ความคาดหวัง

อย่าให้ความคาดหวัง
กลายเป็นเนื้อร้ายทำลายลูก

สถาบันครอบครัวถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการหล่อหลอมเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ คงเป็นเรื่องปกติที่พ่อและแม่จะตั้งความคาดหวังเอาไว้ในตัวลูก ‘ลูก’ ที่เป็นตัวแทนของความรัก เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ แต่ทว่าความคาดหวังที่สูงมากเกินไปอาจเป็นดาบสองคม ทิ่มแทงลูกรักทางอ้อมโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว

ความคาดหวัง

ลูกต้องมีอนาคตที่ดี

ลูกต้องเรียนให้เก่ง

ลูกต้องเป็นหน้าตาของพ่อแม่
และวงศ์ตระกูล

เพราะลูกคือความหวังของพ่อแม่

 

จริงๆ แล้วคำพูดเหล่านี้
เป็นการสร้างกำลังใจ หรือ ความกดดัน
ให้ลูกกันแน่

แล้วการแบกรับความคาดหวังของพ่อแม่ มันหนักขนาดไหนเชียว?

นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเพศและการเติบโตของร่างกายที่เป็นไปตามช่วงวัยแล้ว การที่เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้น ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยและการเปลี่ยนแปลงที่เขาหรือเธอต้องพบเจอ รวมถึงโลกของความเป็นจริงที่อาจจะรุนแรงและไม่ได้หวานหอมเหมือนในนิทาน


ย้อนไปเมื่อปี 2010 มีโศกนาฏกรรมสุดสลดใจเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง เรื่องราวนี้ถูกตีแผ่ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลก โดยนิตยสาร Toronto Life ที่กล่าวถึง เจนนิเฟอร์ แพน เด็กสาวชาวแคนาดาเชื้อสายเวียดนาม ที่จ้างวานฆ่าพ่อและแม่แท้ๆ ของเธอด้วยน้ำมือเธอเอง

โดยเหตุจูงใจของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดจากการเลี้ยงดูที่เข้มงวดมากเกินไป เนื่องจากพ่อและแม่ของเธอมีความคาดหวังอยากให้ลูกเป็นคนเก่งในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียน ทำให้บางวันเธอต้องทนทำการบ้านจนดึก เพราะพ่อและแม่ของเธอต้องการสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคงในประเทศแคนาดา พวกเขาจึงวางรากฐานการศึกษาไว้ให้ลูกอย่างชัดเจน เช่น เธอต้องเรียนเปียโนตอนอายุ 4 ขวบ และคาดหวังว่าเธอต้องเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันฟิกเกอร์สเกต หรือสเกตลีลาในระดับประเทศ

แต่ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางแรงกดดันของสังคมการศึกษาแบบตะวันตก และความคาดหวังที่สูงมากเกินไปจะเป็นเหมือนชนวน จุดไฟให้ลูกสาวแท้ๆ จ้างวานฆ่าพ่อและแม่ของเธอได้อย่างเหี้ยมโหด ใครหลายคนอาจจะสงสัยว่าเธอเป็นคนโรคจิตหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้แน่ๆ คือเธอเป็นฆาตกรในคราบลูกสาวสุดที่รัก

เชื่อว่าเหตุการณ์โศกเศร้าในอดีตคงเป็นอุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่หลายคน และไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ที่ขื่นขมนี้กลับมาซ้ำรอยอีกครั้งเป็นแน่

“ก็จริง ที่เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่อนำประสบการณ์ในอดีตนั้นมาปรับใช้กับปัจจุบัน แต่ไม่ได้มีอะไรมายืนยันว่าทุกสิ่งที่ดีในอดีต จะเป็นสิ่งที่ดีในปัจจุบันเสมอไป การที่พ่อแม่หลายคนชอบวางแผนอนาคตให้ลูกบนบรรทัดฐานของค่านิยมสมัยเก่า โดยคิดว่าลูกจะประสบความสำเร็จตามที่หวัง แต่บางครั้งพวกเขาอาจจะลืมไป...ว่าโลกมันได้เปลี่ยนไปแล้ว”


มีลูกอีกหลายคนที่เลือกเก็บความอัดอั้นตันใจและปัญหาทุกสิ่งอย่างไว้กับตนเพียงคนเดียว โดยทำตามคำสั่งของพ่อแม่ไปอย่างเชื่อง มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี ถ้าลูกต้องแบกรับความคาดหวังของพ่อแม่ด้วยความไม่เต็มใจ

วิธีการเลี้ยงลูก

แล้ววิธีการเลี้ยงลูกแบบไหน
ที่พ่อแม่ควรทำ

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าความคาดหวังของพ่อแม่ ที่อยากให้ลูกได้ดีและประสบความสำเร็จ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการเสมอไป และไม่ใช่ทุกครอบครัวที่ลูกจะกล้าพูดกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้น พ่อและแม่ควรวางความคาดหวังของตนไว้บนความต้องการของลูก ตั้งความหวังไปกับเส้นทางที่ลูกเลือก พร้อมผลักดันและเป็นกำลังใจให้ลูกมากกว่าเป็น ‘คนคาดหวัง’ คอยสังเกตพฤติกรรมของลูก ให้อิสระทางความคิดและชีวิต แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เป็นเหมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของลูก เมื่อล้มก็ช่วยปลอบ เมื่อพลาดก็ช่วยดึง แล้วพ่อแม่จะมีความสุขกับอนาคตที่ลูกเลือก มากกว่าการที่ลูกทำตามความต้องการของตน แล้วต้องทุกข์ทนตลอดไป

วิธีการเลี้ยงลูก

แต่สำหรับพ่อแม่บางคน แค่ลูกเป็น ‘คนดีของสังคม’ และ ‘มีร่างกายที่แข็งแรง’ ก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเขา

 

 

 

ที่มา:

https://www.konthong.com/ความคาดหวัง



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD อย่าให้ความคาดหวัง กลายเป็นเนื้อร้ายทำลายลูก