พาลูกไปพบจิตแพทย์
27 February 2019

ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่
ควร ‘พาลูกไปพบจิตแพทย์’

ต้องยอมรับว่าสภาพแวดล้อมและสภาพสังคมของเด็กแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ในชีวิตประจำวันเด็กๆ ต้องพบเจอเรื่องราวต่างๆ นานา ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งเรื่องบางเรื่องก็อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพวกเขา โดยเหตุการณ์ทั้งร้ายและดีที่เจอจะค่อยๆ สะสม มีผลต่อกระบวนการคิด และทำให้พฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากพ่อแม่สังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของลูกให้รีบ ‘พาลูกไปพบจิตแพทย์’ เพื่อที่จะช่วยแนะนำและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้ทันท่วงที

 

เด็ก ‘ปกติ’ ก็สามารถไปพบจิตแพทย์ได้

ไม่จำเป็นว่าเด็กจะต้องมีอาการที่ผิดปกติเสมอไป เด็กปกติธรรมดาก็สามารถเข้าพบและเข้าปรึกษาจิตแพทย์ได้ด้วยเช่นกัน แถมพ่อแม่ยังสามารถสอบถามวิธีการเลี้ยงดูและอบรมลูก หรือเมื่อลูกมีปัญหาในด้านการเรียนและการเข้าสังคม พ่อแม่อย่างเราๆ ควรทำอย่างไร จิตแพทย์เด็กจะเป็นผู้ให้คำตอบเอง เพราะบางครั้งปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ภายในครอบครัวหรือที่โรงเรียน ก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของเด็กได้

ด้วยการเจริญเติบโตหรือพฤติกรรมของลูกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้พ่อแม่หลายคนมีความคิดอยากจะลองพาลูกไปพบจิตแพทย์ดูสักครั้ง ซึ่งจิตแพทย์เด็กนั้นจะเข้ามาช่วยเหลือทางด้านจิตใจและดูแลพัฒนาการของเด็กได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งหาสาเหตุของพฤติกรรมที่ผิดปกติ และให้คำแนะนำเบื้องต้นในการทำจิตบำบัด นอกจากการมาพบจิตแพทย์จะช่วยให้คำปรึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการตรวจเช็กสุขภาพจิตของเด็กไปในตัวอีกด้วย

ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์เมื่อไหร่?

อันดับแรกพ่อแม่ต้องสังเกตพฤติกรรมของลูก ว่าเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติทางจิตหรือมีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือเปล่า หากลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนไม่สามารถเรียนหนังสือหรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ นั่นเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าลูกของคุณอาจต้องการคำปรึกษาจากจิตแพทย์เด็ก โดยการสังเกตอาการผิดปกติของเด็กสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ


ความผิดปกติทางด้านร่างกาย

เป็นความผิดปกติที่เกิดจากสภาพจิตใจที่วิตกกังวล ซึ่งส่งผลให้เด็กมีอาการปวดหลัง ปวดท้อง อ่อนเพลีย และอาการป่วยอื่นๆ ตามมา ถึงแม้จะผ่านการตรวจร่างกายก็ไม่สามารถค้นพบความผิดปกติใดๆ ได้ แต่หากซักถามเรื่องราวส่วนตัว ครอบครัว หรือเรื่องที่โรงเรียน ถ้าเด็กๆ มีความกังวลในเรื่องนั้นๆ ก็จะแสดงความผิดปกติทางด้านร่างกายออกมา เช่น อาการปวดท้องเพราะกลัวถูกดุ หรืออาการปวดขาเพราะไม่อยากไปโรงเรียน อาจดูเป็นอาการที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ ความผิดปกติทางด้านร่างกายที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ การขยิบตาอยู่ตลอดเวลา กัดเล็บ ดูดนิ้ว พูดติดอ่าง ดึงผมตัวเอง เป็นต้น

ความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์

จะแสดงออกด้วยพฤติกรรมเกเร ก้าวร้าว รังแกเพื่อนฝูง พูดจาหยาบคาย หรือทำลายข้าวของ เด็กๆ บางคนอาจมีอารมณ์เศร้าซึม หงุดหงิด ชอบแยกตัวมาอยู่คนเดียว ไม่รับประทานอาหาร หรือวิตกกังวลจนไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการเรียนได้ หนักเข้าอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านภาษาและทักษะการสื่อสารที่บกพร่องได้

พ่อแม่ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาลูกไปพบจิตแพทย์

การไปพบจิตแพทย์นั้นเป็นเหมือนกับการหาหมอทั่วๆ ไป อย่าคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะบางครั้งลูกของคุณอาจไม่ได้มีปัญหาสุขภาพจิต แต่เพียงแค่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์เท่านั้น แถมการพาลูกไปพบจิตแพทย์ยังเป็นการแสดงออกว่าพ่อแม่ใส่ใจลูก ไม่ต่างจากเวลาที่เห็นลูกป่วยแล้วพาลูกมาหาหมอเลย ซึ่งก่อนที่จะไปพบจิตแพทย์พ่อแม่ก็ควรเตรียมประวัติของลูก ทั้งด้านอารมณ์ พัฒนาการ และอาการป่วยในอดีต แล้วก็ต้องบอกกับลูกอย่างตรงไปตรงมา ว่าพาลูกมาพบจิตแพทย์เพราะอะไร เพื่อให้หมอทำงานง่ายขึ้นและเพื่อให้ลูกรู้ว่าพวกคุณเป็นห่วงเขามากขนาดไหน ที่สำคัญพ่อแม่ต้องเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความเป็นจริง ช่วยกันรักษาและเปลี่ยนแปลงลูกไปในทางที่ดีขึ้นโดยการรักษานั้นจำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อปรับและดูแลพฤติกรรมของเด็ก หมอไม่สามารถสั่งยาที่จะทำให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรมภายในระยะเวลาอันสั้นได้

 

พ่อแม่บางคนกลัวคนอื่นจะนินทาว่าลูกของตัวเองเป็นบ้าหรือเป็นโรคประสาท แต่กลับลืมนึกถึงความรู้สึกของลูก ที่อาจต้องการที่พึ่งหรือคำแนะนำเพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้น พ่อแม่ควรเฝ้าระวังและหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด เลี้ยงดูลูกด้วยความรักท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น และไม่ลังเลหากจะต้อง ‘พาลูกไปพบจิตแพทย์’ เมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ควร ‘พาลูกไปพบจิตแพทย์’