ศัลยกรรม
 
 
 

เข้าใจ ‘ศัลยกรรม’ ในวันที่ความสวย
ไม่ได้หยุดแค่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

 

มุมมองที่มีต่อความสวยความงามเป็นเรื่องปัจเจกที่หาตรงกลางได้ยาก และเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล อาจเป็นสิ่งไร้ขีดจำกัดที่เราสามารถแต่ง เติม เสริม เพิ่มได้ตามความพอใจอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์จะวิวัฒน์เครื่องประทินผิวและวิธีดูแลความงามมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต้องดูแลตัวเองให้สวยงามอยู่เสมอเพื่อดึงดูดผู้อื่นและสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ และอีกหนึ่งผู้ช่วยด้านความงามของยุคปัจจุบัน ที่ให้ผลที่รวดเร็วตามต้องการนั่นก็คือการทำ ‘ศัลยกรรม’

Plastic Surgery

ศัลยกรรม เกี่ยวพันธ์
กับเรื่องความงามเท่านั้นหรือ?


จริงๆ แล้วการทำศัลยกรรม หรือชื่อในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Plastic Surgery เป็นวิธีทางการแพทย์ที่ถือกำเนิดตั้งแต่สมัยสงครามโลก ซึ่งศัลยแพทย์ในยุคนั้นจะใช้วิธีการรักษาเพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากศึกสงคราม ดังนั้นคำว่าศัลยกรรมตกแต่งในสมัยก่อน จึงให้ความหมายครอบคลุมเพียงแค่การผ่าตัดอวัยวะเพื่อรักษา หรือคงรูปร่างให้สวยงามและเหมาะสมเท่านั้น ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทในด้านความงามเหมือนกับปัจจุบัน

ต่อมาการศัลยกรรมจึงมีบทบาททางการแพทย์ยิ่งขึ้น ในฐานะของเครื่องมือที่ช่วยรักษคนไข้ทั่วไปที่ประสบอุบัติเหตุ ถูกไฟไหม้ จนใบหน้าเสียโฉม หน้าที่ของศัลยแพทย์คือต้องช่วยรักษาพวกเขาให้กลับมีสภาพใกล้เคียงดังเดิม และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติที่สุด นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘ศัลยกรรมตกแต่ง’ และเมื่อคนทั่วไปรับรู้ถึงความสามารถของวิทยาการทางการแพทย์ประเภทนี้ จึงทำให้วงการศัลยกรรมเริ่มเข้ามามีบทบาทในด้านความงามในที่สุด

อยากสวยสั่งได้! ในยุคศัลยกรรมเติบโต

หากย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ในสมัยที่สื่อและเทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้า และยังไม่รู้จักคำว่ารีวิว (Review) กันเกลื่อนตลาดเช่นปัจจุบัน ศัลยกรรมแทบจะเป็นเรื่องไกลตัวของวัยรุ่นไทยอย่างสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะว่าบ้านเรายังไม่ยอมรับการดูแลความงามด้วยวิธีนี้ อีกทั้งความทันสมัยทางการแพทย์ก็เทียบเท่ากับปัจจุบันไม่ได้ นั่นจึงทำให้ศัลยกรรมกลายเป็นเรื่องไกลตัวและมีราคาแพง แต่ปัจจุบันคนไทยเปิดรับการทำศัลยกรรมมากขึ้น ทั้งยังมีทัศนคติในด้านบวกกับการเสริมความงามประเภทนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะการเห็นตัวอย่างจากคนดังไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง หรือเน็ตไอดอลในบ้านเรา ที่ล้วนมีภาพลักษณ์ดูดีสวยหล่อตามแบบพิมพ์นิยม ยิ่งคนดังหลายคนออกมายอมรับตนเองพึ่งพาศัลยกรรม ก็ยิ่งทำให้การเสริมความงามด้วยวิธีนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น

 

จากผลสำรวจของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery หรือ ISAPS) พบว่ามีการศัลยกรรมความงามจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9% และประเทศสหรัฐอเมริกา ครองแชมป์อันดับ 1 ของชาติที่มีการศัลยกรรมมากที่สุด ขณะที่ไทยอยู่ในอันดับที่ 21 โดยคนไทยนิยมศัลยกรรมที่เปลือกตา ถัดมาคือจมูก และหน้าอก นอกจากนี้ธุรกิจสถานศัลยกรรมในบ้านเราก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ได้มีการตรวจพบสถานศัลยกรรมในประเทศไทยถึง 17,330 แห่ง และวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ในช่วง 20-25 มีแนวโน้มที่จะศัลยกรรมเพิ่มขึ้นทุกวัน

ดวงตา การทำศัลยกรรม
อันดับ 1 ที่คนไทยนิยม

เพราะว่าลักษณะดวงตาของคนไทย กลายเป็นหนึ่งในปัญหาบนใบหน้าคือมีชั้นหนังตาตก และเมื่อมีอายุมากขึ้นจะมีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดังนั้นหากใช้วิธีใส่คอนแทคเลนส์และไม่สามารถช่วยให้ตากลมโตขึ้นได้ การทำศัลยกรรมตาสองชั้น เพื่อให้มีดวงตาที่กลมโต ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้รูปหน้าชัดเจนยิ่งขึ้นจึงกลายเป็นทางออกยอดนิยมเมื่อคนไทยอยากหันหน้าพึ่งศัลยกรรม เจ้าของสถานศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับทาง BBC Thailand ว่า เมื่อก่อนการทำศัลยกรรมแก้ไขเปลือกตาจะพบในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีชั้นหนังตาที่ตกลงมาตามธรรมชาติ ทำให้บางครั้งขนตาม้วนเข้ามาจนมีแผลที่กระจกตา อย่างไรก็ตามวัยรุ่นไทยเริ่มที่จะทำศัลยกรรมเพื่อให้ตนเองมีตาสองชั้นมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะมีหนังชั้นตาที่ตกลงมาแล้ว บางคนยังมีเชื้อสายจีนจึงทำให้มีตาชั้นเดียว เวลาจะแต่งหน้าก็ลำบาก อีกทั้งการใช้เทปติดตาสองชั้นก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาวของคนที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน

ศัลยกรรม กับ ธรรมชาติ

วิธีการทำศัลยกรรมที่แนะนำคือเสริมให้สวยอย่างธรรมชาติ ไม่ใช่สวยอย่างคนทำศัลยกรรม โดยเมื่อมองแล้วจะต้องไม่แปลกตา ใบหน้าได้รูปสมส่วน ไม่มีส่วนไหนที่แหลมหรือพุ่งจนเกินไป ทั้งนี้อยากให้นึกถึงผลลัพธ์ของความไม่พอดี อะไรที่ฝืนธรรมชาติเกินไป แน่นอนว่าสักวันหนึ่งก็ต้องมีขีดจำกัด อย่าเข้าออกสถานศัลยกรรมเพื่อแก้ไขรูปหน้าหลายสิบครั้งจนโครงหน้าบิดเบี้ยว อีกทั้งต้องตรวจสอบความปลอดภัยของคลินิกอย่างดี และที่สำคัญคือต้องเชื่อคำแนะนำของแพทย์ อย่าดันทุรังทำศัลยกรรมจนเกิดผลลัพธ์ที่น่าเสียใจ จากคิดว่าจะมาทำสวย แต่กลับต้องเจ็บตัวอีกหลายรอบเพื่อแก้ความผิดพลาดที่เชื่อเลยว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

 

เพราะธรรมชาติสอนให้เราเข้าใจ
ว่าไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

 

วันนี้คุณในวัยที่เรียกว่า ‘สะพรั่ง’ กำลังงดงามและมั่นใจในตัวเองอย่างที่สุด แต่อย่าลืมว่าคุณในอีก 40-50 ปีข้างหน้าก็ไม่อาจสวยงามเป็นเด็กสาวได้เหมือนเวลานี้หรอก คนภายนอกจะมองว่าคุณเป็นคุณป้าหรือคุณยายที่ดูงดงามและมีความสุขได้จากจิตใจจริงๆ ต่างหาก

ดังนั้น ‘พอดี’ จึงดีที่สุด

 

 

 

 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD เข้าใจ ‘ศัลยกรรม’ ในวันที่ความสวยไม่ได้หยุดแค่บนโต๊ะเครื่องแป้ง