Office Syndrome

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)
โรคสุดฮิต ใกล้ชิดคนทำงาน

บนโลกของการทำงานที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลากหลายบริษัทจะสู้รบกันแบบดุเดือด ซึ่งนั่นส่งผลให้เหล่าพนักงานออฟฟิศต้องทำงานอย่างหนักหน่วงตามมาด้วย เพื่อที่จะสร้างทั้งผลงานและความพึงพอใจให้กับหัวหน้างาน แต่อย่าลืมว่าความอดทนและร่างกายของคนเราก็มีขีดจำกัดเช่นกัน พฤติกรรมการนั่งทำงานที่คุ้นชินของชาวออฟฟิศ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาวได้ ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ที่นั่งท่าเดิมๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากการนั่งนานๆ ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่ำ และไขมันก็จะไปเกาะตัวตามหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดหัวใจอุดตัน หรือบางรายอาจป่วยเป็นโรค 'ออฟฟิศซินโดรม' โรคร้ายตัวชูโรงที่เป็นชนวนความเสี่ยงให้เกิดโรคอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่โรคหัวใจ

ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เกิดจากความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกาย ทั้งระบบฮอร์โมน กระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งระบบนัยน์ตาและการมองเห็น ซึ่งความผิดปกติทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันที่เคลื่อนไหวร่างกายแบบไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ ต่อเนื่องกันมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งยังมีแรงกดดัน ความเครียด การอดอาหาร และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งถือเป็นตัวบ่มเพาะชั้นดีที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม แม้บางคนจะคิดว่าอาการปวดเมื่อยที่คอ หลัง และไหล่ จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรเพิกเฉยและละเลยอาการดังกล่าว เพราะจริงๆ แล้วอาการปวดที่เกิดขึ้น มาจากการทำงานของกระดูก ข้อ เส้นประสาท รวมถึงกล้ามเนื้อที่ทำงานประสานกันอย่างผิดปกติ นานเข้าอาจทำให้อาการปวดร้ายแรงมากขึ้นจนเกิดอาการเกร็ง ถ้าปล่อยเอาไว้จะทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง หรือรุนแรงจนถึงขั้นหมอนรองกระดูกเคลื่อนและกระดูกกดทับเส้นประสาทได้

 

“ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” ประโยคที่ว่านี้เป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน แต่บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ โดยที่ไม่ดูแลสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างสุขภาพแล้ววันนี้คุณใส่ใจกับสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมา มากน้อยเพียงใด?

5 สัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรม

อาการมือชาและนิ้วมือแข็งตึง - จะมีอาการเจ็บปวดแปลบๆ บริเวณข้อมือ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือจับเม้าส์ในท่าทางเดิมๆ มากเกินไป เมื่อกล้ามเนื้อนิ้วมือที่ทำงานหนักเกิดการอักเสบและบวมจนไปกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมืออาจทำให้เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบและเกิดอาการนิ้วล็อคตามมาได้ เนื่องจากปลอกหุ้มเอ็นตรงนิ้วที่อักเสบหนาตัวขึ้น ส่งผลให้นิ้วไม่สามารถยืดและงอได้อย่างอิสระ

อาการปวดหัว - อีกหนึ่งสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรม ที่เกิดขึ้นจากความเครียดในการทำงานและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนขึ้นมาทดแทนได้ทันท่วงที และนำมาสู่อาการปวดหัวที่หนักมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

อาการปวดบริเวณหลัง - จากการนั่งทำงานท่าทางเดิมๆ โดยไม่ได้ลุกไปไหน บวกกับสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้มีอาการเมื่อยล้า ยิ่งใครที่ชอบนั่งทำงานหลังค่อม กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอและกระดูกสะบักจะเกิดการเมื่อยเกร็ง ทำให้กระบังลมไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มที่ และสมองก็ได้รับออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ที่ชอบนั่งห่อไหล่มากๆ กล้ามเนื้อบริเวณหลังอาจอักเสบเรื้อรังและนำไปสู่การเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้อย่างง่ายดาย

อาการปวดแสบอวัยวะเพศ - แน่นอนว่าการอั้นปัสสาวะนานๆ คงเป็นเรื่องปกติของชาวออฟฟิศ ไหนจะงานที่ต้องส่ง ไหนจะงานที่ต้องแก้ เรียกได้ว่าแทบไม่มีเวลาที่จะลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว สำหรับใครที่ชอบอั้นปัสสาวะนานๆ ระวังจะปัสสาวะไม่ออก และเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบตามมาได้

สายตาพร่ามัว - สัญญาณเตือนสุดท้ายของโรคออฟฟิศซินโดรมที่เกิดจากการใช้สายตาโดยไม่ได้หยุกพัก ยิ่งถ้าเจอแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนก็ยิ่งทำร้ายดวงตาเข้าไปอีก ถ้าจดจ่ออยู่กับหน้าจอนานๆ จะทำให้เยื่อบุนัยน์ตาเสื่อมสภาพและเป็นป่วยโรคต้อหินในอนาคตได้

Modena

ด้วยการทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน เราจะสามารถป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมได้หรือเปล่า?


แม้โรคออฟฟิศซินโดรมอาจทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้อีกมากมาย แต่ในปัจจุบันก็มีวิธีที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ทั้งวิธีการรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู การทำกายภาพบำบัด การยืดเส้นยืดสาย หรือการปรับอิริยาบถให้ถูกต้อง แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น และไม่ต้องการเสียเวลาไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล โรคออฟฟิศซินโดรมก็สามารถป้องกัน ก่อนที่อาการไม่พึงประสงค์จะเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณได้ เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่ทำงาน

  • ปรับสภาพแวดล้อมและเครื่องมือในการทำงานให้เหมาะสม จัดแสงไฟให้พอเหมาะเพื่อให้ความสว่างที่เพียงพอ ปรับความสูงของเก้าอี้และพนักพิงให้นั่งสบาย ควรให้หลังชิดกับขอบเก้าอี้ด้านใน นั่งหลังตรงและไม่ห่อไหล่
  • หากใช้คอมพิวเตอร์ควรปรับหน้าจอให้อยู่บริเวณกึ่งกลางของระดับสายตา ส่วนคีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับเดียวกันกับข้อศอก เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวแขนและข้อมือได้อย่างเต็มที่
  • ควรกระพริบตาบ่อยๆ และพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 10 นาที ปรับเปลี่ยนท่าทางในระหว่างการทำงานทุกๆ 20 นาที ลุก เดิน หรือเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุกๆ 1-2 ชั่วโมง
  • สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมภายในที่ทำงาน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะบรรยากาศภายในห้องที่ไม่ปลอดโปร่ง หรืออากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวกนั้น มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและอาจทำให้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้


ควรพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี และห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย

เก้าอี้สำนักงาน

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้บริหาร ก็ควรจะเลือกเก้าอี้สำนักงานที่เหมาะสมและตอบรับกับสรีระร่างกาย นอกจากจะต้องมีดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย และดูเรียบหรู ยังจะต้องตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันการใช้สอยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างเก้าอี้สำนักงานของ Modena Furniture ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระ สุขภาพ และความสะดวกสบายของผู้ใช้ชาวเอเชียโดยเฉพาะ มีโช๊คนุ่มสามารถปรับระดับความสูงของเก้าอี้และพนักพิงได้อย่างอิสระ พร้อมรองรับศีรษะและช่วยผ่อนคลายต้นคอ และด้วยเทคโนโลยี Pocket Spring ที่กระจายน้ำหนักไปทั่วตัวเก้าอี้ จะช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งท่าเดิมๆ เป็นระยะเวลานาน ทั้งยังผลิตจากวัสดุคุณภาพที่แข็งแรงทนทาน ไม่เพียงแต่จะเสริมบุคลิกภาพของผู้ใช้งาน แต่ยังเหมาะสมกับทุกๆ สภาพแวดล้อม ทั้งพื้นไม้ พื้นหินอ่อน หรือแม้แต่พื้นพรม

 

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายนอกจากจะบั่นทอนคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย อย่าให้อาการปวดเมื่อยมาสร้างความหงุดหงิดและน่ารำคาญใจให้กับชีวิตประจำวันของคุณ เริ่มต้นดูแลตัวเองวันนี้จะได้มีสุขภาพที่ดีและร่างกายแข็งแรง ได้เที่ยว กิน และใช้ชีวิตอยู่กับคนที่คุณรักไปนานๆ

 

 

 

ที่มา:
https://www.bumrungrad.com/th/rehabilitation-clinic-sathorn/conditions/office-syndromes
http://www.thaihealth.or.th/Content/27349-สัญญาณเสี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรม.html
http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=345:q-q-&catid=50:-m---m-s&Itemid=204



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) โรคสุดฮิต ใกล้ชิดคนทำงาน