ฝัน

ฝัน เกิดจากความรู้สึกนึกคิด
หรือจิตใต้สำนึก

‘ความฝัน’ เกิดขึ้นได้กับทุกคนในขณะที่นอนหลับ มันคงไม่ได้เป็นเรื่องราวที่พิเศษอะไร เพราะสำหรับบางคนก็ลืมไปแล้วว่าฝันครั้งล่าสุดตอนไหน ส่วนนักฝันขาประจำก็ฝันกันแทบทุกคืน บ้างก็ว่าความรู้สึกนึกคิดและจิตใต้สำนึกเป็นน้ำมันชั้นดี ที่เติมเพลิงให้ฝันลุกโชนขึ้นมากลางดึก แท้จริงแล้วความฝันมันเกิดจากอะไรกันแน่?

 

บางความเชื่อบอกว่าความฝันเกิดจากเทวดาฟ้าดิน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบอกเหตุ

แต่บางทฤษฎีกลับบอกว่าความฝันเกิดจากจิตใต้สำนึกที่ขับเรื่องราวออกมาปรุงแต่ง

แล้ว ความเชื่อ กับ ทฤษฎี ควรให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากัน

 

‘ฝัน’ ในนิยาม

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์และนักประสาทวิทยาบางรายให้คำนิยามเกี่ยวกับความฝันเอาไว้ ว่าในระหว่างที่นอนหลับสมองของมนุษย์จะลำดับข้อมูลจริงที่เราผ่าน พบ และเจอ ในระหว่างวันหรือเมื่อวันก่อน แต่ถ้าความฝันบังเอิญโผล่ขึ้นมาขัดจังหวะการเรียงข้อมูลของสมองในตอนนั้น ก็อาจจะทำให้เราสับสนว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริงและเรื่องไหนเป็นความฝัน

dream

ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร ถ้าคนส่วนใหญ่จะฝันโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว รวมถึงบางคนก็แทบจะจำความฝันไม่ได้เลย จะมีก็แต่เรื่องที่เราฝันเมื่อตอนใกล้ตื่น และเรื่องราวที่กระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงเท่านั้นที่เราจะสามารถจดจำได้ ถ้านอนหลับเพลินๆ ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สะดุ้งตื่น สุดท้ายแล้วความฝันนั้นก็จะค่อยๆ เลือนหายไป คุณเคยสังเกตบ้างไหม?

 

เพราะอะไร… ทำไมถึงฝัน?

นักจิตวิทยาบางคนคิดว่าความฝันเป็นการสร้างสมดุลทางจิต บ้างก็ว่าเราฝันเพื่อปลดปล่อยความเครียดหรือเรื่องไร้สาระ

แต่ “Sigmund Freud (ซิกมุนด์ ฟรอยด์) บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ เชื่อว่าความฝันถูกจิตใต้สำนึกผลักดันออกมา

เพราะฝันเป็นการแสดงออกอีกรูปแบบหนึ่งของจิตใต้สำนึก ถ้าคนเรามีความปรารถนาจะทำอะไร แต่ไม่ได้รับการตอบสนองในชีวิตจริง ความปรารถนาที่อยู่ลึกภายในจิตใจนั้นมันไม่ได้หายไปไหนเลย แต่มันจะถูกเก็บไว้ในจิตใต้สำนึก แล้วปลดปล่อยออกมาโดยการฝัน”

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อจิตทั้ง 3 ทำงานเชื่อมโยงกัน

ฟรอยด์เชื่อว่าโดยพื้นฐานแล้ว มนุษย์จะมีพลังหรือแรงขับเคลื่อนตามธรรมชาติที่อยู่ในจิตใต้สำนึก แล้วพลังตรงนี้แหละที่จะผลักดันให้เราทำบางอย่างที่อยากทำ แต่ท้ายที่สุดแล้วเราไม่สามารถทำตามใจชอบแบบนั้นได้ เพราะมันมีจิตสำนึกบางอย่างที่มากดเราเอาไว้ ฟรอยด์จึงแบ่งการทำงานของจิตเป็น 3 ระดับ คือ จิตใต้สำนึก จิตสำนึก และจิตก่อนสำนึก ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalytic Theory)

จิตใต้สำนึก

ทุกครั้งที่เราคิดจะทำอะไรตามความต้องการ และมีความกระหายอยากที่จะทำมัน จนถึงจุดหนึ่งที่เราตัดสินใจที่จะทำแล้ว ตอนนี้เป็นจุดที่แรงผลักดันของจิตใต้สำนึก (Unconscious Mind) เริ่มการทำงาน จิตใต้สำนึกจะทำให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมบางอย่างออกไปโดยไร้ขอบเขต ยิ่งถ้าถูกห้ามไม่ให้ทำอะไรสักอย่าง ความปรารถนานั้นมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันจะถูกบันทึกไว้ในจิตส่วนนี้ เช่น ถ้าเราอยากจะแก้ผ้าในที่สาธารณะ แล้วเรากำลังจะทำมัน แต่ดันนึกขึ้นมาได้ว่าสังคมไม่น่าจะชอบพฤติกรรมแบบนี้ของเรา ตอนนี้เป็นจุดที่ความต้องการของเราแตะจิตสำนึก (Conscious Mind) ได้แล้ว จิตสำนึกจะคอยกดข่มจิตใต้สำนึกให้อยู่ในร่องในรอย เราจึงเริ่มนึกถึงเหตุและผลของการกระทำมากขึ้น พอฉุกคิดขึ้นได้ เลยทำให้เรารู้สึกตัวว่าการแก้ผ้าเป็นสิ่งที่เราไม่ควรทำ และการที่เราคิดแบบนี้ได้มันเกิดจาก จิตก่อนสำนึก (Preconscious Mind) ซึ่งเป็นบรรทัดฐานทางสังคม ที่ปูทางเอาไว้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ และหล่อหลอมให้เราไม่ทำสิ่งที่สังคมคิดว่าไม่ควร

 

จิตใต้สำนึกของเราผลักดันให้เรารู้สึกว่าอยากแก้ผ้า แต่จิตสำนึกสั่งว่าไม่ควรทำ เพราะจิตก่อนสำนึกมองว่าสังคมตีกรอบเอาไว้ จึงไม่ควรแก้ผ้าในที่สาธารณะ การที่จิตใต้สำนึกถูกกดข่ม ทำให้เราแสดงพฤติกรรมออกมาอย่างพอเหมาะพอควร อย่างตอนแรกที่เราอยากแก้ผ้า สุดท้ายเราอาจจะทำแค่ถอดเสื้อ

ขณะที่ร่างกายหลับใหล
‘จิตใต้สำนึก’ ก็ตื่นขึ้น


ในตอนกลางคืนที่เราหลับนั้นระดับของคลื่นสมองจะค่อนข้างต่ำ แล้วการที่ระดับของคลื่นสมองต่ำลงนี่เอง ที่เป็นตัวปลุกให้จิตใต้สำนึกเริ่มการทำงานขึ้น แม้จิตใต้สำนึกอาจจะไม่ได้ผูกโยงกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 เฉกเช่นความฝัน แต่จิตใต้สำนึกและความฝันล้วนเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในหลืบเร้นจิตใจของมนุษย์ โดยสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่เมื่อเรานอนหลับ


ความฝันมีความรู้สึกเชื่อมต่อกับทั้งภายนอกและภายใน กรณีของภายนอก เช่น เวลาที่เรานอนหลับจนเผลอกลิ้งตกเตียง ในฝันเราอาจจะกำลังตกลงมาจากที่สูง ส่วนความฝันที่เชื่อมโยงกับภายใน จะนับรวมทุกสิ่งที่เราพบเจอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสิ่งพวกนั้นยังคงอยู่ในความรู้สึกนึกคิดและส่วนลึกภายในจิตใจของเรา เช่น ถ้าเราคิดถึงใครมากๆ ก่อนนอน เราอาจจะเจอคนๆ นั้นในความฝัน

แล้วฝันร้ายเกิดจากอะไร?

ตอนที่นอนหลับ จิตจะทำงานอัตโนมัติควบคู่กับสมอง โดยที่ปราศจากการควบคุมจากตัวเราและใจเรา ต่างกับตอนที่เราตื่นซึ่งจิตและสมองทำให้เรามองเห็นภาพต่างๆ แต่ใจเราสามารถควบคุมมันได้ว่ามองแล้วเราจะคิดต่อหรือไม่คิดต่อ

 

จิตใต้สำนึกจะเก็บข้อมูลทั้งที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ

ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก เก็บทุกอย่าง หากเก็บสิ่งใดมากๆ ก็จะคั้นสิ่งนั้นออกมา

ถ้าเก็บข้อมูลในเชิงลบ ก็จะแสดงออกมาผ่านบุคลิกหรือพฤติกรรมในเชิงลบ

 

เหตุผลส่วนหนึ่งที่คนฝันร้าย ก็เพราะว่าคนเราเก็บเอาเรื่องไม่ดีมาสะสมไว้ในจิตใจ แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนเครียด หรือคนทุกข์ ก็สามารถเกิดฝันร้ายได้ด้วยเช่นกัน เพราะจิตใต้สำนึกของเรานั้นไปขุดเจอสิ่งหนึ่งที่ฝังลึกในสมองส่วน Hippocampus  (ฮิปโปแคมปัส) ซึ่งเป็นศูนย์รวมความทรงจำ จอภาพของสิ่งที่เราเกลียดหรือเหตุการณ์ที่เรากลัวจึงถูกฉายขึ้นในความฝัน

 

ปรับสมดุลชีวิต ควบคุมจิตใต้สำนึก

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าฝันร้ายที่รุนแรงและมีผลกระทบต่อจิตใจ ก็ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนหลับไม่สนิท ร่างกายอ่อนเพลีย หรือไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า อาการเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตการทำงานทั้งนั้น มีบางความเชื่อผิดๆ ในเรื่องของการใช้ยากล่อมประสาทหรือยาคลายเครียด ว่าจะสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการฝันร้ายได้ แต่ฤทธิ์ของยาที่ว่านั้นอาจทำให้มึน ชา และไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอน

 

จริงๆ แล้วสาเหตุของความฝันนั้นเกิดมาจากจิตใต้สำนึกและพฤติกรรมของตัวเองทั้งนั้น

ยาบางชนิดจึงไม่สามารถลิดรอนความรุนแรงของฝันได้

แต่ไม่ใช่ว่าฝันร้ายจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อารมณ์ สุขภาพ และอำนาจของจิต ล้วนส่งผลต่อความฝันโดยตรง การควบคุมจิตใจของตน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจจะช่วยเปลี่ยนแปลงฝันร้ายได้ โดยเติมสำนึกที่ดีลงไปภายในจิตใจ คิดในเรื่องที่ดีและเรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่คิดฟุ้งซ่าน และหาเวลาว่างทำจิตใจให้สงบ มองโลกในเชิงบวก สกัดความคิดเชิงลบที่บั่นทอนตัวเองออกไป เปลี่ยนคำพูดว่า “ฉันนอนฝันร้ายทุกคืน”  ให้เป็น “ต่อไปนี้ฉันจะนอนหลับฝันดี”

 

เพราะไม่มีใครที่ไม่เคย ‘ฝัน’ อยากจะฝันดีหรือฝันร้าย คุณเลือกได้ด้วยตัวเอง

 

 

 

ที่มา:
http://www.dhamdee.com/?p=4576
http://www.wurkon.com/full/researchs/luciddream/



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ฝัน เกิดจากความรู้สึกนึกคิดหรือจิตใต้สำนึก