น้องพี่ที่รัก

น้อง.พี่.ที่รัก
ภาพยนตร์ที่สอนให้รู้จักคำว่า ‘พี่น้อง’

น้อง.พี่.ที่รัก คือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของค่ายหนังอารมณ์ดี GDH ที่คราวนี้ได้เวลาของการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ผ่านตัวละครพี่ชายสุดห่วยอย่าง ‘ชัช’ รับบทโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ‘เจน’ น้องสาวสุดเพอร์เฟกต์  รับบทโดย ญาญ่า อุรัศยา เสปอร์บันต์ พ่วงท้ายด้วย ‘โมจิ’ ที่รักหน้าหล่อ รับบทโดย นิชคุณ หรเวชคุณ

ว่ากันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนบทยาวนานถึง 4 ปี กว่าจะรวบรวมทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเอาไว้ เชื่อว่าทุกครอบครัวอาจไม่ได้มีพี่น้องที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกันแบบสุดขั้วอย่างชัชและเจน แต่จะทำอย่างไรให้ผู้ชมรู้สึกร่วมไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องคู่นี้ได้ นี่คือโจทย์สุดท้าทายที่รอให้ บอล วิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อยๆ แก้สมการความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ก่อนที่จะนำเสนอสู่สายตาผู้ชมที่มีสถานะเป็นลูกคนโต ลูกคนเล็ก ลูกคนกลางหรือแม้แต่คนที่เป็นลูกคนเดียว ก็สามารถรู้สึกอิ่มเอมได้กับภาพยนตร์เรื่องนี้
 

– เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ อาจมีส่วนที่สปอยล์บทภาพยนตร์เล็กน้อย ดังนั้นควรตีตั๋วชมภาพยนตร์ให้เรียบร้อย แล้วมาพูดคุยตามประสาพี่ๆ น้องๆ ร่วมกัน –

บาดแผลในใจ จากการถูกเปรียบเทียบ

ภาพยนตร์ได้นำเสนอด้านที่ตัวละครพี่น้องถูกเปรียบเทียบกันตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเรื่องผลการเรียน ชัช ผู้มากับคาแรคเตอร์ของพี่ชายสุดห่วย ที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการเรียนแม้แต่น้อย แตกต่างกับเจน น้องสาวที่มีความสามารถรอบด้าน เรียกได้ว่าเป็นเด็กมีผลการเรียนดี กิจกรรมเด่น แตกต่างจากพี่ชายอย่างสิ้นเชิง

จากพฤติกรรมที่แตกต่างกันสุดขั้วจนกลายเป็นเหมือนเหรียญสองด้านนี้เองที่ค่อยๆ สร้างปมในใจให้ชัช ซ้ำแล้วแม่ยังชอบพูดเสมอว่า “หัดเรียนเก่งให้ได้อย่างน้องบ้างสิ”

จริงๆ แล้วพฤติกรรมการถูกเปรียบเทียบเช่นนี้ เป็นเหมือนคำพูดที่ค่อยๆ เสียดแทงใจและสั่งสมในตัวเด็กโดยที่ผู้เป็นพ่อแม่อาจไม่รู้ตัว เนื่องจากคิดว่าการพูดเปรียบเทียบเป็นหนึ่งในวิธีการอบรมที่ต้องการกระตุ้นให้ลูกพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น แต่กลับลืมคิดไปว่า มนุษย์เราเกิดมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่มีทางที่คนเราจะดีเลิศหรือมีความสามารถที่เก่งกาจแบบเดียวกันได้

 

นี่จึงเป็นเหตุให้พี่น้องมักมีพฤติกรรมและลักษณะนิสัยที่เป็นขั้วตรงข้าม เช่น ถ้าคนพี่เก่งวิชาการมาก แต่คนน้องอาจค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองที่พี่ไม่มีวันเลียนแบบได้ คือมุ่งไปด้านดนตรี กีฬาและศิลปะ หรือในอีกกรณีหนึ่งที่แย่ไปเลยคือ อาจกลายเป็ยคนไม่เอาถ่าน เพราะคิดว่าทำดีเท่าไหร่ก็สู้พี่ไม่ได้ ดังนั้นจึงกลายเป็นเด็กเกเร รู้สึกอิจฉาริษยาผู้อื่นและมีพฤติกรรมที่แปลกแยกจากสังคม 

“พี่ไม่ได้เกลียดเจนนะ แต่แค่รู้สึกเกลียดตัวเองเวลาที่อยู่กับเจน”

นี่อาจเป็นผลจากการถูกเปรียบเทียบบ่อยๆ สุดท้ายแล้วเมื่อโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัว ชัชเริ่มเปรียบเทียบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตระหว่างตนกับน้องสาว แน่นอนว่าฝ่ายพี่ชายอย่างตนยังเป็นรองอยู่มาก อย่างไรก็ตามการเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียอย่างเดียว เพราะหากเรามีคนอื่นเป็นแบบอย่างเพื่อให้รู้สึกว่า ฉันอยากทำได้แบบเขาจังเลย หรือ ฉันอยากประสบความสำเร็จแบบนี้บ้าง ถ้ามีความรู้สึกที่อยากพัฒนาตนเองแบบพอดี การเปรียบเทียบอาจกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คุณอยากพัฒนาตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายได้ แต่ในทางกลับกันหากมีมากเกินไป แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นกับความกดดันและเกิดความรู้สึกแง่ลบในที่สุด

เพราะว่าเป็น ‘พี่’ จึงต้องเป็นผู้ให้เสมอ ?

บางทีการสอนลูกคนโตว่าต้องเสียสละของเล่นให้น้อง เพื่อที่น้องจะได้ไม่ร้องไห้ อาจจะเป็นการจบปัญหาแบบที่ผู้ใหญ่คิดว่าสุดท้ายพี่น้องก็ไม่ทะเลาะเพื่อแย่งของเล่นกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่าหลังจากเหตุการณ์สงบศึกนั้น ความรู้สึกของคนเป็นพี่จะเป็นเช่นไร…

อย่าทำให้คนเป็นพี่ต้องเป็นฝ่ายเสียสละทุกครั้งจนเด็กเกิดความรู้สึกว่า เขาทำอะไรผิด ทำไมจู่ๆ พ่อแม่ก็รักแต่น้อง ทางที่ดีพ่อแม่ควรสอนให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักคำว่าเสียสละร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้ให้ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้รับเสมอ ลองปรับให้ลูกแบ่งปันความรู้สึกและสถานะของการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างช้าๆ ฝึกให้เด็กเข้าใจกับคำว่าการเสียสละที่มาจากใจจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพราะถูกพ่อแม่บังคับ แบบนั้นน่าจะดีกว่า

อย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะเห็นฉากของการแสดงความรักและความห่วงใยตามแบบฉบับของพี่น้องคู่กัดแทรกอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ฉากที่ชัชและเจนนั่งปรับความเข้าใจกันกลางดึก ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นทั้งสองคนยังมีความรู้สึกไม่พอใจติดค้างกันอยู่ แต่ชัชค่อยๆ ขยับเท้าเขี่ยยากันยุงไปใกล้น้องสาว ฉากนี้สื่อให้ผู้ชมเห็นว่า พฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ ในเรื่องเล็กน้อย เป็นธรรมชาติของพี่น้องคู่นี้ที่สื่อสารถึงกัน โดยไม่ต้องมีคำพูดหวานหูหรือการกระทำที่แสดงออกอย่างชัดเจน

DNA ของความเป็นพี่.น้อง

DNA ที่จะพูดถึงนี้ไม่ใช่หน้าตาระหว่างพี่น้องที่เหมือนกัน แต่เป็นความชอบและความสนใจที่คล้ายคลึงกันอย่างยากที่จะปฏิเสธ อาจเป็นเพราะความใกล้ชิดและการเลี้ยงดูให้อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเป็นน้องมักมีพฤติกรรมเลียนแบบ หรือได้อิทธิพลหลายอย่างมาจากคนเป็นพี่ ดังเช่น  ‘นิ้วกลม’ นักเขียนชื่อดัง ได้ฝากแง่คิดในประเด็นของพี่น้องเอาไว้ว่า “ถ้าเราไม่รู้สึกว่าเขาเป็นฮีโร่ เราจะไม่ตามบุคลิกนั้น”

หรือว่าลึกๆ แล้ว เจนมองว่าพี่ชายสุดห่วยคือฮีโร่ ? ….

ถ้าพูดถึงความรู้สึกที่เจนมีต่อชัช แม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมไม่เอาไหนของพี่ชาย  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจนในวันนี้ ได้รับอิทธิพลด้านรสนิยมและความชื่นชอบในวัยเด็กมาจากพี่ชายแบบเต็มๆ  ไม่ว่าจะเป็น ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ชอบเล่นเบสบอลและชอบดูฟุตบอล ซึ่งลึกๆ แล้วเธอก็คาดหวังว่าจะมีพี่ชายแสนดี ที่คอยดูแลปกป้องน้องสาวได้ทุกเรื่อง หรือในมุมของพี่น้องบางคู่ ซึ่งมีลักษณะความสัมพันธ์แบบพี่สาวกับน้องสาว ก็อาจแสดงออกถึงความสนิทสนมกันจากพฤติกรรมการหยิบยืมข้าวของหรือในบางคู่อาจจะถึงขั้นใช้ตู้เสื้อผ้าตู้เดียวกันเลยก็ได้

หรือความแตกต่าง จะช่วยเติมเต็มชีวิต

แม้ว่าคนเป็นพี่น้องจะมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันมาก จนบางคู่ทะเลาะกันบ่อยตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ต้องตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่า ทำไมจะต้องทนกับคนที่มีนิสัยแตกต่างกับเราขนาดนี้ เช่น หากฝ่ายหนึ่งเป็นคนสกปรกมาก อีกฝ่ายจะเป็นคนรักความสะอาดไปโดยปริยาย หรือถ้าใครคนหนึ่งมีนิสัยใจร้อนและโมโหร้าย อีกฝั่งกลับเป็นคนเงียบและใจเย็น พฤติกรรมขั้วตรงข้ามเหล่านี้เกิดจากความรู้สึกที่ต้องการเติมเต็มในส่วนที่อีกฝ่ายบกพร่อง ซึ่งเป็นทางออกของการอาศัยอยู่ร่วมกัน 

งานวิจัยของ Jill Suiter นักสังคมวิทยาจาก Purdue University ที่ศึกษาความรู้สึกของครอบครัวที่มีพี่น้องอยู่ในวัยผู้ใหญ่ (23-68 ปี) ทั้งหมด 708 คน จำนวน 274 ครอบครัว พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่รู้สึกดีกับพี่น้องตัวเอง และจำเรื่องที่พ่อแม่ลำเอียงเมื่อตอนเด็กได้

สิ่งนี้เองที่แสดงให้เห็นว่า คนที่อาจเคยเสียความรู้สึกจากการกระทำต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพี่น้อง ลึกๆ แล้วไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดชังพี่น้องของตนเองแม้แต่น้อย แต่ยังรู้สึกดีที่ตนเองมีพี่น้องให้ปรึกษาเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต

“ถ้าผมมีลูก ผมจะมีลูกมากกว่าหนึ่งคน
เหตุผลก็คือ อยากให้ลูกเรามีพี่น้อง มันเป็นสิ่งที่ดี
ไม่ว่าเราจะรักกันหรือสนิทกันหรือไม่
แต่มีพี่น้องเกิดจากมดลูกเดียวกันมันพิเศษครับ”

– บอล วิทยา ทองอยู่ยง –

เรื่องราวของชัชและเจน อาจกำลังบอกเราอยู่ว่า ‘พี่น้องมันเลิกเป็นและเลือกเป็นไม่ได้’ เพราะคงไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเราจะเกิดมามีพี่น้องที่เพียบพร้อมกว่าเราทุกกระเบียดนิ้ว หรือเป็นคนที่เห่ยกว่าเราจนน่าปวดหัว และไม่ว่าคุณจะเป็น #ทีมพี่ หรือ #ทีมน้อง สุดท้ายแล้วสิ่งที่สามารถรับรู้ได้เสมอ คือคนในครอบครัวเป็น ‘ทีมเดียวกัน’

 

 

 

ที่มา:
https://www.orami.co.th/magazine/mom-older-siblings-improve-kids-vocabulary/
https://soundcloud.com/soundsgood2018/ep-3



tags : , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD น้อง.พี่.ที่รัก ภาพยนตร์ที่สอนให้รู้จักคำว่า ‘พี่น้อง’