อัญมณี
 
 
 

‘Thai Traditional Jewelry’
ก้าวสู่…ผู้นำวงการอัญมณีด้วยฝีมือ
ประณีตแบบไทย

 

พชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์

บทกลอนซึ่งร้อยเรียงขึ้นจากรายชื่อของแร่รัตนชาติ 9 อย่าง ที่พบในประเทศไทย สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของอัญมณีไทยที่มีมากมายเหลือคณานับในอดีต กระทั่งถูกค้นพบครั้งแรกราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยชาวเมียนมาที่เดินทางมาค้าขายแถบอีสาน (ชาวอีสานเรียกคนกลุ่มนี้ว่า กุลา) ก่อนมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนไทย ทำให้ธุรกิจเหมืองขุดพลอยได้รับความนิยมมากในขณะนั้น เมื่อทรัพย์ในดินถูกนำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม ทำให้อัญมณีไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก และปัจจุบันคือหนึ่งในภาคธุรกิจที่ทำรายได้หลักเข้าประเทศ มากเป็นอันดับ 3 สวนทางกับปริมาณของแร่อันทรงคุณค่า ที่นับวันยิ่งลดจำนวนลง

ทางรอดของวงการอัญมณีไทย
ในวันที่
แร่กำลังจะหมดลง


เมื่อไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการส่งออกอัญมณีอันดับ 
1 ของโลก ภายในปี 2564 แต่อัญมณีไทยหลายชนิดเหลือไว้เพียงแต่ชื่อ และหาได้ยากมากตามบ่อพลอยเก่าๆ ในประเทศ ทางรอดของบรรดานักค้าพลอย จึงหนีไม่พ้นต้องเบนเข็ม เข้าสู่วงการนำเข้าเพชรและพลอยจากต่างประเทศเสียเอง เพื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องประดับส่งออกอีกทอดหนึ่ง โดยอัญมณีที่นำเข้าส่วนใหญ่มาจาก คองโก รวันดา เคนยา รวมถึงเมียนมา และศรีลังกา ไม่เว้นแม้แต่ประเทศสงครามอย่าง อัฟกานิสถาน แต่ขุมพลอยของโลกแห่งล่าสุด ที่นักลงทุนต่างจับตามอง คือ โมซัมบิก ประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาใต้ ที่อุดมไปด้วยพลอยแดงคุณภาพสูง เนื้อแข็ง ไม่มีรอยร้าว โดยรัฐบาลไทยเองยื่นข้อเสนอ ให้ความช่วยเหลือประเทศแห่งนี้หลายอย่าง เช่น อุดหนุนผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ และให้ความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อแลกกับการผูกปิ่นโตทำการค้าอัญมณีร่วมกัน

แต่ใช่ว่าประสบการณ์ในตลาดค้าอัญมณีที่เคี่ยวกรำมาจนชำนาญ จะทำให้ไทยทิ้งห่างคู่แข่งได้อย่างสบายๆ เพราะยังคงมีอีกหลายประเทศ ที่สนใจอยากเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้เช่นกัน โดยเฉพาะประเทศแผ่นดินใหญ่ทุนหนาอย่างจีนและอินเดีย ที่พร้อมลงทุนลงแรงเปิดเหมืองขุดพลอยแบบไม่อั้น ตอบโจทย์ประชากรที่มีกำลังการซื้อสูงลิ่ว เนื่องจากส่วนใหญ่ยกระดับฐานะตัวเองสู่ชนชั้นกลาง ทำให้หนทางก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางส่งออกอัญมณีของไทยไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

อัญมณีไทย

ไม้เด็ดภูมิปัญญาไทย เพราะอัญมณี...แค่สวยอาจยังไม่พอ

แม้ปัจจุบันตลาดการค้าอัญมณีไทย จะยังคงทำเงินเข้าประเทศ เป็นรองอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักอันดับ 1 และ 2 แต่ศิลปะการทำเครื่องประดับจากอัญมณีกำลังถูกมองว่า เป็นความหวังใหม่ของแรงงานไทย เนื่องจากแทบทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขุดหาแร่ การเจียระไน การตกแต่ง ตลอดจนนำมาประกอบเป็นเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ล้วนเป็นกระบวนการที่คนไทยในแวดวงอัญมณี มีความรู้และความเข้าใจดีมาตั้งแต่อดีต ผิดกับอีก 2 อุตสาหกรรมทำเงินที่ไทยเรายังคงต้องอาศัยองค์ความรู้จากต่างชาติ มาช่วยพัฒนาธุรกิจอยู่ สังเกตได้จากบริษัทยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์หลายเจ้า ที่มีนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นหลัก

ความรอบรู้ในคุณค่าของอัญมณีอย่างรอบด้าน จึงถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาและเป็นมรดกตกทอดจากธุรกิจขุดพลอยที่เคยเฟื่องฟู ซึ่งมีให้เห็นอยู่มากในอดีต ตามอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี, อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงอำเภอวังชิ้น และอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ทั้งยังเป็น อาวุธลับ ที่ผลักดันให้วงการอัญมณีไทย กล้าตีปีกในตลาดเครื่องประดับโลกอยู่เสมอ โดยผลจากการชูจุดเด่นเรื่องงานฝีมือเป็นจุดขายสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องประดับอัญมณีไทย กลายเป็นงานหัตถศิลป์ที่ชาวต่างชาติรู้จักกันในนาม ‘Thai Traditional Jewelry’ เครื่องประดับสุดปราณีต ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านทุกเหลี่ยมมุมของการเจียระไน

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีทำรายได้เข้าประเทศ ได้มากกว่า 5 แสนล้านบาท มาตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยผลงานการออกแบบอันงดงามส่วนทำให้ลูกค้าทั่วโลกเลือกที่จะมองข้าม เรื่องแหล่งที่มาของเพชรและพลอยดิบที่นำมาดีไซน์เครื่องประดับ แต่เลือกที่จะให้ค่ากับฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์งานศิลปะมากกว่า แรงงานฝีมือ จึงนับว่าเป็นจุดแข็งของวงการอุตสาหกรรมอัญมณี ที่ไทยละทิ้งไปไม่ได้ หากต้องการบรรลุเป้าหมาย การเป็นศูนย์กลางการส่งออกอัญมณีภายในอีก 3 ปีข้างหน้า

 

 

 

 
 


tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘Thai Traditional Jewelry’ ก้าวสู่ผู้นำวงการอัญมณี ด้วยฝีมือประณีตแบบไทย