วิ่งมาราธอน
28 January 2019

วิ่งสู้ฝุ่น PM 2.5 กับงาน
วิ่งมาราธอน’ แบบ Virtual Run

ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่กำลังฟุ้งกระจายเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทำเอาประชาชนไม่กล้าแม้แต่เดินทางไปยืดเส้นยืดสายยังสวนสาธารณะต่างๆ ส่งผลให้มหกรรมออกกำลังกายมากมายที่มีแพลนจัดขึ้นในช่วงต้นปีนี้พลอยต้องพับโครงการตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือเทรนด์ ‘การวิ่งมาราธอน’ งานวิ่งกลางแจ้งที่ต้องพ่ายให้กับอิทธิพลของเจ้าฝุ่นจิ๋ว ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะลดปริมาณลงง่ายๆ ทำให้นักวิ่งที่กระหายการลงสนามแข่งต้องหันไปหาวิธีการออกกำลังกายแนวใหม่ๆ อย่างการวิ่งมาราธอนในโลกเสมือนจริง หรือ ‘Virtual Run’ แทน

ทำความรู้จัก ‘Virtual Run’ เทคโนโลยี
เพื่อคนรักการวิ่งในวันที่ฝุ่นมามาก

Virtual Run หรือ‘การวิ่งในโลกเสมือนจริง’ ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) แต่ไม่ใช่การสวมแว่นตา 3 มิติ เป็นเพียงการจำลองเอาบรรยากาศการแข่งขันในสนามจริง กติกาจริง และเหรียญรางวัลจริง มาเป็นแรงกระตุ้นให้นักวิ่งรู้สึกอินกับการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น โดยมีกติกาสุดพิเศษคือเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมลงแข่งขันวิ่งมาราธอนจากที่ไหนก็ได้ เช่น บนลู่วิ่งที่บ้าน หรือในฟิตเนส โดยไม่จำเป็นต้องเก็บระยะทางวิ่งให้ครบทั้งหมดภายในวันเดียว แต่สามารถแบ่งวิ่งได้หลายวัน เช่น เก็บระยะทาง 10 กิโลเมตรภายใน 5 วัน อาจแบ่งวิ่งวันละ 2 กิโลเมตร งานวิ่งลักษณะนี้จึงเหมาะเป็นสนามฝึกฝีเท้าให้นักวิ่งหน้าใหม่ ที่ยังไม่เจนการแข่งขันและยังไม่สามารถติดต่อกันนานๆ ได้ และเหมาะกับนักวิ่งที่ไม่อยากออกไปเผชิญฝุ่นในช่วงนี้ด้วย

การวัดผลของ Virtual Run เป็นอย่างไร

เมื่อเป้าหมายของกิจกรรม Virtual Run เน้นตอบโจทย์คนไม่มีเวลา และคนที่ไม่สะดวกออกไปวิ่งนอกบ้าน เช่นเดียวกับนักวิ่งชาวไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤติฝุ่นละอองปกคลุมในขณะนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่จึงลงแข่งวิ่งจากสถานที่และวันเวลาแตกต่างกัน ทำให้ต้องมีการกำหนดวิธีวัดระยะทางแบบพิเศษขึ้น เพื่อเป็นเกณฑ์ในการพิจารณามอบของรางวัล และยืนยันว่าผู้สมัครทุกคนได้วิ่งอย่างถูกต้องตามกติกา! ซึ่งการวัดผลแบ่งได้เป็น 2 วิธีดังนี้

วัดผลผ่านแอปพลิเคชันติดตามการวิ่ง

ปัจจุบันนักวิ่งมืออาชีพหรือแม้แต่คนรักสุขภาพมักโหลดแอปพลิเคชันช่วยติดตามผลการออกกำลังกายติดสมาร์ตโฟนไว้เสมอ เพื่อเช็กประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน สำหรับแอปฯ ติดตามการวิ่ง (Running Tracker) ที่ได้รับความนิยมมีมากมายไม่ว่าจะเป็น Nike Run Club, Endomondo, Strava, Runkeeper รวมถึงแอปฯ อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ตวอต์ช (Smart Watch) ติดตามการออกกำลังกายด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้เองคือตัวช่วยสำคัญในการส่งผลการแข่งขันของนักวิ่ง Virtual Run โดยสามารถแคปเจอร์หน้าจอที่แสดงค่าระยะทาง วัน และเวลาการวิ่งอย่างครบถ้วน แล้วส่งผลไปยืนยันกับผู้จัดงานได้ 

 

วัดผลผ่านหน้าจอดิจิทัลบนลู่วิ่ง

เป็นอีกหนึ่งวิธีการเก็บผลวิ่งง่ายๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับนักวิ่งผู้นิยมวิ่งออกกำลังกายบนลู่วิ่งที่บ้านหรือตามฟิตเนส รวมถึงนักวิ่งที่ไม่สะดวกใช้งานแอปฯ ต่างๆ ในมือถือ โดยมีข้อจำกัดว่าหน้าจอแสดงผลของลู่วิ่งที่ใช้ต้องเป็นระบบดิจิทัลที่แสดงค่าระยะทางได้ จากนั้นถ่ายรูประยะทางที่วิ่งครบด้วยโหมดถ่ายภาพที่มีฟิลเตอร์ (Filter) โชว์วันที่และเวลา ก็สามารถนำผลวิ่งไปยืนยันผู้จัดงานได้เช่นกัน

Virtual Run

ประเภทของการแข่งขัน
‘วิ่งมาราธอน’ แบบ Virtual Run


ผู้จัดงานจัดการแข่งขันขึ้นเอง

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด ความแข็งแกร่งก็ไม่ได้มาในวันเดียวฉันนั้น”  นี่คือสโลแกนปลุกพลังใจในการออกกำลังกายของการเเข่งขัน ‘Rome Run’ กิจกรรม Virtual Run ที่จัดในบ้านเราจบไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยผู้จัดต้องการรวมพลคนรักการวิ่งให้มาทำกิจกรรมที่ชื่นชอบด้วยกัน  แล้วให้นักวิ่งออกแบบระยะทางใกล้ไกลด้วยตัวเองเพื่อท้าทายศักยภาพร่างกาย ก่อนจะเริ่มวัดผลการวิ่งจริงระหว่างวันที่ 5-19 ธันวาคม 2561 ภายใต้กติกาดังต่อไปนี้

  • ไม่ว่าจะวิ่งจากที่ไหนก็ตาม ผู้แข่งต้องวิ่งเก็บระยะทางติดต่อกันให้ได้ 4 วัน โดยไม่เว้นวันหยุดพัก
  • การวิ่งวันแรกต้องเก็บระยะทางให้ได้ไม่น้อยกว่า 4 กิโลเมตร
  • การวิ่งในวันถัดไปต้องเก็บระยะทางให้มีส่วนต่างมากกว่าวันก่อนหน้าอย่างน้อย1 กิโลเมตร
  • เมื่อวิ่งครบ 4 วัน ผู้แข่งสามารถส่งผลการวิ่งเป็นภาพที่แคปเจอร์ได้จากแอปฯ ติดตามการวิ่ง หรือภาพที่ถ่ายได้จากหน้าปัดลู่วิ่ง ทางเว็บไซต์ที่เปิดให้ลงทะเบียน
  • รอทีมงานตรวจสอบความถูกต้อง และรอรับของที่ระลึกจากการเเข่งขัน คือเหรียญรางวัล และเสื้อลวดลายทหารโรมันบนสถาปัตยกรรมโคลอสเซียม (Colosseum) ที่สกรีนชื่อนักวิ่งลงไป 


นอกจากจัดงานเพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักมาราธอนแล้ว ยังสามารถจัดเพื่อระดมทุนเข้าการกุศลได้ด้วย อย่างงาน ‘PM 2.5 Run วิ่งทะลุหมอก PM 2.5’ ที่ชวนคนอยากออกกำลังกายแต่ไม่อยากวิ่งคลุกฝุ่นมาร่วมสร้างสถิติเก็บระยะทาง 25,000 กิโลเมตรด้วยกัน ภายในระยะเวลา 1 เดือน เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กโดยงานมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ –7 มีนาคม 2562 นี้

ผู้จัดงานจัดการแข่งขันแบบคู่ขนาน

การจัดแข่งขัน Virtual Run แบบคู่ขนาน’ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งที่พลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของแมตช์มาราธอนระดับโลก (World Marathon Majors) เนื่องจากตั๋วแข่งของสนามดังที่ Running Lover ล้วนใฝ่ฝันนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ผู้จัดจึงเลือกจำลองบรรยากาศการวิ่ง กติกา รวมถึงของรางวัลและของที่ระลึกที่คล้ายคลึงกันมาไว้ในโลกเสมือนจริง

อย่างงาน Tokyo Virtual Run’ งานวิ่งเสมือนจริงที่จัดขึ้นในวันและเวลาเดียวกับการแข่งขัน Tokyo Marathon 2019 โดยงานจริงมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 3 มีนาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้นักวิ่งพิชิตระยะทาง 10 กิโลเมตรแบบวันเดียวจบ แต่สำหรับนักวิ่งทางไกลสาย Virtual Run สามารถแบ่งวิ่งในระยะทางเดียวกันได้ตั้งแต่วันที่ 3-10 มีนาคม 2562 หากใครสามารถพิชิตงานวิ่งคู่ขนานนี้จะได้รับเหรียญพิเศษพร้อมเสื้อวิ่งไปครอง

 

 

แม้การวิ่งมาราธอนในโลกเสมือนจริง จะไม่สามารถพานักวิ่งทุกคนไปเก็บบรรยากาศงานวิ่งในในช่วงที่ฝุ่นละอองปกคลุมได้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่แพ้กันแน่นอนคือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง หากวันนี้ฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นข้อจำกัดในการเดินทางไปวิ่งของคุณ ให้การวิ่งทางไกลอย่าง Virtual Run ตอบโจทย์แทน

 

 



tags : , , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD วิ่งสู้ฝุ่น PM 2.5 กับงาน ‘วิ่งมาราธอน’ แบบ Virtual Run