นิทาน
 
 
 

BEDTIME STORY
สร้างสรรค์พัฒนาการ
และ
จินตนาการด้วย ‘นิทาน’

 

วัยเด็กเป็นช่วงที่จินตนาการค่อนข้างสูง ดังนั้นพวกเขาจึงชื่นชอบการฟังนิทาน เพราะนิทานจะทำให้เด็กได้จินตนาการตามเรื่องราวต่างๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟัง นิทานจึงถือเป็นอีกสื่อที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก และยังสามารถช่วยปลูกฝังการรักการอ่านให้กับเด็กด้วย

ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ หลังจากฟังนิทานเป็นประจำ คือเป็นตัวช่วยปลูกฟังให้เด็กเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต เป็นพื้นฐานที่จะสร้างความมั่นใจ กล้าแสดงออกในเรื่องที่สมควรทำ และยังเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ-แม่ กับลูกได้เป็นอย่างดี

bedtime story

เล่านิทานอย่างไรให้เด็กสนใจ

ผู้เล่านิทานควรขึ้นต้นเรื่องให้ดูน่าสนใจ ใช้น้ำเสียงที่เสียงดัง และชัดเจน ควรผสมลีลาท่าทางประกอบให้ดำเนินไปพร้อมกับเรื่องที่เล่าด้วย เพื่อให้เด็กสนใจมากยิ่งขึ้น เมื่อเริ่มเล่าแล้วควรเล่าให้จบไปทีเดียว ไม่ควรหยุดกลางคัน หรือเปลี่ยนประเด็น เพราะจะทำให้เด็กหมดความสนใจ และรู้สึกเบื่อหน่าย เนื้อหานิทานควรมีความยาว 3-5 นาที เนื่องจากสมาธิของเด็กในช่วงวัยเล็กนั้นยังสั้น หากเนื้อหาที่เล่ามีความยาวมากเกินไป จะทำให้เด็กเกิดความเบื่อหน่าย และไม่อยากฟังนิทานอีกในครั้งต่อไป

ทุกครั้งที่เล่านิทานจบควรให้เด็กถามปัญหาที่เขาสงสัย หรือเราสามารถตั้งคำถามกลับให้เด็กได้คิดทบทวนเรื่องราวที่เล่าไป เพื่อให้เด็กได้แสดงออกถึงจินตนาการ และความคิดเขา

ช่วง 0-1 ปี

เป็นช่วงที่มีพัฒนาการทางด้านการมองเห็น เด็กจะเห็นหนังสือนิทานเป็นของเล่นชนิดหนึ่ง ทรงเหลี่ยมๆ เปิด-ปิดได้ เด็กจะรู้สึกสนุกมากถ้าเปิดเข้าไปแล้วเจอรูปภาพสีสันสดใสต่างๆ

สำหรับวัยนี้ไม่ต้องการหนังสือที่มีคำบรรยาย แต่เน้นไปที่รูปภาพที่มีขนาดใหญ่ มีความสมจริง เช่น ผลไม้ ผัก สัตว์ หรือสิ่งของที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน รูปร่างของหนังสือควรเป็นแบบผ้านุ่มๆ ไม่ควรเลือกที่เป็นแบบกระดาษธรรมดา เพราะเมื่อลูกน้อยหยิบจับอาจเกิดอันตรายได้

ช่วง 2-3 ปี

เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางด้านภาษาอย่างรวดเร็ว เริ่มมีพัฒนาการในสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ถ้าลูกชอบเรื่องไหน ให้อ่านเรื่องนั้นให้ลูกฟังซ้ำๆ จะทำให้พัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กดีขึ้น และจะส่งผลให้ลูกรักการอ่านในอนาคตอีกด้วย

หนังสือนิทานที่เหมาะสม จะเป็นประเภทที่มีเรื่องราวเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันก็ได้ เช่น การอาบน้ำ กินข้าว แปรงฟัน ในเรื่องอาจมีคำคล้องจองที่ง่ายๆ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการในการจดจำ

ช่วง 4-6 ปี

เป็นวัยที่เริ่มสนใจสิ่งรอบตัว มีการตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มาได้อย่างไร? ทำไมต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้? และเริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสมมติและเรื่องจริง

ควรใช้หนังสือที่นิทานที่มีตัวอักษรมากขึ้น เรื่องราวยังอิงกับความเป็นจริงอยู่บ้าง เช่น เจ้าหญิง เจ้าชาย ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน คำบรรยายไม่ควรมากเกินไป และขนาดตัวอักษรต้องมีขนาดใหญ่

ช่วง 7-10

เป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ สามารถรับรู้เรื่องราวที่ซับซ้อนได้ โดยเฉพาะสิ่งที่เขาสนใจ ควรส่งเสริมการรักการอ่านโดยให้ลูกเลือกอ่านสิ่งที่เขาสนใจ โดยไม่บังคับ

ควรเลือกนิทานที่มีความยาว อ่านเป็นตอนๆ ได้ เป็นเรื่องที่ชวนให้ลูกน้อยจินตนาการตาม เช่น แนวสืบสวน วิทยาศาสตร์ ผจญภัย

นิทานเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กมานาน เป็นสิ่งที่คอยสอน สอดแทรกจินตนาการ คุณธรรม ข้อคิดต่างๆ ให้กับเด็ก อีกทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ให้ลูกรู้สึกไม่โดดเดี่ยว และยังปลูกฝังให้ลูกเป็นผู้ฟังที่ดี มีความรักการอ่านในอนาคตอีกด้วย

 

 

 

 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Bedtime Story สร้างสรรค์พัฒนาการ และจินตนาการด้วย ‘นิทาน’