ความเหงา

เหตุเกิดจาก ‘ความเหงา’
ที่ทำให้เราเสียยิ่งกว่าสุขภาพ

‘เหงา’ แค่พูดขึ้นมาก็สัมผัสได้ถึงความอ้างว้าง โดดเดี่ยว และเข้าใจกันดีว่ารู้สึกแบบไหนจริงไหม? ถึงแม้ว่า ความเหงา จะไม่มีนิยามที่แน่นอนว่ามันคืออะไร แต่ความเหงานั้นสัมพันธ์กับทุกคน แม้ว่าตอนนี้คุณจะไม่รู้สึกเหงาก็ตาม

ความเหงานั้นยังเกี่ยวโยงกับสุขภาพอย่างแยกขาดได้ยากอีกด้วย เหมือนกับที่หนังสือ ‘Healthy at 100’ ของ John Robbins เคยบอกไว้ว่า คนที่มีสัมพันธ์ทางสังคม อย่างการอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เพื่อนหรือคนรัก แม้ว่าจะมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไม่ดูแลรักษาสุขภาพมากนัก กลับมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี แต่โดดเดี่ยวและขาดความสัมพันธ์ทางสังคมเสียอีก

ความเหงา ทำร้ายเรา...ได้เท่ากับ
การสูบบุหรี่ 15 มวนในวันเดียว

งานวิจัยของ Julianne Holt-Lunstad เรื่อง Social Relationships and Mortality Risk: A Meta-analytic Review ยืนยันออกมาเป็นตัวเลขว่า ในแง่ของสุขภาพกายนั้น ความเหงาสามารถเพิ่มอัตราความเสี่ยงการเสียชีวิต ได้ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ เทียบเท่ากับโรคอ้วน โรคความดันโลหิต และถูกพิสูจน์แล้วด้วยว่า ส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ถึง 15 มวน ต่อวัน!

นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยอีกมากมาย ที่ศึกษาแล้วพบว่า ความเหงามีผลต่อจิตใจของคนที่รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ปัจจุบันน่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบของความเหงา ไม่ได้มีแต่ผู้สูงอายุ คุณปู่ หรือคุณย่าที่อยู่บ้านคนเดียวอีกต่อไป แต่ยังรวมไปถึงวัยรุ่น ที่ความเหงาคืบคลานมาจนกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสียสุขภาพ หรือบางคน อาจจะเสียมากกว่าสุขภาพก็ว่าได้

loneliness

เมื่อความเหงา กลายเป็นเรื่องระดับชาติ
Jo Cox Loneliness : Start a Conversation

หลังจากที่ Jo Cox ส.ส.หญิง ของประเทศอังกฤษถูกฆาตกรรม ทำให้รัฐบาลอังกฤษ หันมาสนใจเรื่องความรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวของผู้คนในประเทศ จนถึงกับตั้ง ‘Minister for loneliness’ ขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่เธอริเริ่มทำ นั่นคือการหาทางขจัดความเหงาของชาวอังกฤษ ด้วยการให้ทุกคนหันมาพูดคุยกันมากขึ้นในสถานการณ์ง่ายๆ เช่น คุยกับเพื่อนบ้าน สนทนากับคนข้างๆ ตอนที่ต่อแถวจ่ายเงินใน Supermarket  และจัดตั้งสถาบัน งานการกุศล ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่ช่วยคนเหงา ซึ่งการแก้ปัญหาความเหงานี้ ครอบคลุมทั้งผู้สูงอายุ เด็กวัยรุ่น ที่มีครอบครัวใหม่ และอีกมากมาย

อยู่อย่างเหงาๆ ทำให้...สุขภาพดาวน์ลง

นอกจากความเหงาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเทียบเท่ากับโรคอ้วน หรือสูบบุหรี่ 15 มวน ต่อวันแล้ว ความเหงายังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้อีกมากมาย แบบ ‘ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ’

เริ่มจากอย่างแรก ‘ความเครียดสะสม’ จากการเหงาแล้วไม่มีใครรับฟังปัญหาที่พบมาในแต่ละวันหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวลาที่ต้องการ จนรู้สึกท้อใจ โดดเดี่ยว คิดว่าไม่มีใครต้องการตัวเอง หากสะสมไว้เป็นเวลานาน ปัญหานี้จะแก้ไม่ได้ จนกระทั่งติดอยู่กับความทุกข์

ไม่เพียงเท่านี้ หากดูจากงานวิจัยจาก Ohio State University (2013) ยังพบด้วยว่า เมื่อเราตกอยู่ในภาวะเหงารวมถึงซึมเศร้า ภายในร่างกายจะสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งมาตอบสนองความเครียดสูงกว่าคนที่ไม่ได้เหงา ซึ่งโปรตีนที่มากเกินความจำเป็นนี้เอง จะไปกระทบกับระบบภูมิคุ้มกัน จนทำให้เราป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่าเดิม

ส่วนอีกประเด็นที่น่าคิดแล้วอยากชวนคนที่เหงาและเริ่มเหงา ให้หันมาสังเกต คือ เมื่อโดดเดี่ยว อยู่ตัวคนเดียวเป็นเวลานาน คนเหงามักจะไม่ค่อยดูแลตัวเอง รวมถึงทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพน้อยลงไปโดยปริยาย เนื่องจากไม่มีใครที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่หากเรามีคู่รัก หรือเพื่อน กลับพากันดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ได้มากกว่า เพราะคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนรอบข้าง ทำตามเสียงส่วนใหญ่ด้วยก็เป็นส่วนหนึ่ง
สรุปได้ง่ายๆ ว่าถ้าอยู่คนเดียว เราอาจดูแลสุขภาพได้ไม่ดีพอ

(ทุก) ความเหงา ตัวเราเอาอยู่!

ถ้ากำลังเหงาอยู่ ไม่ต้องเศร้าไป คำตอบคือ สิ่งที่ทำแล้วเวิร์กแบบเต็มร้อยนั้นยังไม่มี ทุกวันนี้มีเพียงแนวทางให้เราเดินตาม เพื่อสู้กับความเหงาขั้นเริ่มต้น นั่นคือ ‘การเปิดใจให้กับคนรอบข้าง’ ถ้าไม่มีแฟนหรือพ่อแม่อยู่ด้วย ลองหาเพื่อนสนิทสักคน เพื่อแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบ ชีวิตประจำวันให้คุณรู้สึกไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป

นอกจากนี้ แนะนำให้ ‘ก้าวเข้าสู่สังคมใหม่ๆ ให้มากขึ้น’ อย่ากลัวว่าคนในสังคมที่แตกต่างกันจะไม่ยอมรับในตัวตนของคุณ ไม่แน่คุณอาจจะเจอคนที่มีความสนใจเดียวกัน

และสิ่งที่ถือว่าสำคัญที่สุด ‘อย่าลืมมองโลกในแง่ดี’ เพราะยังมีคนอีกมากพร้อมดึงเราออกจากความเหงา และเราทุกคน ‘ไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน’

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD เหตุเกิดจาก ‘ความเหงา’ ที่ทำให้เราเสียยิ่งกว่าสุขภาพ