ปลูกต้นไม้

NATURAL THERAPY
ปลูกต้นไม้บำบัด ทางเลือกใหม่เพื่อชีวิต ECO

มหานครอย่าง ‘กรุงเทพฯ’ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นศูนย์รวมของมลพิษทางอากาศ เพราะจำนวนรถยนต์บนท้องถนนที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเพิ่มปริมาณก๊าซพิษให้ถูกปล่อยออกมาเป็นทวีคูณ ผู้คนจึงหันมานิยม ‘การปลูกต้นไม้บำบัด’ เพราะนอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้ว ยังฟื้นฟูสภาพจิตใจของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

 

ในปัจจุบันที่โลกเติบโตและพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ มีผู้คนจอแจและทำงานกันอย่างแข็งขัน ด้วยหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีโอกาสและกำลังทรัพย์มากพอ ที่จะซื้อรถยนต์สักคันมาขับแล่นบนถนน บวกกับระบบการขนส่งที่ไม่อาจเอื้อต่อความสะดวกสบายเทียบเท่ารถยนต์ส่วนตัว การซื้อรถยนต์จึงเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับพวกเขา ขณะที่การจราจรเองก็ไม่ได้ราบรื่นและเป็นระบบเท่าที่ควร จนบางครั้งก็ดูเหมือนจะเข้าขั้นวิกฤตซะด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังแห่ซื้อรถยนต์ เพื่อมาขับติดแหงกบนถนนอยู่ดี นอกจากจะทำให้การจราจรแย่ลงไปกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมลพิษในอากาศ และเพิ่มภาระให้กับร่างกายตัวเองอีกด้วย

 

จากสถิติพบว่ามีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากมลพิษในอากาศ เฉลี่ยปีละ 2,400,000 คน และประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากมลพิษ มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งหมด

Air Pollution

‘มลพิษ’ ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของมนุษย์อย่างมาก เพราะเมื่อเราหายใจเอาสารพิษในอากาศเข้าสู่ร่างกาย ปอด หัวใจ และอวัยวะอื่นๆ ภายใน ต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว

 

สาเหตุของมลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศ หรือ Air Pollution เป็นสภาวะหนึ่งของอากาศที่มีการเจือปนจากสารพิษ นอกจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติอย่างภูเขาไฟระเบิดหรือไฟป่า ที่เป็นตัวสร้างมลพิษแล้ว มนุษย์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้มลพิษทางอากาศทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งบ้านเมืองมีความเจริญมากขึ้น หลากหลายธุรกิจที่กำลังไปได้สวย ก็ระดมทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมที่ว่านี้เอง ที่เป็นตัวปล่อยฝุ่นละอองและควันพิษมากมายมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แถมยังมีการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดควันเสีย ไม่ว่าจะท่อรถยนต์ รถเมล์ หรือแม้แต่รถจักรยานยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น

มลพิษทางอากาศส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ  

มลพิษทางอากาศที่พบมากที่สุดในชีวิตประจำวัน คือควันจากท่อไอเสียของรถ ซึ่งมีหลากหลายก๊าซพิษเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) เมื่อร่างกายสูดก๊าซนี้เข้าไป เบื้องต้นจะทำให้เกิดอาการมึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ อ่อนเพลีย อาจเป็นลมและหมดสติลงได้ ถ้าหากร่างกายสูดดมก๊าซนี้เข้าไปลึกๆ สารพิษที่ถูกสะสมจะทำให้ร่างกายได้รับ ออกซิเจน (Oxygen) ไม่เพียงพอ ยิ่งถ้าเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย อาจทำให้เสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้อีกด้วย ผู้ที่ใช้ชีวิตประจำวันโดยที่ต้องสูดดมก๊าซนี้อย่างสม่ำเสมอ อาจมีอาการรุนแรงจนลิ้นไก่เกร็งและหด ปิดทางเดินหายใจ และเสียชีวิตลงได้ในที่สุด


เพื่อสุขภาพที่ดี
การออกกำลังกายจะช่วยได้ไหม?

 

อย่างที่รู้กันดีว่าการออกกำลังกายให้ผลดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าออกกำลังกายถูกเวลาผิดสถานที่ แทนที่เราจะสุขภาพดีและมีร่างกายแข็งแรง ก็อาจทำให้ได้รับสุขภาพย่ำแย่มาแทน เพราะเมื่อออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรจะเพิ่มสูงขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือหัวใจจะเต้นเร็วกว่าเดิม ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยและต้องการอากาศมากขึ้นอีก จมูกจึงสูดลมหายใจเข้าแบบเร็วและลึกกว่าปกติ หรือบางคนอาจจะใช้ปากหายใจแทน แต่การใช้ปากหายใจจะทำให้เชื้อโรคและฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีขนจมูกมาคอยดักจับและกรองอากาศ ยิ่งถ้าออกกำลังกายในสถานที่ที่มีมลพิษมาก ถึงแม้จะได้เหงื่อ แต่ก็คงไม่คุ้มค่ากับสุขภาพที่ต้องเสียไปอย่างแน่นอน

 

เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราจึงไม่สามารถไปหยุดยั้งโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ห้ามไม่ให้คนใช้รถใช้ถนนได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหามลพิษในอากาศให้ทุเลาลงได้ คือการปลูกต้นไม้บำบัด

นอกจากการให้ร่มเงา ต้นไม้ทำอะไรได้อีก?

ในศตวรรษที่ 19 มีการพิสูจน์แล้วว่าการปลูกต้นไม้นั้นมีประโยชน์ และสามารถบำบัดสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ ทั้งยังมีการทดลองปลูกต้นไม้บำบัดในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หวังจะช่วยรักษาอาการป่วยของเหล่าทหารผ่านศึกหลังสงคราม จากการทดลองทำให้ทราบว่า ต้นไม้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และปรับปรุงร่างกายให้สมดุล จากนั้นไม่นานการปลูกต้นไม้บำบัดก็ถูกนำมาวิจัยและพัฒนาต่อ จนเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง 

 

มีอีกหลากหลายงานวิจัยที่ยืนยันว่า ‘พืช’ มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในด้านของความจำ สติปัญญา ทักษะภาษา หรือแม้แต่การเข้าสังคม ในศูนย์กักกันเยาวชนบางแห่งก็มีการทดลองปลูกต้นไม้บำบัด และผลลัพธ์ของมันก็เป็นไปตามคาด ร่มเงาของต้นไม้ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติ ช่วยลดความเครียดของเด็กๆ ได้จริง ทำให้จิตใจผ่อนคลาย และยังช่วยจัดการปัญหาทางด้านอารมณ์ได้ดีอีกด้วย

Horticultural Therapy

Horticultural Therapy

จากความร่วมมือของนักออกแบบภูมิทัศน์และนักบำบัดโรค พวกเขาได้สร้างสรรค์พื้นที่ที่เรียกว่า สวนบำบัด หรือ Horticultural Therapy เพื่อให้มนุษย์และผู้ป่วยได้มีปฏิสัมพันธ์กับองค์ประกอบของธรรมชาติ จึงไม่แปลก ถ้าตามโรงพยาบาลเฉพาะโรคทางจิตเวชนิยมปลูกต้นไม้บำบัด เพราะสีเขียวจากใบไม้ ไม่เพียงแต่ช่วยระงับความตื่นเต้นและอารมณ์หงุดหงิดเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสมดุลด้านสภาพจิตใจของผู้ป่วยทางจิตได้เป็นอย่างดี ต้นไม้สีเขียวจะทำให้พวกเขาหายเหนื่อย ทุเลาอาการกลัว หวาดระแวง และยังช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากโรงพยาบาลเฉพาะโรคทางจิตเวชแล้ว โรงพยาบาลหลายแห่งก็มีการสร้างสวนบำบัดเพื่อผู้ป่วยด้วยเช่นกัน โดยการออกแบบต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของธรรมชาติ จัดสวนให้มีร่มเงาและแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาอย่างพอเหมาะ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดตั้งแต่ผืนดินไปจนถึงต้นไม้สูง ต้องมีสีสันที่ผสมกันอย่างลงตัว อาจจะหาดอกไม้สีขาวหรือน้ำเงินมาตกแต่ง เพราะสองสีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความเครียดลง ยิ่งถ้าพิถีพิถันในการออกแบบและตกแต่ง จนได้สวนบำบัดที่สมบูรณ์และมีคุณภาพแล้วละก็ พลังแห่งธรรมชาตินี้จะช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

ในปัจจุบันการปลูกต้นไม้บำบัด ได้กลายเป็นเทคโนโลยีเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสุขภาพร่างกายของมนุษย์ โดยที่มวลมนุษย์อาจไม่รู้ตัว

ปลูกต้นไม้บำบัด

การปลูกต้นไม้บำบัด (Phytoremediation)

เป็นเทคโนโลยีการบำบัดทางชีวภาพ หรือ Biological Treatment ซึ่งเป็นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยใช้ความสามารถตามธรรมชาติของพืช จากแนวคิด “Nature to cleanse nature” หรือ “ธรรมชาติเพื่อความสะอาดของธรรมชาติ” ทุกกระบวนการในการบำบัดจึงทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการนำพืชไปพัฒนาและปรับแต่งพันธุกรรม จนได้พืชที่สามารถจัดการกับมลพิษในสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ขั้นตอนและกระบวนการดูดซับของพืชเกิดจากกรรมวิธีคายน้ำ โดยที่ ‘ราก’ จะมีกลไกในการดูดซับน้ำและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต แต่มลพิษที่อยู่ในอากาศหรือรอบๆ ต้นไม้ พวกมันก็ดูดซึมลงสู่ดินและจุลินทรีย์ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็เปลี่ยนสารพิษเหล่านั้นให้กลายมาเป็นอาหาร เนื่องจากพืชมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ การปลูกต้นไม้บำบัดโดยใช้พืชชำระล้าง จะทำให้สิ่งสกปรกในดิน น้ำ และอากาศย่อยสลายไปตามธรรมชาติ   

 

ต้นไม้ดูดสารพิษมีอะไรบ้าง?

ลิ้นมังกร

ลิ้นมังกร (Snake Plant)

ว่านหางจรเข้

ว่านหางจรเข้ (Aloe Vera)

เฟิร์นก้างปลา

เฟิร์นก้างปลา หรือ เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern)

ยางอินเดีย

ยางอินเดีย (Rubber Plant)

เศรษฐีเรือนนอก

เศรษฐีเรือนนอก (Spider Plant)

 

 

เพราะการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เป็นได้ยากที่เราจะหลบเลี่ยงปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อไม่มีนวัตกรรมรถยนต์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขมลพิษทางอากาศได้ ‘การปลูกต้นไม้’ ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ตราบเท่าที่มนุษย์ยังต้องหายใจ เราควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ เพื่อโลก เพื่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อสุขภาพร่างกายของตัวคุณเอง

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Natural Therapy ปลูกต้นไม้บำบัด ทางเลือกใหม่เพื่อชีวิต ECO