โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น
28 February 2019

โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น ผลของ
ความผิดหวังและถูกหักหลังในอดีต

เชื่อว่าทุกคนคงเคยเจอกับการถูกหักหลังหรือผิดหวังจากการไว้ใจคนกันมาบ้าง ซึ่งมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการเชื่อใจใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ยิ่งถ้าอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือสื่อโซเชียล ก็จะเจอแต่ข่าวคนคดโกง หักหลังกัน หรือแม้แต่พี่น้องที่ทำร้ายกันเอง แน่นอนว่ามันมีส่วนทำให้คนสมัยนี้ไว้ใจคนอื่นน้อยลง เคยรู้สึกไหม? ว่าทำไมยิ่งโตก็ยิ่งไว้ใจใครไม่ได้เลย ชอบกังวลว่าแฟนจะนอกใจ หรือเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจก็ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง เพราะมองไม่เห็นว่าใครจะสามารถเป็นที่พึ่งได้ หากคุณเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกแบบนี้ คุณอาจจะเป็น ‘โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น’  ก็ได้นะ ซึ่งความคิดที่ไม่เชื่อใจใครและไม่พร้อมที่จะไว้ใจใครสักที อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์และความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นได้

จุดเริ่มต้นของ ‘โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น’

โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น (Pistanthrophobia) เป็นความกลัวในการที่จะไว้ใจคนแปลกหน้าหรือคนใกล้ตัว กลัวที่จะเชื่อใจใครและกลัวถ้าจะต้องสร้างความสัมพันธ์กับใคร โดยพวกเขาจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้น ไม่ยอมให้ใครเข้ามารู้จักตัวเองและไม่อยากที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับตัวตนของใครมากเกินไป ซึ่งสาเหตุของการไม่ไว้ใจผู้อื่นเกิดจากประสบการณ์เชิงลบในอดีต ที่เคยผิดหวังหรือถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความรู้สึกนั้นกลายมาเป็นบาดแผลภายในจิตใจ

Pistanthrophobia

คนแบบไหนที่ไม่ไว้ใจผู้อื่น

คนที่ไม่ไว้ใจผู้อื่นมักจะ ‘ชอบตัดสินคนอื่นก่อนที่จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา’ ชอบยึดติดอยู่กับความคิดว่าคนอื่นจะโกหก หลอกลวง หรือแม้แต่นินทา แถมไม่ว่าจะ ‘ฟังเรื่องราวอะไรจากใครก็จะคิดว่าเป็นเรื่องปรุงแต่ง’ เพราะไม่ไว้ใจและไม่เชื่อใจใครสักคน ทั้งยัง ‘ไม่สนใจและไม่เคยคิดร้องขอความช่วยเหลือจากใคร’ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันก็ตาม เนื่องจากเคยสูญเสียความเชื่อใจจากการไว้ใจผู้อื่น เขาหรือเธอจึงเลือกที่จะสร้างกลไกในการป้องกันตัวเอง โดยจะ ‘ไม่เชื่อใจและไม่ไว้ใจใครอีก’ เพราะไม่ต้องการถูกหักหลังหรือทำให้เสียใจอย่างที่เคยเป็นมา แม้จะดูเป็นการป้องกันตัวเองที่ดี แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าความกลัวนี้ถูกสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลต่อชีวิตประจำวันและการสร้างความสัมพันธ์ในอนาคต

เริ่มเรียนรู้ที่จะไว้ใจคนอื่น…ไม่ยากอย่างที่คิด

โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่นนั้นสามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและพฤติกรรม ภายใต้ความคิดและการกระทำของเรา เกิดจากจิตใจเป็นตัวกำหนดและควบคุม หากจิตใจสั่งงานสมองให้เราห้ามไว้ใจใคร เราก็จะมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตว่าเป็นเรื่องเลวร้าย และทำให้เราหวาดระแวงในทุกๆ เรื่อง แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่และพยายามมองโลกในแง่ดี ก็จะช่วยเปิดทางให้เรื่องราวดีๆ เข้ามาในชีวิต และทำให้เรารู้สึกดีขึ้นอีกด้วย

 

เป็นคนที่น่าเชื่อถือ

การจะลองเชื่อใจใครสักคนนั้นต้องเริ่มต้นจากตัวเอง ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่น่าเชื่อถือและเปิดเผย เพื่อที่คนอื่นจะได้เปิดใจและอยากที่จะเข้ามาทำความรู้จักกับคุณ นอกจากวิธีนี้จะทำให้คุณเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่แล้ว ยังช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาในชีวิตของคุณอีกด้วย

ปรับความคิดใหม่

อย่าคิดว่าปัจจุบันกับอนาคตจะเหมือนกับเรื่องราวในอดีตเสมอไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนไม่ดีและไม่ใช่ทุกคนที่จะทำร้ายเราเหมือนในอดีต เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป ลองปรับความคิดและมองโลกในแง่บวกให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ ได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ชีวิตของคุณบ้าง

 

เปลี่ยนอดีตเป็นบทเรียน

หลายครั้งเวลาที่ถูกคนอื่นหักหลัง แน่นอนว่ามันทำให้เราเจ็บปวดและเสียความรู้สึก แต่เราก็ควรปล่อยวางเรื่องราวในอดีต คิดซะว่าเป็นบทเรียนราคาแพงแฝงประสบการณ์ ที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติ และช่วยให้การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตง่ายขึ้น แต่อย่าลืมที่จะให้เวลากับตัวเอง ไม่ต้องรีบเร่ง ปล่อยให้เวลาเยียวยาความรู้สึก และเริ่มต้นไว้ใจผู้อื่นในวันที่ตัวเองพร้อมจริงๆ

 

 

สำหรับการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ออฟฟิศ หรือแม้แต่ในสังคม เราควรเรียนรู้ซึ่งกันและกันและฝึกที่จะไว้ใจกัน ไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์ใดๆ อย่าปล่อยให้อดีตอันเลวร้ายเข้ามารบกวนและบั่นทอนความไว้ใจของคุณ แล้วเมื่อเราไว้ใจคนอื่นเป็น มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากถ้าเราจะมีความสุขกับสิ่งรอบตัว

 

 



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น ผลของความผิดหวังและถูกหักหลังในอดีต