มีบุตรยาก

ไขข้อสงสัยและความเข้าใจผิดกับ
หลักสูตรเร่งรัดฉบับผู้มีบุตรยาก

เพราะเราเชื่อเสมอว่า…ความสุขของหลายครอบครัวจะได้รับการเติมเต็มและนำไปสู่ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เมื่อมีสมาชิกตัวน้อย แต่! เส้นทางแห่งความสุขของคู่รักหลายคู่อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อการมีลูกกลายเป็นความยากลำบาก ที่บางครั้งอาศัยเพียงความพยายามระหว่างคนสองคนคงไม่พอ วิทยาการทางการแพทย์และความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการมีบุตรยาก นับเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณและคนรักควรทำความเข้าใจอย่างถูกต้องไปพร้อมๆกัน

วันนี้ทุกคำถามและข้อสงสัยที่คุณเคยเข้าใจผิดเกี่ยวกับการมีบุตรยากจะได้รับการปลดล็อค เพราะเราพร้อมเปิดห้องเรียนขนาดกะทัดรัด และเตรียมบทเรียนเรื่องการมีบุตรยากฉบับเร่งรัดเอาไว้ให้ทุกคนแล้ว

มีบุตรยากเพราะ เคยกินยาคุมกำเนิด

ผู้หญิงหลายคนมักคิดว่า การกินยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน แม้ว่าจะหยุดกินเพื่อเตรียมพร้อมเป็นว่าที่คุณแม่แล้ว แต่พฤติกรรมนี้แหละที่เป็นสาเหตุของการมีบุตรยาก จริงๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากยาคุมกำเนิดมีฤทธิ์แค่วันต่อวันเท่านั้น หากไม่รับประทานอย่างต่อเนื่องหรือหยุดรับประทานไปเพียงแค่วันเดียวก็มีสิทธิ์ตั้งท้องได้ นอกจากนั้นความเชื่อที่ว่ากินยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ ‘มดลูกแห้ง’  ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน

เราเป็นคนเดียวหรือเปล่า ที่มีบุตรยาก

ขอตอบเลยว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจาก 1 ใน 8 ของคู่รักที่กำลังพยายามมีบุตรจะต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก อีกทั้งประชากรกว่า 7 ล้านคนทั่วโลกก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้เช่นเดียวกัน อย่างเช่นที่ประเทศออสเตรเลีย จัดให้สภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากชาวออสเตรเลียกว่า 40% กำลังเผชิญกับปัญหานี้  หรือที่ประเทศจีน หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกกฎหมายการคุมกำเนิด แต่จำนวนประชากรกลับไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากคู่รักชาวจีนหลายคู่ตกอยู่ในสภาวะมีบุตรยากเช่นกัน

SEX คือทางออกเสมอหรือไม่?

มีเพศสัมพันธ์ทุกวันไม่ได้ช่วยให้มีบุตรง่ายขึ้น เพราะผู้หญิงต้องรอไข่ตกเพียงรอบเดียวเท่านั้น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ไม่ได้ตกไข่จึงไม่ช่วยให้มีเจ้าตัวน้อยง่ายขึ้นแต่อย่างที่คิด ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องกาปฏิทินเพื่อเฝ้ารอทำภารกิจอย่างตรงเวลาขนาดนั้น เนื่องจากบางครั้งไข่กับอสุจิที่ตกแล้ว จะยังมีอายุอยู่ได้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง หรือบวกลบคลาดเคลื่อน 1-2 วัน ยังอยู่ในช่วงเวลาที่สามารถมีเจ้าตัวน้อยได้ นอกจากนี้เรายังเกรงว่าการเคร่งครัดและมีวินัยในการมีเพศสัมพันธ์จนเกินไป จะทำให้เกิดความเครียดระหว่างคุณและคนรักได้

สาเหตุมาจากฝ่ายหญิงใช่หรือไม่?
ที่ทำให้มีบุตรยาก


โปรดโยนความเชื่อผิดๆ เหล่านี้ทิ้งไปได้เลยเพราะว่าร่างกายของผู้ชายก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการมีบุตรยากเช่นกัน ซึ่งคู่สมรสที่มีบุตรยากเกิดจากผู้หญิง 40% ผู้ชาย 25% จากทั้งฝ่ายชายและหญิง 20% ส่วนอีก 15% คือแพทย์ไม่สามารถตรวจทราบสาเหตุได้ อย่างไรก็ตามปัญหาการมีบุตรยากที่เกิดขึ้นจากผู้ชายคือเรื่องของสเปิร์มที่ไม่แข็งแรง การอุดตันในท่อนำอสุจิ รวมไปถึงความผิดปกติที่ลูกอัณฑะที่อาจมาจากการอักเสบติดเชื้อ นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างการออกกำลังกายหนัก สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้มีบุตรยากได้เช่นกัน

เคยทำหมันมาก่อน
อยากมีบุตรอีกครั้งต้องทำอย่างไร
?


การทำหมันนับว่าเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวรทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งหากคุณเคยใช้วิธีคุมกำเนิดแบบดังกล่าวแล้วเกิดเปลี่ยนใจอยากมีเจ้าตัวน้อยขึ้นมา สามารถให้วิทยาการทางการแพทย์เป็นคำตอบได้ โดยในผู้หญิงจะใช้วิธีผ่านตัดแก้หมัน ทั้งนี้ผู้หญิงที่ทำการต่อหมันแล้ว จะมีโอกาสมีลูกที่ 15-90% โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยทางร่างกายหลายๆ ด้านประกอบด้วย  ส่วนในผู้ชายที่เคยทำหมันมาก่อนนั้น แพทย์จะใช้วิธี ‘PESA (พีซ่า)-TESA (ทีซ่า)’ ซึ่งก็คือการเจาะเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรง จากนั้นจึงนำมาเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วต่อไป

เพราะน้ำหนักตัวหรือไม่?
ที่ทำให้มีบุตรยาก


รู้หรือไม่ว่าน้ำหนักของร่างกายของทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีบทบาทสำคัญต่อการตั้งครรภ์ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากน้ำหนักเป็นตัวบ่งบอกความแข็งแรงของร่างกาย รวมทั้งภาวะการเจริญพันธุ์และระดับฮอร์โมน แน่นอนว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักร่างกายมากหรือน้อยเกินไป จะทำให้การตกไข่และประจำเดือนมาไม่ปกติ ส่วนในผู้ชายที่มีน้ำหนักร่างกายเยอะ จะทำให้มีอสุจิปริมาณน้อย ทั้งยังพบความเข้มข้นและการเคลื่อนไหวที่น้อยกว่าปกติ อีกทั้งบางคู่น้ำหนักยังเป็นอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย

พยายามด้วยตัวเองต่อไป
ไม่ปรึกษาแพทย์จะสำเร็จหรือไม่
?  


สูตินรีแพทย์มักแนะนำเสมอว่าหากคุณและคนรักมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ มาตลอด 1 ปี แต่ไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์เลย ให้คาดการณ์ได้เลยว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับปัญหามีบุตรยากอยู่ โดยขอแนะนำให้รีบมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการรักษาโดยทันที แต่อาจมีบางคู่คิดว่าลองรอเวลาโดยไม่ต้องเข้าพบแพทย์ได้หรือไม่ จากผลการเก็บข้อมูลของประชากรจำนวนมากในสหรัฐฯ พบว่า โอกาสการตั้งครรภ์จะลดลงประมาณ 15-25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี หลังจากพยายามมาแล้ว 1 ปี แต่ยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ดังนั้นอย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แนะนำว่าให้รีบเข้ามารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า

ภาวะมีบุตรยากเกิดขึ้น
กับคนที่อายุมากเท่านั้น
?


เพราะกลุ่มผู้มีบุตรยากมักอยู่ในคู่รักที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จนทำให้คนที่มีอายุน้อยกว่านั้นไม่ทันได้เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งแท้จริงแล้วคู่รักที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีก็สามารถตกอยู่ในสภาวะมีบุตรยากได้เช่นกันหากปัจจัยที่แวดล้อมในชีวิตประจำวันของคุณจัดอยู่ในพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ออกกำลังกายหนัก สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์หนัก ตลอดจนมีปัญหาเรื่องอารมณ์และความเครียด

 

อย่างไรก็ตามข้อแนะนำที่ดีที่สุดของคู่รักซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหามีบุตรยาก ก็คือการเข้ารับการรักษาและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนเกินไป นอกจากนี้การดูแลความรู้สึกของกันและกันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะความรักและความห่วงใยเป็นสองสิ่งที่มีแต่เพียงคุณและคนรักเท่านั้นที่สามารถมอบให้แก่กันได้

 

 

 



tags : ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ไขข้อสงสัยและความเข้าใจผิดกับ ‘หลักสูตรเร่งรัดฉบับผู้มีบุตรยาก’