ความรัก

รู้และเข้าใจฮอร์โมนของร่างกาย
ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์มีความรัก

คุณคิดว่า ความรัก’ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

บางคนบอกว่ารักเกิดจากพรหมลิขิต รักเกิดจากการเรียนรู้และค่อยๆ เติบโตจนเติบโตเป็นความผูกพันแต่บางคนกลับบอกว่าความรักเป็นสิ่งที่ยากจะนิยามหรืออธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะหาคำอธิบายได้ยาก แต่ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ของร่างกายกลับสามารถอธิบายเรื่องของ ‘ความรัก’ ได้อย่างชัดเจน

หลายงานวิจัยค้นพบว่า ร่างกายของคนที่กำลังมีความรัก เริ่มต้นตั้งแต่อาการที่เรียกว่า ‘ตกหลุมรัก’ มักจะหลั่งสารเคมีในสมองและปล่อยฮอร์โมนออกมามากมาย เพื่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ เคยสงสัยหรือไม่ว่า อาการประหม่า เก้อเขิน ใจเต้นตึกตัก หรือแม้แต่รู้สึกมีความสุขจนหุบยิ้มแทบไม่ได้เกิดขึ้นจากอะไร นอกจากคนตรงหน้าที่ทำให้คุณแสดงออกจนไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว ก็มีสิ่งที่วิทยาศาสตร์เรียกว่า ‘ฮอร์โมน’ นี่แหละ เป็นตัวชักใยอยู่เบื้องหลังการแสดงออกของคุณ

ช่วงตกหลุมรัก

วิทยาศาสตร์อธิบายธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เอาไว้ว่า เมื่ออยู่ในช่วงเวลานี้ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแห่งความหลงใหลออกมา ฮอร์โมนกลุ่มนี้จะทำให้เรามีพฤติกรรมหลงลืมอะไรบางอย่าง ไปจนถึงมีอารมณ์ไม่คงที่ บางครั้งส่งผลให้นอนไม่หลับ และใช้เวลานึกถึงคนที่กำลังตกหลุมรักในขณะฝัน ทั้งนี้การทำงานของระบบประสาทที่กำหนดอารมณ์ความหลงใหลมีชื่อเรียกว่า ‘โมโนเอมีน’ (Monoemine) ประกอบด้วย

อีพิเนฟริน (Epinehrine) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อะดรีนาลีน (Adrenaline) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้คุณเขินอายจนหน้าแดง และใจเต้นแรงเมื่อเจอคนที่ตกหลุมรัก
เซโรโทนิน (Serotonin) เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาเมื่อตกหลุมรักใครสักคน นำไปสู่พฤติกรรมที่ทำอะไรอย่างไร้เหตุผลและยากที่จะหาคำตอบได้เมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก

ช่วงจีบกันครึ่งปีแรก

หลายคนเรียกระยะนี้ว่า ‘ช่วงโปรโมชั่น’ ที่ทุกอย่างรอบตัวดูเป็นสิ่งหอมหวานไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นการอยากเจอหน้ากันทุกวัน โทรศัพท์คุยกันทุกคืน ลองสังเกตตัวเองในช่วงเวลานี้ดูว่าจะกระฉับกระเฉง ไวต่อสิ่งกระตุ้น มีความกระตือรือร้น ซึ่งการทุ่มเทเพื่อความรักอย่างเต็มใจเช่นนี้ จะทำให้ร่างกายมีความสุขและรู้สึกราวกับได้รางวัลจนหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า ‘โดปามีน’ (Dopamine) ออกมา

ฮอร์โมนนี้จะตอบสนองต่อสิ่งเร้า คือความพึงพอใจเมื่อเราได้สิ่งที่ต้องการตามปรารถนา เมื่อหลั่งออกมาแล้วร่างกายจะมีความต้องการมากขึ้น จนส่งผลให้อยากทำกิจกรรมเหล่านั้นอีก เหมือนกับที่คุณอยากไปเจอหน้าแฟนบ่อยๆ อยากโทรศัพท์คุยกันเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย ถ้านิยามให้เข้าใจง่ายๆ ก็คงจะเปรียบช่วงเวลาที่หลั่งฮอร์โมนนี้เป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเสน่ห์หา คล้ายกับว่ากำลังติดสารเสพติด โดยฮอร์โมนประเภทนี้จะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายเสพสารเสพติดประเภทโดเคน และนิโคตินในบุหรี่ด้วยนั่นเอง

ช่วงพัฒนาความสัมพันธ์แบบแนบชิด

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่จีบกันมาสักระยะแล้ว เป็นธรรมชาติของความรักที่เมื่อเกิดความผูกพันจะทำให้รู้สึกไว้วางใจ และพร้อมที่จะอยู่ใกล้ใครสักคน ออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และยังเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ในช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาจะทำให้รู้สึกรักมากขึ้น เรื่อยไปจนถึงอยากกอด อยากสัมผัส และนำไปสู่ความรู้สึกที่อยากมีสัมพันธ์แบบแนบชิด นอกจากนี้ฮอร์โมนนี้จะหลั่งด้วยปริมาณมากเมื่อร่างกายถึงจุดสุดยอด (orgasm) ขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความรักและความผูกพัน ซึ่งนำไปสู่การวางแผนมีครอบครัว แต่เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนออกซิโทซินน้อยลง นั่นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อารมณ์ของคุณราบเรียบ ไม่รู้สึกหวือหวา หรือตื่นเต้นเหมือนช่วงแรกที่คบหากัน นำไปสู่ความรักที่จืดจางนั่นเอง

เรื่องราวของฮอร์โมนภายในร่างกายมนุษย์ อาจเป็นคำตอบที่ว่า หากไม่อยากให้ความสัมพันธ์และชีวิตรักจืดจาง ควรหมั่นใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรัก เพื่อเติมเต็มความสุขและสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ ไม่ให้อารมณ์ของความรักราบเรียบจนเกินไป และเหนือสิ่งอื่นใด ความเข้าใจในกันและกัน น่าจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ดี ซึ่งจะทำให้ชีวิตรักของคุณยาวนานนั่นเอง

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD รู้และเข้าใจฮอร์โมนของร่างกาย ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์มีความรัก