ท่องเที่ยวแบบครอบครัว

ให้การท่องเที่ยวแบบครอบครัว
ปลูกฝังตัวตนของลูกตั้งแต่วัยเยาว์

วันหยุดยาวถือเป็นสวรรค์สำหรับหลายครอบครัวที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่การจัดทริปเดินท่องเที่ยวแบบครอบครัวไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลยสำหรับหลายบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกน้อยวัยกำลังกระจองอแงเป็นจุดศูนย์กลาง คอยดึงดูดความสนใจและการเอาใจใส่จากทุกคน แม้ว่าการท่องเที่ยวในครั้งนั้นจะไม่ใช่การเดินทางไกลเป็นครั้งแรกก็ตาม แต่รู้หรือไม่ถ้าพ่อแม่ยอมแลกความรำคาญใจบางอย่าง ให้ทริปสุดสมบูรณ์แบบได้มีข้อผิดพลาดกลางทางบ้าง ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายนี้จะกลายเป็นห้องเรียนชีวิตดีๆ ให้ลูกน้อยได้ตั้งแต่เขายังอยู่ในวัยเยาว์  

 

ให้ลูกน้อยมีส่วนร่วมออกแบบทริปในฝัน
เพื่อเรียนรู้วิธีจัดการชีวิตตัวเอง

เชื่อเถอะว่าแค่ได้ยินพ่อแม่เอ่ยปากถึงทริปสุดสนุกที่กำลังจะมาถึง ก็ทำเอาเจ้าตัวเล็กหลายคนตื่นเต้นดีใจจนอยากจะให้วันเดินทางมาถึงเสียเดี๋ยวนี้ ในขณะที่พ่อแม่เองก็อยากไปสนุกกับลูกเต็มที แต่ก็มีบ้างที่แอบกังวลใจเรื่องแผนการเดินทางที่อาจไม่สมบูรณ์แบบดังใจ เพราะคาดการณ์ความวุ่นวายได้ตั้งแต่ทริปยังไม่เริ่ม จากพฤติกรรมจอมซุกซนของสมาชิกตัวดี ทำเอาบางบ้านจิตตกกันไปเลยทีเดียว

 

ไม่แปลกที่ความกังวลใจเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่เอาแต่เฝ้ารอวันเดินทางอย่างใจจดใจจ่อ และคงไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน หากพ่อแม่จะลองปรับวิธีคิดให้ตัวเองได้คลายความกังวลลงบ้าง โดยเฉพาะการขอให้เจ้าตัวเล็กเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง เพราะเพียงคำถามง่ายๆ อย่าง

“ทริปนี้อยากเล่นอะไรเป็นพิเศษไหม?” หรือ “อยากไปแวะเที่ยวไหนอีกหรือเปล่า?” ก็กระตุ้นจินตนาการของเขาได้อย่างเหลือเชื่อ

นอกจากนี้ การให้เขามีส่วนร่วมในการเลือกที่พักด้วยตัวเอง วางแผนจัดกระเป๋าให้เพียงพอสำหรับวันพักผ่อน ก็มีส่วนกระตุ้นความคิดด้วยเช่นกัน เพราะเด็กๆ จะค่อยๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องความเหมาะสม ความจำเป็น และความน่าจะเป็นในแต่ละโอกาส เช่น ขนาดที่พักกับจำนวนผู้เดินทาง จำนวนเสื้อผ้าที่จำเป็นต้องแพ็คใส่กระเป๋า ของเล่นชิ้นโตที่พกไปจะมีโอกาสได้เล่นจริงหรือเปล่า ฯลฯ ซึ่งนั่นจะทำให้เขารู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับการเดินทางครั้งนี้มากขึ้น แต่หากพ่อแม่เลือกแบกรับความกังวลใจไว้ที่ตัวเองเพียงฝ่ายเดียว คงน่าเสียดายไม่น้อยหากช่วงเวลาดีๆ แบบนี้จะผ่านไป โดยลูกๆ ซึ่งเป็นคนสำคัญประจำทริป ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย

ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้
จากสิ่งรอบตัวตลอดเส้นทาง

ด้วยบุคลิกของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พ่อแม่จึงไม่ควรหยุดส่งเสริมการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดของพวกเขา ด้วยการยื่นของเล่นหรือเครื่องมือสื่อสารที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่โตเกินวัย เพียงเพราะหวังตัดความรำคาญใจจากเจ้าหนูจำไมที่เอาแต่ถามตลอดทาง แต่ควรหันมาช่วยเติมเต็มความคิดและจินตนาการที่ถูกต้องและสมบูรณ์ให้เขาตั้งแต่ล้อเริ่มหมุน เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ไปในตัว โดยเริ่มจากเรื่องง่ายซึ่งสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดเป็นความรู้ใหม่ๆ ได้ รับรองว่าจะช่วยทำให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจไปได้ตลอดเส้นทาง

ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าเด็กๆ นั้นเกิดความรู้สึกเบื่อได้ง่าย ฉะนั้น บรรดาของเล่นชิ้นใหญ่ชิ้นโตถือว่าไม่จำเป็นเลย โดยเฉพาะกับครอบครัวที่ใช้บริการการเดินทางแบบสาธารณะ จะยิ่งเป็นภาระในการเดินทาง  แต่พ่อแม่ควรมองหาโอกาสสร้างการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว ให้ลูกรู้จักการสังเกต การคาดเดาสถานการณ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้เขาซักถามในสิ่งที่สงสัย จะช่วยเรื่องทักษะการสนทนา ทั้งยังทำให้พวกเขาตื่นตัวกับการท่องเที่ยวไปได้ตลอดเวลา หรือหากจำเป็นจริงๆ หลายบ้านมักใช้บรรดาสติกเกอร์ที่มีลูกเล่นหลากหลาย หรือไม่ก็สมุดวาดภาพระบายสี ซึ่งมีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวก เป็นอาวุธเด็ดมัดใจเวลาเจ้าตัวเล็กงอแง  

ฝึกฝนเรื่องวินัยและการเข้าสังคม
จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างทริป


ระหว่างการเดินทางคงมีบ้างที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือสถานการณ์ที่ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น รถติด รถเสีย การเข้าคิวรออะไรนานๆ เจอคนไม่มีมารยาททำให้หงุดหงิดใจ หรือได้รับการบริการที่ไม่น่าประทับใจ ขั้นแรกคุณพ่อคุณแม่นั่นแหละตัวดีที่ต้องระงับอารมณ์อันพลุ่งพล่านของตัวเองให้ได้ก่อน อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก แล้วหาจังหวะอธิบายให้เขาฟังต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามีความผิดพลาดหรือไม่เหมาะสมอย่างไร และไม่ลืมสอนวิธีการปรับตัวและจัดการปัญหาที่ถูกต้องไปพร้อมๆ กัน

เพราะการเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดถือเป็นบทเรียนสำคัญ ให้ลูกเรียนรู้ที่จะปรับตัวมากขึ้น เช่น เมื่อต้องรออะไรนานๆ เขาจะรู้ว่าครั้งหน้าต้องเผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น เมื่อเจอคนไม่มีมารยาทหรือบริการแย่ๆ เขาจะเรียนรู้ว่านี่เป็นตัวอย่างไม่ดีที่ไม่ควรนำไปปฏิบัติตาม หรือหากเจอผู้สูงวัยบนรถโดยสารสาธารณะ ควรสอนให้ลูกรู้จักการเสียสละและแบ่งปันที่นั่งให้ผู้อื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญให้เขานำไปปรับใช้เมื่อต้องเข้าสังคมในวาระต่อไป

ท่องเที่ยวแบบครอบครัวสร้างความทรงจำที่ดี และเปิดประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน


เพราะวัยเด็กคือช่วงเวลาที่พ่อแม่มีโอกาสได้ดูแลและอยู่ใกล้ชิดลูกมากที่สุด ต่างจากตอนโตขึ้น ซึ่งพวกเขาอาจมีเพื่อนฝูงหรือคนรักให้ต้องดูแลเพิ่มขึ้น อาจทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวต้องห่างเหินกันไป พ่อแม่จึงไม่ควรพลาดเก็บเกี่ยวช่วงเวลาอันมีค่าที่สุดเอาไว้ เพื่อบอกเล่า พร่ำสอนบทเรียนชีวิต และวางแนวทางความสุข ให้พวกเขาได้มีต้นทุนนำไปใช้ในการเติบโตควบคู่กับสังคมที่เต็มด้วยความเปลี่ยนแปลงต่อไป เมื่อถึงวันที่เขามองย้อนกลับมาในอดีต ประสบการณ์จากการเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งเต็มไปด้วยความประทับใจ จะเตือนความทรงจำได้ว่า มันคือส่วนหนึ่งที่ช่วยหล่อหลอมตัวตนของเขาในปัจจุบัน

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ให้การท่องเที่ยวแบบครอบครัว ปลูกฝังตัวตนของลูกตั้งแต่วัยเยาว์