พัฒนาการของลูก
 
 
 

พัฒนาการของลูกกับกีฬา
ที่ผู้ปกครองควรรู้

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นอย่างมากทำให้เด็กในยุคปัจจุบัน หันมาสนใจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่าการเล่นกีฬา ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวให้เด็กขาดการพบปะผู้คน ทั้งกับเพื่อนฝูงและคนในครอบครัว การฝึกให้เด็กเล่นกีฬา จึงเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีสังคม ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ส่งเสริมให้เขามีความกล้าแสดงออก

 

‘การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ความแข็งแรงของเด็กได้ในระยะยาวทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กเกิดความยุติธรรมและยอมรับกฎกติกาในชีวิตจริงอีกด้วย’

พร้อมลงสนาม

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกีฬา และพัฒนาการสำหรับเด็กบอกว่า การให้เด็กเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันนั้น ควรให้เด็กเริ่มเล่นเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่า 8 ปี เพราะถ้าอายุน้อยกว่านั้น จะทำให้เด็กไม่สามารถอดทนกับความเครียดได้ และเด็กยังไม่รู้จักความเป็นนักกีฬา จะตั้งความหวังไว้สูงถ้าเตรียมตัวมาดี และเกิดความเครียดได้ถ้าเขาแพ้การแข่งขัน

เด็กที่มีอายุ 8-10 ปี เขาไม่ต้องการที่จะแข่งขันเพื่อเอาชนะ แต่เขาต้องการรู้ว่าฝีมือการเล่นกีฬาของเขาเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมทีมแล้ว เขาเล่นเก่งกว่าหรือไม่!


แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเด็กอายุ 8 ปี แล้วจะสามารถเล่นกีฬาได้เลย บางคนต้องใช้เวลาถึงอายุ 10 ปี เลยทีเดียว แต่ช่วงระหว่างนั้นเขาสามารถที่จะเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาความแข็งแรงของร่างกายได้ และเตรียมตัวที่จะเป็นนักกีฬาต่อไปเมื่อมีความพร้อม ตามหลักทางพัฒนาการของเด็กแล้ว การเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันเด็กจะต้องมีสมาธิมากพอ และรู้จักการเคารพในกฎกติกา และผู้ฝึกสอน

กีฬาที่เด็กๆ จะเริ่มเล่นเป็นอันดับแรกๆ คงหนีไม่พ้นฟุตบอล โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย เด็กสามารถฝึกเล่นได้ตั้งแต่เล็กๆ แต่จะพร้อมลงแข่งขันก็ต่อเมื่อเริ่มเข้าสู่ระดับมัธยม หรือมีอายุประมาณ 11-12 ปี เพราะกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของร่างกาย ต้องมีการปะทะอาจทำให้บาดเจ็บได้ อีกทั้งถ้าเด็กไม่มีความพร้อมที่จะเล่น หรือยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์และสมาธิ อาจเกิดการทะเลาะวิวาทกับคู่แข่ง และอาจทำให้เขาไม่อยากเล่นกีฬาอีกเลย

เด็กอยากลงแข่งจริงหรือ?

การเล่นกีฬาจริงจังจนไปถึงการแข่งขัน ผู้ปกครองต้องมั่นใจก่อนว่าการที่ลูกอยากลงแข่งขันนั้น มาจากความชอบที่มาจากตัวเด็กจริงๆ ไม่ใช่เพราะตามเพื่อนหรือผู้ปกครองบังคับ แต่ถ้าเขายืนยันอยากที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจริงๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเด็กไม่ชอบการแข่งขัน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะไม่ได้ประสบความสำเร็จทางด้านกีฬา แต่เด็กยังมีทางเลือกอื่นในการเล่นกีฬา ที่ไม่ต้องเข้าสู่ระบบการแข่งขัน อาจจะเล่นสนุกๆ กับเพื่อนๆ หรือเล่นกีฬากันเองภายในครอบครัวก็ได้

แต่ถ้าเด็กเลือกที่จะต้องการเข้าสู่ระบบการแข่งขัน ผู้ปกครองต้องตามใจลูกในการเลือกประเภทเดี่ยว หรือทีม เพราะเด็กบางคนต้องการกุมชะตาการแข่งขันไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว บางคนต้องการแข่งเป็นคู่ หรือบางคนต้องการแข่งเป็นทีมเพื่อลดความกดดัน

ช่วงวัยที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬาของเด็ก 

อายุ 1-10 ปี

เป็นวัยที่มีกล้ามเนื้อและกระดูกที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ ไม่สามารถออกกำลังกายติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ได้ ชอบเล่นกีฬาที่เป็นกลุ่มกับเพื่อนหลายคน

กีฬาที่เหมาะสมควรเป็นกีฬาที่ฝึกการใช้พัฒนาการของร่างกาย และมีกติกาไม่ซับซ้อน เช่น กีฬาเบ็ดเตล็ดทั่วไป ว่ายน้ำ ปีนป่าย แต่ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กวัยนี้ไม่รู้จักการประมาณกำลัง อาจทำให้บาดเจ็บได้

อายุ 11-16 ปี

เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเด็กผู้หญิงจะมีพัฒนาการที่เร็วกว่าผู้ชายในช่วงต้น และผู้ชายจะมีพัฒนาการที่เร็วกว่าผู้หญิงในช่วงปลาย วัยนี้จะชอบกีฬาที่มีการแข่งขัน

กีฬาที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ จะเป็นกีฬาที่ใช้แรงในการเล่น เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ในช่วงวัยนี้ควรระวังเรื่องการปะทะ เพราะเป็นวัยที่เข้าสู่วัยรุ่น ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีเท่าที่ควร

อายุ 17 ปี ขึ้นไป

เป็นช่วงวัยที่กล้ามเนื้อและกระดูกเริ่มโตเต็มที่ มีความคิดวิเคราะห์ ยอมรับและเข้าใจกติกาได้เป็นอย่างดี และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ สามารถเล่นกีฬาได้ทุกชนิด

 

กีฬาเป็นสิ่งที่ดีแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเด็กด้วย เพราะการที่ผู้ใหญ่ส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาโดยขาดความสมัครใจ อาจทำให้ตัวเด็กพลาดโอกาสที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และส่งผลให้เด็กขาดโอกาสที่สำคัญในชีวิตเขาก็ได้

 

 

 

 
 


tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD พัฒนาการของลูกกับกีฬา ที่ผู้ปกครองควรรู้