การปรับสมดุลร่างกาย

มารู้จัก การปรับสมดุลร่างกาย
เทรนด์การดูแลสุขภาพแนวใหม่กันเถอะ

ปกติร่างกายของเราสามารถขับสารพิษออกมาได้หลายทาง ทั้งเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ เป็นวิธีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกาย แต่ปัญหาก็คือปริมาณสารพิษที่ร่างกายขับออกมานั้นน้อยเกินไปต่อจำนวนสารพิษที่ร่างกายได้รับเข้ามา เมื่อมีสารพิษสะสมอยู่ในร่างกายมากๆ จะส่งผลให้สมดุลของร่างกายพังไม่เป็นท่า ร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย

ในยุคที่คนส่วนใหญ่เริ่มใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลายคนก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องการปรับสมดุลร่างกาย เนื่องจากเป็นวิธีดูแลสุขภาพแบบใหม่ที่ง่าย บางวิธีสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไปทำการรู้จัก การปรับสมดุลร่างกาย เทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพในยุคนี้กัน!

การปรับสมดุลร่างกาย คืออะไร?

เมื่อรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย อาจเป็นสัญญาณเตือนของสมดุลในร่างกายที่ผิดปกติ นั่นแปลว่าคุณควรกลับมาห่วงสุขภาพตัวเองได้แล้ว การปรับสมดุลร่างกาย คือการรักษาสภาพแวดล้อมในร่างกายให้คงที่โดยการขับสารพิษหรือที่เรียกกันว่า การล้างพิษ (Detoxification) ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกมา ซึ่งจะมีสารพิษอยู่ 2 ชนิดที่มนุษย์เรายากจะหลีกเลี่ยงมากที่สุดนั่นคือ

1.สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมีที่ปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก สารเคมีจากยาฆ่าแมลง สารเคมีจากภาชนะในพลาสติกหรือภาชนะต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

2.สารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย อาหารที่เราทานอยู่ทุกวันนี้เมื่อเข้าสู่ระบบการเผาผลาญของร่างกายเพื่อนำไปใช้ในส่วนต่างๆ และส่วนที่กลายเป็นสารพิษจากกระบวนการย่อยสลายภายในร่างกาย

Detox

การปรับสมดุลร่างกาย ดีอย่างไร?

การปรับสมดุลร่างกายจะทำให้ระบบหรือกลไกต่างๆ ในร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติหรือดีขึ้นกว่าเดิม เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายนั้นสำคัญไม่แพ้กัน เมื่อร่างกายกลับมามีสมดุลปกติ ร่างกายของคุณจะแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยง่าย และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงน้อยลงกว่าเดิม อีกทั้งการปรับสมดุลร่างกายยังเป็นการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ทำง่าย รวดเร็ว ไม่เป็นอันตราย

*Tips เคล็ดลับวิธีการปรับสมดุลร่างกาย
หรือ การดีท็อกซ์ (
Detox)


การล้างพิษมีหลักง่ายๆ คือการพยายามไม่รับเอาสารพิษใหม่เข้าร่างกาย โดยเลือกรับอาหาร น้ำ และอากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อขจัดพิษเก่าที่สะสมในร่างกายให้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านหรือทำโดยมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ด้วย เช่น

การสวนล้างสำไส้ เป็นการกำจัดกากใยอาหารที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ เป็นของเสียที่มีสารพิษตกค้าง อันเป็นต้นเหตุของอาการเจ็บป่วยต่างๆ อีกทั้งยังกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การสวนล้างสำใส้ไม่เหมาะกับผู้ที่เคยป่วยเป็นมะเร็ง เคยมีการอักเสบ มีการตัดต่อลำไส้ หรือผู้ที่เคยป่วยเป็นริดสีดวงทวาร เพราะเสี่ยงว่าอาจมีเลือดออกเพิ่มขึ้น

การสวนล้างลำไส้ทำได้ 2 วิธีก็คือ วิธีแรกคือการดีท็อกซ์ระดับล่าง (Low Enema) เป็นการสวนล้างลำไส้ในช่วง 30 ซม. สุดท้ายของลำไส้ โดยใช้น้ำอุ่น 1 - 1.5 ลิตร ผสมกาแฟหรือสมุนไพร ซึ่งวิธีที่นิยมมากที่สุดคือการใช้กาแฟ การดีท็อกซ์ระดับล่างมีทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านหรือทำที่โรงพยาบาลก็ได้ ส่วนวิธีที่สองคือดีท็อกซ์ระดับบน (High Colon Cleansing) เป็นการล้างทั่วทั้งลำไส้ตลอดความยาว 150 ซม. ใช้น้ำอุ่นประมาณ 25 ลิตร วิธีนี้จะทำโดยมีแพทย์อยู่ด้วย

การล้างพิษตับ เหมาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง ปาร์ตี้หนักหน่วง รวมถึงคนที่ทานอาหารไม่ถูกหลักอนามัย เพราะมันคืออวัยวะที่กรองสารพิษจากอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาและวิตามินต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ตับต้องทำงานอย่างหนัก การล้างพิษตับจะช่วยให้ตับแข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น ล้างพิษตับสามารถทำได้โดยกับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือทำในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ คือ

  • เลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายต่อตับ เช่น อาหารแปรรูป ใส่สารถนอมอาหาร คอเลสเตอรอลสูง
  • งดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน แต่หันไปดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ แทน
  • เพิ่มน้ำเลม่อนในมื้ออาหาร จะช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตน้ำดีไปขับสารพิษออก
  • ทานผัก ผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพตับที่ดี
  • การอดอาหารด้วยน้ำผักผลไม้ วิธีนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
  • ทานอาหารเสริมที่มาจากสมุนไพร เช่น รากโกโบ และรากแดนดิไลออน จะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

การดีท็อกซ์ผิว ดีท็อกซ์ผิวคือการล้างหรือขจัดสารพิษภายในออกทางผิวหนัง ช่วยให้อาการผื่นแพ้ สิวเรื้อรัง ความเหี่ยวย่น ความหมองคล้ำก่อนวัยดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลให้ผิว กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังดีกว่าเดิม ทำให้สามารถดูดซึมสารอาหารและสารบำรุงต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ผิวมีความเปล่งปลั่ง ใสมีออร่า การดีท็อกซ์ผิวสามารถทำได้ง่ายและหลายวิธีเช่น

  • ไข่ขาวพอกหน้า การพอกไข่ขาวดิบๆ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โปรตีนในไข่ขาวจะช่วยดูดซึมสารเคมีทีตกค้างบนใบหน้าได้
  • การสครับผิว เป็นวิธืดีท็อกซ์ผิวที่ดีอย่างหนึ่ง การสครับทั้งผิวหน้าและตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดไปพร้อมกับเซลล์เก่า

ออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ 2 สิ่งนี้เป็นการดีท็อกซ์ผิวจากภายในที่ดีที่สุด เพราะเพียงแค่การดูแลจากภายนอกแต่ไม่ดูแลภายใน สิ่งที่ทำไปก็เหมือนจะไร้ประโยชน์ ดื่มน้ำให้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ ดูแลทั้งภายนอกและภายใน รับรองว่าผิวใสแน่นอน

การดีท็อกซ์เลือด หากมีสารพิษตกค้างในกระแสเลือด หรือส่วนเกินอื่นๆ เช่น ไขมันหรือโปรตีนที่ดูดซึมไม่หมด อาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา  การขับสารพิษหรือการดีท็อกซ์เลือดจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะช่วยให้หลอดเลือดสะอาด เลือดไหลเวียนดีขึ้น และนำพาออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะในร่างกายได้ดีขึ้น สามารถทำได้โดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะหรือทำด้วยตัวเองในชีวิตประจำวันอย่างการใช้สมุนไพรมาช่วย เช่น

  • ใบย่านางสมุนไพรมีฤทธิ์เย็น ใช้ล้างพิษได้เป็นอย่างดี สามารถคั้นเป็นน้ำดื่มได้เลย หรือจะชงเป็นชาดื่มเป็นประจำก็ยิ่งดี
  • หัวหอมช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดี ช่วยทำความสะอาดเลือด ขับสารพิษในเลือดได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน
  • สมอไทยเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการล้างพิษในเลือด นอกจากนี้ยังทานเป็นยาระบายอ่อนๆ ได้อีกด้วย
  • มะนาวการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าทุกเช้าเป็นประจำจะช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในกระแสเลือด
  • ผักหวานบ้านหากจะใช้ในการล้างพิษในเลือดให้นึกถึงผักหวานบ้านเป็นอันดับแรก
  • แตงโม มีส่วนช่วยในการขับพิษออกทางปัสสาวะ เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยฟอกล้างเอาสารพิษตกค้างออกจากเลือดได้ดี แถมยังช่วยเรื่องความดันโลหิตและเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย

 

นอกจากนี้ยังมีการปรับสมดุลร่างกายได้อีกหลายวิธี ทั้งการฝังเข็มของศาสตร์จีน การปรับสมดุลตามนาฬิกา การปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายและอีกมากมาย ลองเช็กสุขภาพตัวเองดูหน่อยว่าควรจะปรับสมดุลร่างกายแบบไหน และอย่าลืมศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและปรึกษาแพทย์ในบางวิธีก่อนทำด้วยล่ะ

 

 

 



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD มารู้จัก ‘การปรับสมดุลร่างกาย’ เทรนด์การดูแลสุขภาพแนวใหม่กันเถอะ