Aggretsuko

AGGRETSUKO
ซีรีส์สะท้อนสังคมแนวดิ่งและสุขภาพจิต
ของผู้หญิงญี่ปุ่น

ใครจะไปคิดว่าการหาการ์ตูนดูใน Netflix เพื่อหวังคลายเครียดจากงานที่เหน็ดเหนื่อย จะทำให้เห็นภาพสะท้อนชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อดูจบแล้วทำให้อยากลุกขึ้นมาปฏิรูประบบการทำงานของตัวเองโดยด่วน เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้ดีขึ้นกว่าเดิม

Aggretsuko การ์ตูนลายเส้นน่ารักจากค่าย Sanrio ที่มีเจ้าแพนด้าแดงชื่อว่า ‘เร็ทสึโกะ’ เป็นตัวดำเนินเรื่อง คอยสะท้อนชีวิตพนักงานออฟฟิศของประเทศญี่ปุ่น และพนักงานออฟฟิศทั่วไปได้เป็นอย่างดี ลองจินตนาถึงสถานการณ์ที่มีทั้งเจ้านายจอมกดขี่และดูถูกผู้หญิงอย่างไม่เท่าเทียม หัวหน้าที่โยนงานมาให้จนต้องกลับบ้านดึกดื่น หรือเพื่อนร่วมงานขี้เมาท์ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากมนุษย์ออฟฟิศหลายคนจะตกอยู่ในสภาวะ สุขภาพจิตเสีย’  ซึ่งส่งผลกระทบให้ตารางชีวิตพังลงอย่างไม่เป็นท่า

มนุษย์เงินเดือน

สังคมแห่งการทำงาน (แบบฮาร์คอร์)
ในประเทศญี่ปุ่น

“ฉันล่ะสุดจะทนกับพวกผู้หญิง”  นี่คือหนึ่งในคำพูดที่ออกมาจากปาก ผอ.ตัน ตัวละครผู้เป็นหัวหน้าของเร็ทสึโกะ ซึ่งได้กลายเป็นนัยยะที่กำลังบอกสังคมถึงสภาวะที่หัวหน้ากำลังกดขี่ลูกน้องและกดขี่ทางเพศ ทั้งจากคำพูดและการกระทำได้เป็นอย่างดี

ในประเทศญี่ปุ่นระบบสังคมการทำงานจะมีลักษณะเป็นแนวดิ่ง ไล่ลำดับจากบนลงล่าง ผู้ที่อายุน้อยกว่าจะต้องเคารพ อ่อนน้อมกับผู้อาวุโส ซึ่งถ้าหากเจอผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดี มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายก็จำต้องเผชิญกับการข่มเหงรังแกในที่ทำงาน รวมไปถึงการถูกใช้งานล่วงเวลาเกินความจำเป็นจนทำให้เครียดสะสม

ส่วนปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ จากผลสำรวจต่างๆ โดยรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นพบว่า พนักงานออฟฟิศผู้หญิงมักจะถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศ ถึง 1 ใน 3 และถ้าพนักงานหญิงเหล่านั้น เกิด ‘เรียกร้อง’ สิทธิ์ของตัวเองขึ้นมา ก็จะโดนลดเงินเดือน ปรับตำแหน่งลงหรือแม้แต่โดนกระทำการคุกคามมากกว่าเดิมอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับผู้หญิงที่มีครรภ์ส่วนใหญ่แล้วหลังลาคลอด บริษัทในญี่ปุ่นมักจะลดตำแหน่งและถูกหักเงินเดือน ซึ่งหากใครทนไม่ไหวก็จำเป็นต้องลาออกเพื่อไปเป็นแม่บ้านอย่างจำใจ

ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์เงินเดือนหญิงของประเทศญี่ปุ่นต้องประสบกับปัญหาสุขภาพจิตอยู่ไม่น้อย การลาออกเพื่อไปเป็นแม่บ้านอย่างสมบูรณ์แบบจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนสนใจ มากกว่าต้องมานั่งเผชิญกับสารพัดเรื่องปวดหัวในสังคมออฟฟิศ

นอกจากนั้นในด้านสุขภาพกาย ก็เป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เนื่องจากมีมนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นที่ ‘ทำงานหนักจนเสียชีวิต’ เพราะความเครียดสะสม รวมถึงปัญหาสุขภาพจากโรคต่างๆ อย่างโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งมนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นถึง 1 ใน 5 กำลังเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการทำงานหนักเช่นนี้ โดยบทสรุปที่เลวร้ายที่สุดคือขั้นเครียดสะสมจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย!

ถึงแม้ Aggretsuko จะไม่ได้ขีดเส้นชีวิตของสาวออฟฟิศอย่างเร็ทสึโกะ ให้เดินทางไปจนถึงบทสรุปที่ร้ายแรงขนาดนั้น แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เส้นทางชีวิตของแพนด้าสาวตัวนี้ จะต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากบรรยากาศในที่ทำงาน จนไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่น่ารักสดใสตามแบบฉบับของ Sanrio ในความทรงจำของใครหลายคน

ใช่แล้ว! เพราะเร็ทสึโกะคือตัวแทนของสาวออฟฟิศที่อดหลับอดนอน มีกองงานสูงเสียดเพดาน แถมยังถูกใช้งานล่วงเวลาจนไม่มีชีวิตส่วนตัว นอกจากผลกระทบที่เผยให้เห็นผ่านใบหน้าที่อิดโรยของเจ้าแพนด้าสู้ชีวิตตัวนี้แล้ว ในด้านของการกระทำ เร็ทสึโกะมีวิธีการระบายความเครียด รวมถึงวิธีกอบกู้สุขภาพจิตที่เสียไปในแต่ละวัน ด้วยการร้องเพลง Heavy Metal อย่างเกรี้ยวกราดในห้องคาราโอเกะลับ พร้อมกับดื่มเบียร์แทบทุกวัน

มองย้อน ‘ชีวิตและสุขภาพ’
ของพนักงานออฟฟิศนอกจอ

วิถีชีวิตที่เร่งรีบของสังคมเมืองในบ้านเรา คงกลายเป็นภาพที่ชินตาของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่ต้องตื่นเช้ามาฟันฝ่ากับการคมนาคมจนทำให้เช้าที่แสนสดใสของหลายคนพังทลาย นี่ยังไม่รวมถึงสภาพสังคมในที่ทำงาน ซึ่งแทบจะบั่นทอนสุนทรียะในชีวิตจนหมดสิ้น และศัตรูตัวฉกาจของพนักงานเงินเดือนที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ นั่นก็คือการตอบอีเมลที่ส่งผลให้สุขภาพจิตย่ำแย่ลงอย่างมาก


สอดคล้องกับผลวิจัยจาก Lehigh University, Virginia Tech และ Colorado State University ที่ได้สร้างแบบสอบถามสำรวจการใช้เวลาในการตอบอีเมลกับระดับความบั่นทอนจิตใจ และระดับความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องทำงานนอกเวลา จากบททดลองให้พนักงานออฟฟิศตอบอีเมลจริง เมื่อผู้เข้าร่วมใช้เวลาตอบอีเมลเป็นชั่วโมง จะเริ่มแสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อย เครียดไม่หยุดแม้ว่าจะเลิกตอบอีเมลไปแล้ว

ส่วนการทำงานจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ยังส่งผลกระทบถึงชีวิตรักได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากคุณเป็นคนบ้างานที่ยังโสดเช่นเดียวกับเร็ทสึโกะ หรือแม้จะมีคนรักแต่ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ก็อาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่หวังนัก อ้างอิงจากผลวิจัยที่กล่าวว่า การทำงานภายใต้ความเครียดและความกดดันอยู่ตลอดเวลา จะส่งผลในแง่ลบต่อความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ รอบตัวนอกที่ทำงาน โดยปัญหาดังกล่าวจะพบในผู้หญิง 61% และผู้ชาย 79% ด้วยกัน

การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้กำลังสร้างค่านิยมเพื่อต่อต้านสถานะของการเป็นสาวออฟฟิศอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันกำลังทำหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางเพื่อเล่าเรื่อง และตีแผ่อีกด้านหนึ่งของชีวิตมนุษย์เงินเดือนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ความคาดหวังที่แท้จริงของทีมสร้างอาจจะเป็น การอยากเป็นกระบอกเสียงที่ส่งไปถึงคุณเจ้านายจอมโหดว่า การทำงานโดยใช้เพียงแต่อำนาจสั่งการอย่างเดียว มันสร้างผลกระทบต่อคนในปกครองมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวมนุษย์ออฟฟิศเอง ก็จะได้เรียนรู้ถึงทางออกเพื่อไม่ให้พาตัวเองเข้าไปสู่การทำงานแบบไร้ชีวิตเฉกเช่นที่เร็ทสึโกะต้องเผชิญ

ซึ่งจริงๆ แล้วทางออกมันอยู่ใกล้แค่เอื้อม ลองเปลี่ยนมุมมองจากด้านลบเป็นด้านบวก เพื่อสุขภาพใจที่แจ่มใสของตัวเอง

...ยังดีที่เรายัง มีงานทำ ไม่ต้องนั่งกังวลเรื่องตกงาน

…ในบริษัทยังมี ‘เพื่อนร่วมงานที่ดี’ ช่วยเราแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ทุกโปรเจ็กต์ แล้วยังทำให้เราได้ยิ้ม หัวเราะ มีความสุข แม้เลิกงานไปแล้ว



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Aggretsuko ซีรีส์สะท้อนสังคมแนวดิ่งและสุขภาพจิตของผู้หญิงญี่ปุ่น