แป้ง
09 April 2019

มหากาพย์ ‘แป้ง 10 ประเภท’
เพื่องานผิวเนียนเป๊ะ! ไม่มีโป๊ะ!

หนึ่งในปัญหาโลกแตกของคุณสาวๆ คงหนีไม่พ้นการเดินเข้าร้านเครื่องสำอางและยืนสับสนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเลือก ‘แป้ง’ ให้ตรงกับเฉดสีผิวของตัวเองได้อย่างไร ? อีกทั้งวงการเครื่องสำอางยังขยันออกผลิตภัณฑ์แป้งมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแป้งอัดแข็ง แป้งผสมรองพื้น แป้งฝุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย

ชวนให้อดคิดไม่ได้เลยว่า รุ่นคุณย่า คุณยาย เขามีตัวเลือกด้านเครื่องประทินผิวละลานตา ชนิดที่ไม่รู้จะหยิบใช้แบบไหนดีเช่นเดียวกับสาวๆ ในยุคเราหรือไม่ ? ตาม TipsDD มาเปิดโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมเผยมหากาพย์ของผลิตภัณฑ์ที่เป็น Must Have เรื่องงานผิวสวยเนียนเป๊ะกันได้เลย

ดูแลผิวบางเบากับ ‘แป้งน้ำรองพื้น’

หลายคนอาจไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วแป้งน้ำรองพื้นยี่ห้อ Happy อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 60 ปี นับว่าเป็นรองพื้นแบบขวด ที่ดูแลความงามมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แถมยังราคาไม่แพง หาซื้อง่ายตามร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

แป้งตัวนี้จะให้เนื้อสัมผัสที่เบาสบาย มีกลิ่นเย็นสดชื่นสไตล์ไทย คนผิวแห้งก็สามารถใช้ได้ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ส่วนข้อเสียคือความบางเบาทำให้แทบจะไม่ปกปิดใดๆ แถมคนที่เหงื่อออกเยอะอาจจะเกิดคราบระหว่างวันได้

สาวเกาหลียังร้องว้าว ! ‘แป้งฝุ่นบีบี’ (BB Power)

สำหรับคนที่เพิ่งหัดแต่งหน้าและอยากได้ลุคเป็นธรรมชาติ เน้นความกระจ่างใสสไตล์สาวเกาหลี ลองใช้แป้งฝุ่นบีบีกระป๋องจิ๋วเป็นตัวช่วยเรื่องความงามได้เลย ตัวนี้จะให้ลุคเนียนกว่าแป้งทาตัว มีความเป็นธรรมชาติเกือบเทียบเท่าแป้งผสมรองพื้น เหมาะกับวันเบาๆ ต้องการแต่งหน้าใสๆ ซึ่งจะมีเฉดสีสำหรับคนผิวขาวอมชมพูและขาวเหลือง เนื้อแป้งมีกลิ่นหอม แนะนำ POND’S Magic BB Powder แป้งกระป๋องชมพู ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินของผิวหน้า ดีงามถึงขนาดที่บิวตี้ บล็อกเกอร์ชาวเกาหลีหลายคนรีวิว และชาวเกาหลีบินมาซื้อเป็นของฝากที่เมืองไทยเลยทีเดียว

แป้งคุมมันในตำนานของสายเมคอัพ ‘TRANSLUCENT’

เอาใจสาวไทยที่ส่วนใหญ่มีสภาพผิวมัน แต่ไม่อยากแต่งหน้าเพื่อคุมมันจนหนักเกินไป แนะนำให้เซ็ตเครื่องสำอางในขั้นตอนสุดท้ายด้วยแป้งฝุ่น Translucent เนื่องจากเนื้อแป้งละเอียดมาก บางเบา คุมมันดี และที่สำคัญคือช่วยให้เครื่องสำอางติดทนโดยไม่จำเป็นต้องโบกแป้งหนาจนไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วแป้ง Translucent จะมาในแพ็คเกจตลับทรงกลม เปิดมาเจอแผ่นพัฟหนานุ่มและรูตาข่ายสำหรับเทแป้ง แบรนด์ที่แนะนำคือ Laura Mercier แป้งในตำนานที่ฟังก์ชันครบ สาวๆ หลายคนจะต้องมีไว้ในครอบครอง แต่ราคาอาจสูงไปนิด ซึ่งหากสาวๆ คนไหนอยากสนับสนุนแบรนด์ไทยแนะนำให้ใช้ ศรีจันทร์ (Srichand Translucent Powder) เพราะคุณภาพดีมากๆ ไม่แพ้แบรนด์ดังจากต่างประเทศ คุมมันได้ดีเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย และที่สำคัญคือราคาน่าคบหา สบายกระเป๋าสุดๆ

อยากสวยเป๊ะ! แบบไม่หนักหน้าต้อง ‘แป้งผสมรองพื้น’

แป้งผสมรองพื้นเป็นไอเท็มที่สาวๆ ต้องพกติดตัวอย่างขาดไม่ได้ มาในรูปแบบตลับเป็นแป้งอัดแข็ง ช่วยปกปิดส่วนต่างๆ บนผิวหน้าให้เรียบเนียน ปรับสีผิวให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หากใช้คู่กับแผ่นพัฟ ทากดย้ำๆ บริเวณที่มีปัญหาผิวก็ไม่จำเป็นต้องทารองพื้น เพราะตัวแป้งผสมรองพื้นเขาค่อนข้างให้การปกปิดในระดับหนึ่ง แนะนำให้ทาหลังจากขั้นตอนไพร์มเมอร์ จากนั้นลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยสิว หรือจุดที่เป็นปัญหาจริงๆ แล้วจึงเซ็ตทุกอย่างให้เนียนกริบด้วยแป้งผสมรองพื้นนั่นเอง

แถม TipsDD สำหรับสาวๆ อย่างการเลือกสีแป้งให้ตรงกับเฉดสีผิวตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหน้าเทาจึงควรทดลองทาบริเวณข้างแก้มเสียก่อน รอเวลาสักครู่ แล้วสังเกตว่าสีของแป้งพอดีกับเฉดสีของใบหน้าและลำคอหรือไม่

เติมได้ระหว่างวันต้อง ‘แป้งไม่ผสมรองพื้น’

สำหรับแป้งไม่ผสมรองพื้นจะมีหน้าตาเหมือนกับแป้งผสมรองพื้นเกือบ 100% สาวๆ จึงต้องแยกประเภทให้ออก เนื่องจากเขามีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยแป้งไม่ผสมรองพื้นจะทำหน้าที่คล้ายกับแป้ง Translucent คือใช้เซ็ตเครื่องสำอางให้ติดทน คุมความมัน พรางรูขุมขน ซึ่งพอมาในรูปแบบตลับอัดแข็งเช่นนี้จึงสามารถได้ลุคการแต่งหน้าถึง 2 รูปแบบ โดยหากต้องการลุคที่ปกปิดมากให้ใช้คู่กับแผ่นพัฟ แต่ถ้าเป็นลุคแบบใสๆ สบายผิวให้ใช้แปรงปัดแป้งได้

แป้งทาผิวขาว’ เนียนสวยแบบไม่โป๊ะ!

‘แป้งเมเยอร์’ ความงามในตำนานของสาวๆ เวทีประกวดหรือที่หลายคนคนเรียกว่า ‘แป้งชุบน้ำ’  มีให้เลือก 3 เบอร์ เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์มีเฉดสีที่ขาวมากๆ สำหรับสาวไทยจึงแนะนำให้ใช้เบอร์ 3 วิธีใช้จะคล้ายกับ BB CC ทาตัวในปัจจุบัน เพราะให้งานผิวขาวผ่องกว่าสภาพผิวจริง ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

วิธีใช้คือนำแผ่นพัฟหรือฟองน้ำไปชุบน้ำให้เปียกหมาด จากนั้นนำมาแตะแป้งและทาได้ทั้งตัว หรือใครไม่ทันใจอยากพอกตัวเหมือนนางงามประกวดก็สามารถขูดแป้งให้เป็นผง นำไปบดผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยนำมาทาตัวก็ได้เช่นกันกัน

แป้งฝุ่นทาตัว’ จุดเริ่มต้นดูแลผิว

มาถึงไอเท็มพื้นฐานซึ่งเราคุ้นเคยตั้งแต่เด็กอย่าง ‘แป้งทาตัว’ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากทัลค์ (Talc) แร่ชนิดหนึ่งที่มาจากหิน มีคุณสมบัติดูดซึมความชื้นได้ดี ผ่านกระบวนการโม่ให้ละเอียด อบแห้ง ฆ่าเชื้อ จากนั้นจึงค่อยผสมน้ำหอม หรือการบูรเพื่อความเย็นสดชื่น แม้จะผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอนเช่นนี้ แต่แป้งทาตัวก็ยังไม่ปลอดสิ่งเจือปนได้ 100% ทั้งยังไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เมื่อใช้ติดต่อกันปริมาณมากเป็นเวลานานจึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะฝุ่นแป้งที่ฟุ้งจำนวนมากจะเข้าไปสะสมในปอด ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้สาวๆ ที่ชอบใช้แป้งที่มีส่วนผสมจากแร่ทัลค์ทาในร่มผ้าก็อาจเสี่ยงเกิดมะเร็งในช่องคลอดได้เช่นกัน

ดังนั้นในต่างประเทศอย่างเช่นอเมริกา จึงออกกฎหมายยกเลิกการผลิตแป้งที่ทำจากแร่ทัลค์แล้ว แต่ในบ้านเรายังไม่มีกฎหมายบังคับ ดังนั้นจึงควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะกับเด็กทารกแนะนำให้คุณแม่เทแป้งฝุ่นใส่ฝ่ามือก่อน แล้วจึงค่อยทาไปบนตัวลูกบางๆ จะดีที่สุด

แป้งเด็ก’ สูตรธรรมชาติอ่อนโยนต่อผิว

เมื่อส่วนผสมหลักอย่างแร่ทัลค์ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาว ปัจจุบันจึงมีการผลิต ‘แป้งเด็ก’ หรือที่เราเรียกว่า ‘Rice Care’ ซึ่งมีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติอย่างแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวโพด ทำให้ได้เนื้อแป้งขาวเนียน ละเอียด แถมยังผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดผื่นแพ้ต่อเด็กๆ ตลอดจนข้าวที่นำมาทำเป็นส่วนประกอบหลักยังไม่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม เป็นสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ว่าไม่สะสมภายในร่างกายจนส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจและเกิดอาการแพ้ภายในร่มผ้าแน่นอน

แป้งเย็น’ คลายร้อนสุดคลาสสิก

ไอเท็มยอดฮิตของหนุ่มสาวขี้ร้อนในบ้านเรา แถมยังเข้ากับกระแสฤดูร้อนอย่างดีทีเดียว สำหรับแป้งเย็นนั้นในบ้านเรามีหลายยี่ห้อ แต่ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานคือ ‘แป้งเย็นตางู’ แพ็คเก็จกระป๋องเหล็กที่คอยสร้างความเย็บเฉียบมานานกว่า 100 ปี

เคล็ดลับการเพิ่มความเย็บขั้นสุด คือต้องทาหลังจากอาบน้ำ ขีดเส้นใต้ตรงนี้ว่าใครที่ใจแข็งไม่พอควรเริ่มใช้ในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพราะเมื่อผิวเราเปียกหมาดๆ แล้วทาแป้งเย็นลงไป จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง 3 องศา รับรองว่าผิวเย็นซาบซ่า สดชื่นถึงใจแน่นอน

แป้งลดปัญหาสิว ‘ทานาคา’

แป้งชนิดนี้ทำจากไม้เนื้อแข็งของประเทศพม่าที่เรียกว่า ‘ทานาคา’ เป็นสมุนไพรมีกลิ่นหอมสารพัดประโยชน์ มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับเปลือกไม้สนจากฝรั่งเศส ดังนั้นเมื่อนำมาทำเป็นแป้งฝุ่นจึงช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ป้องกันแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว ช่วยลดผดผื่นคัน แถมยังป้องกันผิวถูกทำลายจากรังสียูวีได้ดี

เนื้อแป้งทานาคามีผิวหยาบ แต่ให้กลิ่นหอมเย็นๆ เล็กน้อย นำมาใช้ผสมกับน้ำเย็น แต้มหัวสิวที่กำลังอักเสบได้ผลดี แต่ก็ไม่เหมาะกับการนำมาขัดผิวแรงๆ แนะนำให้พอกไว้ที่ใบหน้าจากนั้นนวดเบาๆ จะช่วยลดความมัน ลดปัญหาผิวได้

 

เพื่อให้งานผิวของสาวๆ สวยเป๊ะ! แถมยังสุขภาพดี อย่าลืมนำเคล็ดลับที่ TipsDD นำมาแบ่งปันในวันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือกไอเท็ม Must Have บนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณ รวมทั้งให้ ‘แป้ง’ แต่ละประเภทเป็นไอเท็มเสริมความมั่นใจที่จะช่วยดูแลผิวพรรณของสาวๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันได้เลย

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD มหากาพย์ ‘แป้ง 10 ประเภท’ เพื่องานผิวเนียนเป๊ะ! ไม่มีโป๊ะ!