พ่อแม่รังแกฉัน
 
 
 

พ่อแม่รังแกฉัน
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของพ่อแม่
ที่ส่งผลต่อลูกในอนาคต

 

ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ ความรักที่พ่อแม่มีให้ต่อลูกคือความรักที่บริสุทธิ์โดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน คอยเฝ้าทะนุถนอมและเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่เล็กจนโต แต่สิ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่นั้นก็คือการเลี้ยงดูลูกด้วยความรักที่มากเกินไปอาจเป็นการทำร้ายลูกทางอ้อม

“พ่อแม่รังแกฉัน”

หลายคนคงคุ้นหูกับคำนี้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลูกที่ถูกพ่อแม่ทุบตีหรือทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการเลี้ยงดูลูกในแบบที่ผิดจนส่งผลเสียไปถึงอนาคตของเด็กนั่นเอง หากคุณพ่อคุณแม่หรือใครที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ในอนาคต เราอยากให้คุณได้อ่านบทความนี้เพื่อศึกษาและคิดทบทวนว่าคุณกำลังเลี้ยงลูกในแบบ “พ่อแม่รังแกฉัน” อยู่หรือไม่? หากใช่...แปลว่าคุณกำลังทำร้ายลูกของตัวเองอยู่โดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะอยากจะเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แม้จะหลงลืมการสอนด้วยเหตุผลและความถูกต้องไป ทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจกำลังสปอยล์ (การตามใจจนเสียนิสัย) ลูกอยู่โดยไม่รู้ตัว... ลองคิดดูว่าพฤติกรรมของเราในการเลี้ยงดูลูกเป็นการตามใจหรือบังคับลูกมากเกินไปหรือเปล่า?

การเลี้ยงดูลูกแบบที่ผิด
จะส่งผลเสียอย่างไร


ตามใจมากเกินไป
เป็นพฤติกรรมของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกแบบตามใจทุกอย่าง ลูกต้องการสิ่งใดขอให้บอก พ่อแม่นั้นจะคอยหามาให้ โดยไม่เคยสอนลูกด้วยเหตุผลว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก และปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเอง เมื่อลูกได้ออกไปเจอสังคมภายนอกจะทำให้เขาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยาก การถูกเลี้ยงมาแบบตามใจจะทำให้ลูกไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้เลย แถมยังขาดความอดทนเพราะสิ่งที่อยากได้นั้นเคยได้มาแบบง่ายๆ

รักและปกป้องลูกมากเกินไป การเลี้ยงดูที่ทะนุถนอมมากเกินไป เหมือนไข่ในหินที่ไม่ยอมให้เด็กได้ไปเจอกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายนอก ไม่ยอมให้ห่างจากสายตาเพราะกลัวลูกที่รักจะเป็นอันตราย ลูกจึงไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง พฤติกรรมของพ่อแม่แบบนี้จะส่งผลให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตัวเองช้า การพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในตัวเองนั้นจึงมีน้อยมากเพราะไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง

การบีบบังคับและสร้างกฎเกณฑ์เพื่อให้ลูกอยู่ในกรอบ การที่เด็กทำตัวอยู่ใต้กฎระเบียบที่ตั้งไว้ พ่อแม่อาจคิดว่านั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่มีงานศึกษาหนึ่งพบว่าการเลี้ยงดูเด็กแบบเข้มงวดเกินไปจะส่งผลเสียต่อพฤติกรรมของเด็ก โดยพบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่เข้มงวดจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ยากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่สบายๆ แนวโน้มที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือ การที่พ่อแม่ตั้งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดนั้น แทนที่เด็กจะปรับตัวให้เข้าตามกฎแต่กลับกลายเป็นเด็กเหล่านั้นโตไปเป็นพวกขี้โกงและขี้โกหกจากการหลีกหนีการทำโทษต่างๆ อีกด้วย

ชอบเอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น การเอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องในครอบครัวหรือญาติคนอื่นๆ เป็นการบั่นทอนจิตใจของลูกทางอ้อม เช่น พูดว่า “ดูน้องสิ!ตั้งใจเรียนจนสอบได้ที่ 1 ของห้อง ทำไมถึงทำไม่ได้แบบน้องบ้าง”หากพ่อแม่ยังคอยพูดกับลูกแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้ลูกสร้างปมด้อยให้ตัวเองแล้วเก็บอยู่ในใจจนเด็กอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมพ่อแม่ถึงรักคนอื่นมากกว่า

การเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับลูก พ่อแม่ที่ทำพฤติกรรมแย่ๆ ให้ลูกเห็น เช่น การพูดจาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย และอีกหลายอย่าง เมื่อลูกเห็นสิ่งเหล่านี้เขาจะซึมซับเข้าไปในหัวจนกลายเป็นพฤติกรรมของตัวเองในอนาคต เพราะเมื่อเด็กเห็นแต่ไม่ถูกสอนว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด เด็กจะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่คนทั่วไปทำเป็นปกติและกลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก

พ่อแม่จอมกังวล หากพ่อแม่แสดงความวิตกกังวลในตัวลูกเกินกว่าเหตุ เช่น ไม่ยอมให้ลูกออกไปเที่ยวข้างนอกเพราะกลัวอุบัติเหตุ กลัวโดนหลอก กลัวเพื่อนจะพาไปทำอะไรไม่ดี กลัวไปหมดทุกเรื่อง จะส่งผลให้เด็กมีนิสัยที่ชอบวิตกกังวลไปด้วย เมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่จะเป็นคนที่มีแต่ความเครียด กดดันตัวเอง เครียดง่ายกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

เลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ ในบางครอบครัวที่พ่อแม่เอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้ลูก ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะคุยกับลูก ครอบครัวแบบนี้จะส่งผลให้เด็กขาดความอบอุ่นอย่างมาก ทำให้เด็กอยากไปหาความสุขนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นเด็กติดเพื่อนจนไม่เชื่อฟังพ่อแม่และจะไม่เห็นพ่อแม่อยู่ในสายตา

 

เด็กก็เป็นเหมือนผ้าสีขาวที่รอให้พ่อแม่ สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแต่งแต้มให้ผ้าขาวผืนนั้นมีสีสัน เพื่อให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกนั้นก็คือการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ อย่าให้เด็กเติบโตมาในแบบของ “พ่อแม่รังแกฉัน” เพราะอนาคตของชาติไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่มันมีส่วนมาจากการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อีกด้วย

 

 

 

 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD “พ่อแม่รังแกฉัน” ความผิดพลาดครั้งใหญ่ ของพ่อแม่ที่ส่งผลต่อลูกในอนาคต