โรคกลัว
 
 
 

PHOBIA เช็กลิสต์
สารพัดโรคกลัว รู้ให้ชัวร์ก่อนเป็น

 

เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต่างมีความกลัวที่ซ่อนอยู่ส่วนลึกภายในจิตใจ ความกลัวจะมีมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่สั่งสมของแต่ละคน ในปัจจุบันการใช้ชีวิตของมนุษย์อยู่ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันจิตใจของมนุษย์ก็ตั้งเงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆ และค่อยๆ ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งประสบการณ์ที่สั่งสมในอดีตและสภาพจิตใจที่ซับซ้อนของมนุษย์นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของหลากหลาย ‘โรคกลัว’ ที่เกิดขึ้นกับมวลมนุษย์

Phobia

ความกลัว กับ โรคกลัว ไม่เหมือนกัน

‘ความกลัว’ นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลก จะพูดว่าเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาก็คงจะไม่ผิด เพราะความกลัวเป็นสภาวะที่มนุษย์คิดว่าสิ่งนั้นไม่ปลอดภัยกับตนเอง จึงเกิดกลไกพื้นฐานในการเอาตัวรอดจากสิ่งที่กลัว ด้วยการหลบหนีหรือหลีกเลี่ยง แต่ ‘โรคกลัว’ หรือ Phobia’ แตกต่างจากความกลัวทั่วไป เพราะโรคกลัวนับเป็นความผิดปกติทางจิตเวชและจัดอยู่ในกลุ่มโรควิตกกังวล ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการกลัวสิ่งของหรือสถานการณ์บางอย่างเกินกว่าปกติ และเป็นความกลัวที่ค่อนข้างจะไม่สมเหตุสมผลเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ผู้ป่วยจะรู้ตัวแต่ก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความกลัวลงได้ เมื่อผู้ป่วยโรคกลัวต้องเผชิญหน้ากับความกลัว พวกเขาจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งดังกล่าว ส่วนด้านร่างกายจะมีการตอบสนองที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอาการหัวใจเต้นแรง เหงื่อออก ตัวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือบางรายอาจจะเป็นลมหมดสติล้มลงไปเลย แม้สาเหตุของโรคกลัวนั้นยังไม่มีการค้นพบที่แน่ชัด แต่จากการสันนิษฐานของจิตแพทย์เชื่อว่าโรคกลัวอาจเกิดจากประสบการณ์เลวร้ายที่มีผลกระทบต่อจิตใจ เกิดจากลักษณะการเลี้ยงดู อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม หรืออาจถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม

โรคกลัวความสูง

สารพัดโรคกลัวที่ไม่ได้ (มั่ว) แต่มีจริง

โรคกลัวความสูง (Acrophobia)

เป็นอีกหนึ่งโรคฮิตที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน บางคนอาจจะไม่ได้ถึงขั้นเป็นโรคกลัวความสูง แต่เมื่อต้องขึ้นลิฟต์แก้ว หรือเล่นเครื่องเล่นผาดโผนในสวนสนุก ก็ทำเอาเสียวท้องและหน้ามืดไปตามๆ กัน แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวความสูงนั้น พวกเขาจะกลัวการที่ต้องขึ้นไปอยู่บนที่สูงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะบันได สะพานลอย หรือแม้แต่ยืนบนเก้าอี้ก็ยังกลัว แต่เมื่อถึงคราวที่จำเป็นต้องเดินขึ้นไปจริงๆ ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตื่นตระหนก ขาสั่น เสียสมาธิ หรือหมดสติไปเลยก็ยังมี โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมตัวเองให้ลงจากบริเวณนั้นได้ ซึ่งสาเหตุของโรคกลัวความสูง สันนิษฐานว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่เคยตกลงมาจากที่สูง และประสบการณ์เลวร้ายนั้นยังคงฝังใจ ส่วนหลายๆ คนที่ไม่ได้เป็นโรคกลัวความสูง แต่ก็มีอาการกลัวทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดหวาดเสียว ในทางวิทยาศาสตร์บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอาการกลัวความสูงเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้มนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ป้องกันตัวเองจากการตกลงมาจากที่สูง

โรคกลัวที่แคบ

โรคกลัวที่แคบ (Stenophobia)

คนที่ชอบห้องเปิดโล่งและโปรดปรานที่จะอยู่ในสถานที่ที่กว้างขวาง ต้องระวังให้ดี เพราะคุณอาจเป็นโรคกลัวที่แคบโดยไม่รู้ตัว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคกลัวที่แคบจะกลัวการอยู่ในพื้นที่จำกัด กลัวว่ากำแพงทั้งสี่ด้านรอบตัวจะเคลือบคลานเข้ามาหา และกลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถหาทางออกได้ โดยจะมีความรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องเดินเข้าอุโมงค์ที่ทึบตัน หรือเมื่อต้องอยู่ในลิฟต์แคบๆ ที่มีผู้คนแน่นเอี๊ยด อาการที่เกิดขึ้นคือจะแน่นหน้าอก ตาลอย เหงื่อแตก และหายใจไม่ออก โดยจิตแพทย์มองว่าผู้ป่วยโรคกลัวที่แคบอาจเคยถูกกักขังในพื้นที่แคบ ซึ่งเมื่อใดที่ตัวเองต้องอยู่ในพื้นที่แคบ จะทำให้ความทรงจำที่เลวร้ายนั้นหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

โรคกลัวกระจก

โรคกลัวกระจก (Catoptrophobia)

อาการหลอนหน้ากระจกที่เคยเห็นกันตามภาพยนตร์ กลับกลายเป็นโรคกลัวกระจกที่มีอยู่จริง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะไม่กล้ามองเข้าไปภายในกระจก กลัวว่าตัวเองจะถูกดูดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง กลัวจะมีบางสิ่งบางอย่างโผล่ออกมาจากกระจก และกลัวสิ่งที่ตัวเองจะเห็นเมื่อจ้องมองกระจกบานนั้น ซึ่งโรคกลัวกระจกนี้อาจเกิดกับผู้ป่วยบางคน ที่ไม่มีความมั่นใจในรูปลักษณ์หน้าตาภายนอกของตน ก็เลยทำให้ไม่อยากส่องกระจกไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยที่กลัวกระจกยังเชื่อว่า เมื่อกระจกแตกจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นตามมา จากอาการกลัวทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงการเดินผ่านหน้ากระจก เมื่อใดที่พวกเขาส่องกระจก จะมีอาการตัวสั่น หายใจติดขัด ซึ่งบางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

โรคกลัวถนน

โรคกลัวถนน (Agyrophobia)

ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวถนนจะรู้สึกหวาดระแวงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับถนนเข้าอย่างจัง ตั้งแต่ถนนในซอยเล็กๆ ทางหลวง หรือแม้แต่สี่แยกถนนใหญ่ โดยผู้ป่วยบางคนไม่สามารถข้ามถนนได้ด้วยตนเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางจิตแพทย์ให้ข้อสันนิษฐานเอาไว้ว่า สาเหตุของโรคนี้อาจเกิดจากการอยู่อาศัยในเมืองที่วุ่นวายและมีการจราจรที่คับคั้งแออัด อาจเคยเห็นเหตุการณ์หรือเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเลวร้ายบนท้องถนน จนทำให้ตัวเองไม่อยากก้าวข้ามถนนคอนกรีตแม้แต่เส้นเดียว

โรคกลัวการมีเพศสัมพันธ์

โรคกลัวการมีเพศสัมพันธ์ (Genophobia)

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนุกสนานและเสพสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีคนอยู่บางกลุ่มที่กลัวการมีเพศสัมพันธ์ แม้กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะไม่มีแฟนเสมอไป พวกเขาสามารถมีความรักได้อย่างคนปกติ แต่เมื่อใดที่จะมีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกวิตกกังวลอย่างรุนแรง และอาจพยายามหลีกเลี่ยงเมื่อตนเองต้องอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งสาเหตุของโรคกลัวการมีเพศสัมพันธ์ในทางการแพทย์มองว่า ผู้ป่วยอาจเคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศมาก่อน ถูกข่มขืนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งทำให้สภาพจิตใจของพวกเขาเกิดการหวาดระแวงเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์

โรคกลัวการเข้าสังคม

โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Phobia)

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปอยู่บ่อยครั้ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสังคมหรืออยู่ต่อหน้าสาธารณชน ผู้ป่วยจะมีความกังวลว่าตนจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าคนอื่น และค่อนข้างวิตกที่จะถูกจ้องมองและเป็นเป้าสายตาของผู้อื่น โดยจะมีอาการประหม่า ไม่สามารถบังคับหรือควบคุมตัวเองได้ ยิ่งเมื่อต้องสนทนาต่อหน้าคนเยอะๆ จะมีเสียงสั่น เหงื่อออก และเนื้อตัวสั่น ในทางจิตเวชมองว่าผู้ป่วยโรคกลัวสังคม อาจเคยมีประสบการณ์ที่แสดงพฤติกรรมต่อหน้าสาธารชนบางอย่าง แล้วเกิดการผิดพลาดขึ้น ทำให้ตนเองอับอายและไม่กล้าอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ

โรคกลัวการอยู่คนเดียว

โรคกลัวการอยู่คนเดียว (Autophobia)

เป็นโรคที่เกิดจากการถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว จนมวลความทุกข์และความวิตกกังวลเข้าครอบงำจิตใจ ผู้ป่วยจึงอยากที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่อยากอยู่คนเดียวตามลำพัง ซึ่งในกรณีที่มีความรักหรือความสัมพันธ์ จะติดแฟนหรือติดเพื่อนจนไม่อยากออกห่าง แต่เมื่อถูกทิ้งหรือจำเป็นต้องเลิกรากัน ก็ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้อาจไม่สามารถควบคุมสติและความรู้สึกของตัวเองได้เลย โดยจะมีอาการกระวนกระวายและวิตกกังวล เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียวและไปไหนมาไหนคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยโรคนี้อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

โรคกลัวการตกหลุมรัก

โรคกลัวการตกหลุมรัก (Philophobia)

อาจฟังดูเหมือนชื่อในซีรีส์เกาหลี แต่โรคกลัวการตกหลุมรักนั้นมีอยู่จริง พื้นฐานของความกลัวเกิดจากการได้รับความรัก หรือการเอาใจใส่ของคนรอบข้าง จนอยู่มาวันหนึ่งคนๆ นั้นได้จากไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่อคนที่เคยได้รับความรักต้องสูญเสียความรักไป ทำให้ผู้ป่วยพยายามปิดกั้นตัวเอง เพราะเบื่อหน่ายที่จะต้องมาเจอเรื่องซ้ำซากเกี่ยวกับความรัก แถมยังสร้างกำแพงที่สูงเสียดฟ้า เพื่อไม่ให้มีผู้ใดผ่านเข้ามาทำให้ตนเสียใจได้อีก โดยคนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะถอยห่างจากความรักทุกประเภท ไม่ชอบเข้าสังคม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และไม่พยายามที่จะทำความรู้จักใคร ซึ่งสาเหตุของโรคนี้มาจากปัญหาทางครอบครัว หรือประสบการณ์เลวร้ายเกี่ยวกับความรัก อาจเคยสูญเสียความรักหรือเคยเจอเหตุการณ์คลุมถุงชน จนถึงให้กลัวการตกหลุมรักและกลัวความรักไปโดยปริยาย

โรคกลัวโทรศัพท์

โรคกลัวโทรศัพท์ (Telephone Phobia)

ถึงแม้ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะติดมือถืองอมแงม เพราะก็มีบางคนที่ป่วยเป็นโรคกลัวโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะไม่ชอบการคุยโทรศัพท์ ไม่ชอบรับโทรศัพท์ ไม่อยากได้ยินเสียงโทรศัพท์หรือข้อความใดๆ แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องคุยโทรศัพท์จริงๆ ก็จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้อย่างอิสระ ซึ่งจะแสดงออกผ่านน้ำเสียงที่สั่นเครือ หรือการพูดติดๆ ขัดๆ โดยผู้ป่วยโรคนี้จะไม่มีการแสดงออกทางภาษากายหรือ Body Language ใดๆ ทั้งนั้น ในทางการแพทย์มองว่าสาเหตุของอาการดังกล่าวเกิดจากประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับโทรศัพท์ เช่น ถูกข่มขู่ ถูกโทรแกล้ง หรือเคยได้รับข่าวร้ายผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้ผู้ป่วยกลัวว่าจะมีคนโทรมาบอกข่าวร้าย หรือกลัวว่าคนที่คุยด้วยในโทรศัพท์จะปลอมตัวมา

การรักษาโรคกลัว

ในทางการแพทย์ไม่ได้มียาประสิทธิภาพสูงที่จะสามารถรักษาโรคกลัวได้ครบทั้ง 100% อาจจะมีเพียงแค่การจ่ายยาระงับความกลัวเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางที่จะช่วยทุเลาความกลัวของผู้ป่วย แต่มีวิธีการรักษายอดนิยมคือ การบำบัดแนว Exposure Therapy หรือ การเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัว โดยผู้ป่วยต้องค่อยๆ เผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวที่น้อยๆ เพื่อให้สามารถปรับพฤติกรรมและวิธีการคิดอย่างเหมาะสม การเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวนับเป็นการฝึกสภาพจิตใจ โดยที่มีเพื่อน คนใกล้ตัว และคนในครอบครัวคอยให้ความช่วยเหลือตลอดจนให้กำลังใจ อย่างไรก็ตามขั้นตอนการรักษาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดด้วย

ถึงแม้โรคกลัวหลายๆ โรค อาจดูเป็นเรื่องตลกและแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ความกลัวก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย ควรหมั่นสอดส่องดูแลคนใกล้ตัวของคุณดีๆ สังเกตว่าเขากลัวสิ่งไหน และหลีกเลี่ยงที่จะกลั่นแกล้งพวกเขาเพียงเพราะความสนุกสนาน ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ชอบและกลัวแตกต่างกัน เราจึงควรที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น เพื่อที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายได้อย่างมีความสุข

 

 

 

 
 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Phobia เช็กลิสต์ สารพัดโรคกลัว รู้ให้ชัวร์ก่อนเป็น