ภาวะซึมเศร้า

Teen Depression
ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น เรื่องวุ่นๆ
ของคนวัยมันส์

วัยรุ่นที่เติบโตขึ้นในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างจากวัยรุ่นในสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ทั้งสังคม สภาพแวดล้อม การศึกษา หรือแม้แต่การเลี้ยงดู ยิ่งไปกว่านั้นวัยรุ่นในยุคนี้ยังสามารถเกิดอาการเครียดได้ง่ายกว่า และความเครียดที่สั่งสมอาจร้ายแรงจนทำให้พวกเขามี ‘ภาวะซึมเศร้า’ ได้ ซึ่งมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเด็กและครอบครัวของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จริงๆ แล้วภาวะซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย มีประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 1 ใน 20 คน ยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมานี้ วัยรุ่นไทยที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 44 ซึ่งนั่นเป็นเพราะช่วงวัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเพศ การเจริญเติบโต และพัฒนาการ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนไปเต็มๆ และฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงนั้นก็ทำให้พวกเขามีความคิด วุฒิภาวะ และความอ่อนไหวทางอารมณ์มากขึ้น และเหตุนี้เองที่ทำให้วัยรุ่นมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทางสุขภาพจิตได้ง่ายกว่าช่วงวัยอื่นๆ

Depression

ทำความเข้าใจ ‘ภาวะซึมเศร้า’ ในวัยรุ่น

ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า (Depression) นั้นไม่ได้เป็นคนบ้าหรือคนวิกลจริตแต่อย่างใด หากแต่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ พวกเขาจึงมีความรู้สึกโศกเศร้า สิ้นหวัง และจมอยู่กับความทุกข์แบบไร้ซึ่งทางออก นอกจากผู้ป่วยจะมองตัวเองในแง่ลบและมีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวแล้ว พฤติกรรมการแสดงออกของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยเช่นกัน โดยการที่วัยรุ่นมีภาวะซึมเศร้านั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ ปัญหาความเครียด การถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง การเลี้ยงดูที่เข้มงวดมากเกินไป หรือเหตุการณ์สะเทือนใจที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของพวกเขา เช่น การถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย หรือสูญเสียคนสำคัญในครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันภาวะซึมเศร้าก็อาจเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์หรือสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ เมื่อสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานบกพร่อง จะทำให้ระบบประสาทเกิดการเปลี่ยนแปลงและทำให้วัยรุ่นมีภาวะซึมเศร้าได้ด้วยเช่นกัน

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่น

  • รู้สึกอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ กระวนกระวายใจ มีอาการปวดท้องและปวดศีรษะร่วมด้วย
  • ขาดความสนุกสนานและความกระตือรืนร้น ทั้งยังไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับอะไรนานๆ
  • มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีความรู้สึกโกรธและหงุดหงิดมากกว่าอารมณ์เศร้า
  • มีความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ สามารถผิดหวังและโมโหได้แม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
  • สูญเสียความมั่นใจ แรงจูงใจ และความสนใจในเรื่องต่างๆ ไป
  • มีความรู้สึกเบื่อหน่ายและท้อแท้กับชีวิต

 

หลากหลายพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่น ล้วนทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือการที่พวกเขาเริ่มถอยห่างออกจากผู้คน เก็บตัวอยู่คนเดียว และเข้าสังคมน้อยกว่าปกติ หนักเข้าอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย หรือมีการใช้สารเสพติดเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกหดหู่ใจที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

โรคซึมเศร้า

แล้วลูกคุณมี ‘ภาวะซึมเศร้า’ หรือเปล่า?

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วพ่อแม่หลายคนอาจจะคิดว่าลูกของตัวเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปและด่วนตัดสินใจไป เพราะบางทีอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดและรุนแรงของวัยรุ่น ก็เกิดจากแค่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทางที่ดีพ่อแม่ควรหมั่นสังเกตอาการของลูกๆ เริ่มจากพิจารณาพฤติกรรมว่ามีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด แล้วนำไปเปรียบเทียบกับตัวคุณในช่วงวัยรุ่น ว่ามีการแสดงออกทางอารมณ์เช่นเดียวกับลูกของคุณหรือเปล่า โดยข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดของวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า คือมักจะเหม่อลอย เซื่องซึม หงุดหงิด และร้องไห้โดยไร้สาเหตุ ซึ่งสำหรับวัยรุ่นบางคนก็อาจไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าก็ได้ แต่กระทำพฤติกรรมบางอย่างไปเพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ และบางครั้งการเก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใครของพวกเขา ก็เป็นเพราะเขาโตขึ้นและมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้นเอง

พ่อแม่ควรรับมือกับปัญหานี้อย่างไร?

เมื่อลูกย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พ่อแม่ควรเริ่มต้นทำความเข้าใจ พูดคุย ถามไถ่ และรับฟังความคิดเห็นของลูกอยู่เสมอ ในกรณีที่ลูกของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า อาจเริ่มต้นบทสนทนาที่พูดถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขา ให้ลูกได้รับรู้ถึงอาการผิดปกติที่คุณสังเกตเห็น นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความรักและการเอาใจใส่ของคุณแล้ว ยังทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นใจที่พ่อแม่เป็นห่วงพวกเขา และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพร้อมและเต็มใจที่จะรับฟังพวกเขา ภาวะซึมเศร้าอาจดูร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อทุกด้านของชีวิตวัยรุ่น อย่างไรก็ตามก็ยังมีวิธีที่จะรักษาโรคนี้ให้หายได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบจิตบำบัด การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือใช้ยาช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง ทั้งนี้ทั้งนั้นระยะเวลาในการรักษาให้หายขาด ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นภูมิต้านทานชั้นดีที่จะช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นได้ คือการเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก เพิ่มพลังบวกในความคิด และสอนให้พวกเขารู้จักให้อภัยตัวเองและผู้อื่น ถ้าลูกเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปไหน และไม่สุงสิงกับใคร พ่อแม่ก็ควรจะกระตุ้นให้เขาออกไปเจอเพื่อนฝูง หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของที่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมจะช่วยควบคุมความเครียด และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี หรือจะใช้วิธีการรักษาแบบจิตบำบัด ที่จะต้องรักษาควบคู่กับการใช้ยาต้านอาการซึมเศร้า โดยจิตบำบัดนั้นจะช่วยทำให้วัยรุ่นเรียนรู้วิธีการรับมือกับสถานการณ์เคร่งเครียด และหาหนทางจัดการกับอารมณ์ของพวกเขาได้

 

การรักษาและบรรเทาอาการซึมเศร้าอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะอาการซึมเศร้านั้นไม่สามารถหายหรือดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง หากลูกของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ควรรีบพาลูกไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่าผลีผลามใช้ยาต้านอาการซึมเศร้า โดยไม่ได้อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจเข้าแทรกแซงพัฒนาการทางด้านสมองของวัยรุ่นที่ยังเติบโตไม่สมบูรณ์

 

 

 



tags : , , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Teen Depression ‘ภาวะซึมเศร้า’ ในวัยรุ่น เรื่องวุ่นๆ ของคนวัยมันส์