก้าอี้ ต้องมีน้ำหนักเบาและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างยืดหยุ่น อาจจะเลือกวัสดุที่ทำจากไม้ โลหะ แสตนเลส หรือเหล็ก เพื่อให้ดูกลมกลืนกันกับผนังปูนเปลือย หรืออยากให้บ้านดูโดดเด่นและมีมีติมากขึ้น อาจจะใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างโทนสี เช่น ถ้าผนังหรือพื้นห้องเป็นสีขาว ก็ใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำมาตัด แต่ถ้าภาพรวมของห้องมีสีดำหรือเทาเข้มเยอะจนเกินไป ก็อาจทำให้ห้องดูแคบและอึดอัดได้

 

ข้อเสียของ Loft Style คือเมื่อเวลาผ่านไป บางวัสดุที่ใช้อาจจะเสื่อมสภาพ สึกกร่อน และขึ้นสนิมไปตามกาลเวลา สีสนิมแท้ๆ ช่วยทำให้บ้านดูหน้าหลงใหลขึ้นสำหรับบางคน แต่เศษผงจากสนิมคงเป็นข้อจำกัดของบ้านสไตล์นี้ ผู้ที่ชื่นชอบบ้านสไตล์ Loft แต่ไม่อยากคอยนั่งทำความสะอาดเศษสนิม แนะนำให้ใช้ ‘วัสดุปิดผิว’ หรือ ‘Surface’ แทน

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ดิบ เปลือย เท่ เพิ่มเสน่ห์ให้บ้านด้วย Loft Style