โรคภูมิแพ้

รู้ทัน ‘โรคภูมิแพ้’
ถึงวันนี้อ่อนแอ พรุ่งนี้ก็ชนะได้

แท้จริงแล้วอาการคันจมูก จาม มีน้ำมูกไหล และมีผื่นขึ้นตามร่างกาย อาจไม่ได้มาจากสาเหตุที่ว่า เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เพียงอย่างเดียว เนื่องจากรอบตัวของคุณนั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งเรียกว่า ไรฝุ่น แม้มันจะตัวเล็กกว่าเราหลายต่อหลายเท่า แต่ความร้ายกาจของมันกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของการป่วยเป็น โรคภูมิแพ้’ อาการป่วยเรื้อรังของคนทั้งโลก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักและรับมือเพื่อ เอาชนะ โรคนี้ไปพร้อมๆ กัน

รู้ทัน ‘โรคภูมิแพ้’ ในแบบคนอยากชนะ

อย่างที่บอกไปว่า โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วโลก ซึ่งในสหรัฐอเมริกาโรคนี้ครองอันดับ 6 ของอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ที่ทำให้ชาวอเมริกากว่า 50 ล้านคนต้องเผชิญกับอาการดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน

ทั้งนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา เปิดเผยว่าประชากร 6.1 ล้านคนป่วยเป็นโรคโพรงจมูกอักเสบอันมีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ นอกจากนี้อีกหลายล้านคนยังต้องเผชิญกับอาการภูมิแพ้ ที่แสดงออกทางผิวหนังและแพ้อาหารด้วยเช่นกัน

ส่วนคนไทยเองก็ป่วยเป็นภูมิแพ้จำนวนมาก โดยมีแนวโน้มตัวเลขผู้ป่วยโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้ภูมิแพ้กลายเป็นโรคยอดฮิตของคนรุ่นใหม่และคนเมือง โดยเฉพาะกับบางคนที่มีบ้านปูด้วยพรม หรือมีตุ๊กตาที่พร้อมเป็นตัวเกาะจับไรฝุ่น รวมไปถึงคนที่เป็นสาวกน้องหมาน้องแมวซึ่งอาจแพ้ขนสัตว์อย่างไม่รู้ตัว ถัดจากนั้นเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้านก็จะพบกับมลพิษทางอากาศ ละอองฝุ่นตามท้องถนน ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้กลายเป็นปัจจัยแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงซึ่งทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้

มีจริงหรือไม่? กับภาวะ ‘แพ้ตั้งแต่เกิด’

นอกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องตกเป็นเหยื่อของโรคภูมิแพ้แล้ว ยังมีสาเหตุสำคัญอีกประการนั่นก็คือ ‘พันธุกรรม’ อธิบายง่ายๆ เลยก็คือถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ คุณเองมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 30-50% แต่หากทั้งพ่อและแม่ป่วยเป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ ตัวคุณจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ถึง 50-70% ส่วนคนที่พ่อแม่ไม่ได้เป็นภูมิแพ้เลยจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้เพียงแค่ 10% เท่านั้น

อะไรบ้าง ? ที่ทำให้เรา ‘แพ้’

  • เกสรดอกไม้
  • ไรฝุ่น
  • อาหาร 13 ชนิดที่มีสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ ผักขึ้นฉ่าย ธัญพืชที่มีกลูเต็น สัตว์น้ำทะเลที่มีเปลือก ไข่ ปลา ลูพิน นม อาหารจำพวกหอยและปลาหมึก มัสตาร์ด ถั่วชนิดต่างๆ ถั่วเหลือง และซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • ขนสัตว์
  • เหล็กในจากแมลงกัดต่อย
  • ยาบางชนิด โดยเฉพายาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาแอสไพริน (Aspirin) และยาปฏิชีวนะบางชนิด
  • สารเคมีในผงซักฟอกหรือน้ำยาเปลี่ยนสีผม

เช็กลิสต์อาการน่าสงสัย คุณกำลัง
‘แพ้’ อะไรอยู่หรือเปล่า?

  • หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก บางครั้งอาจไอตอนกลางคืน อาการเช่นนี้อาจเป็น…โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ หรือโรคหืด (Asthma)
  • คัดจมูก จาม มีน้ำมูกใส บางคนอาจมีเสมหะ ไอระคายคอในช่วงเช้า กลางคืนมักนอนกรน ปากแห้ง คันหัวตา อาการเช่นนี้อาจเป็น…โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis)
  • มีอาการคล้ายกับลมพิษ คือคันตามผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย บางคนเป็นผื่นหรือมีอาการบวมเป็นตุ่มขยายใหญ่ขึ้นตรงบริเวณที่เกา ในรายที่แพ้หนักมาก หนังตาจะบวมและมีอาการเกี่ยวเนื่องกับระบบหายทางเดินหายใจอาการเช่นนี้อาจเป็น…โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergic Skin Disease)  
  • คันตา แสบตา น้ำตาลไหล พร้อมทั้งมีอาการคล้ายว่าเป็นโพรงจมูกอักเสบ อาการเช่นนี้อาจเป็น…โรคภูมิแพ้ทางดวงตา (Eye Allergy)   

มีอาการคล้ายลมพิษ ใบหน้าและลำคอบวม ท้องเสีย อาเจียน ความดันลดจนหมดสติ อาการเช่นนี้อันตรายมากๆ เพราะเกิดขึ้นรวดเร็ว ผู้ป่วยจึงต้องรู้ตนเองอย่างดีว่าร่างกายแพ้อะไรเป็นพิเศษ อาการเช่นนี้อาจเป็น…โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการหลายระบบ (Anaphylaxis)

รักตัวเองอย่างไร? เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้

รักความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง: ควบคุมและทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทำความสะอาดห้องนอนให้โล่ง พยายามอย่าให้ในห้องมีพรม ตุ๊กตา หรือสิ่งของที่จับฝุ่นอยู่ใกล้ๆ รวมทั้งต้องซักผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และปลอกหมอนเป็นประจำทุกสัปดาห์

รักน้องหมาน้องแมวแล้ว อย่าลืมรักตัวเองด้วย: จริงๆ แล้วเราไม่อยากให้คนเป็นภูมิแพ้เลี้ยงสัตว์ที่มีขนสักเท่าไหร่ เพราะนี่คือบ่อเกิดของปัญหาระบบทางเดินหายใจ แต่หากเป็นคนรักสัตว์ที่ต้องการมีน้องหมา น้องแมวเป็นเพื่อนซี้จริงๆ ควรติดตั้งเครื่องกรองอากาศเอาไว้ในที่พักอาศัย ตลอดจนรักษาความสะอาดด้วยการพาสัตว์เลี้ยงอาบน้ำตัดขนเป็นประจำ

รักธรรมชาติได้แต่ต้องระวังเกสรดอกไม้ให้ดี: สำหรับคนที่แพ้เกสรดอกไม้ ควรตัดหญ้าและถางวัชพืชบริเวณบ้านบ่อยๆ เพื่อลดการเกิดเกสร และในช่วงที่มีละอองเกสรดอกไม้จำนวนมาก แนะนำให้ปิดประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันเกสรดอกไม้ปลิวเข้ามาในบ้าน

รักและดูแลสุขภาพด้วยการปรึกษาคุณหมอเพื่อชนะโรคภูมิแพ้: สำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้อย่างหนัก อาจจำเป็นต้องรักษาโดยการใช้ยา ซึ่งตัวยาที่ใช้รักษาก็จะมีด้วยกันหลายระดับ ตั้งแต่ขั้นบรรเทา ยาต้านการอักเสบ อย่างเช่นยาที่ใช้สูดทางจมูกและพ่นทางปาก เรื่อยไปจนถึงการฉีดวัคซีนเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ โดยจะต้องใช้เวลารักษาติดต่อกัน 3-5 ปี

แม้ว่าโรคภูมิแพ้จะไม่สามารถหายขาดได้ แต่การดูแลสุขภาพตนเองเป็นอย่างดีตามวิธีการดังกล่าว ตลอดจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันมาออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะสามารถทำให้อาการทุเลาลง หรือในกรณีที่สุขภาพดีมากๆ ในช่วงนั้น อาการของโรคภูมิแพ้อาจไม่ปรากฏออกมาเลยก็ได้

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD รู้ทัน ‘โรคภูมิแพ้’ ถึงวันนี้อ่อนแอ พรุ่งนี้ก็ชนะได้