ผัวกลัวเมีย

ผัวกลัวเมีย’ เรื่องไม่โจ๊ก
ของผู้ชายที่ให้เกียรติคู่ชีวิต

ในยุคที่สื่อสร้างภาพให้ผู้ชายที่คบผู้หญิงหลายคน คบซ้อน คบชู้ แอบคบน้องเมีย กลายเป็นหนุ่มที่น่าค้นหาและชวนท้าทาย ในสายตาของสาวๆ ที่อยากเอาชนะใจผู้ชายประเภทนี้ แต่กลับวางภาพให้ผู้ชายที่รับบท ผัวกลัวเมีย’ เป็นตัวรอง หรือไม่ก็เป็น ตัวโจ๊ก’ ของเรื่องเสมอ ทำให้ภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ฉันคู่รักแบบสามีเกรงใจภรรยา ถูกตีความหมายผิดเพี้ยนไปหลายแง่มุม บ้างก็ว่าผู้ชายกลัวเมียเป็นตัวตลกของสังคม บ้างก็ว่าเป็นนายเฉิ่มของแก๊งหนุ่มๆ ขณะที่ผู้หญิงบางคนแอบหลงพึงใจที่สามีอยู่ในโอวาท จนกลายเป็นค่านิยมที่ทำให้เรื่องพื้นฐานในการประคับประคองความรักอย่าง การให้เกียรติซึ่งกันและกัน’ ถูกมองข้ามไป

การแสดงออกว่ากลัวเมียของฝ่ายชาย หากไม่นับรวมว่าเป็นการแสดงออกเพื่อกลบเกลื่อนความผิด หรือต้องการตัดรำคาญพฤติกรรมจู้จี้ขี้บ่นของมนุษย์เมีย ผู้ชายที่กลัวเมียจริงๆ ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง และแน่นอนว่าเขาจะรู้สึกดีกว่า หากคนภายนอกมองการแสดงออกทำนองนี้ว่าเป็น ความเกรงใจ’ และเป็น การให้เกียรติ’ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนอยากเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังทุ่มเททำทุกทางให้ฝ่ายหญิงพอใจ

เหตุผลที่ทำให้ ผู้ชายกลัวเมีย

เห็นแก่ความสุขและความสบายใจของฝ่ายหญิง

ขึ้นชื่อว่าความรัก จะรักแบบไม่มีเหตุผลก็ย่อมได้ แต่เมื่อรักแล้ว จึงเกิดเหตุผลมากมายที่ทำให้ผู้ชายกลัวเมีย โดยสาเหตุที่ทำให้คนภายนอกมองว่าผู้ชายคนใดคนหนึ่งกลัวเมีย มักสะท้อนผ่านภาวะจำยอมต่อฝ่ายหญิงในหลายๆ เรื่อง เช่น ยอมรับความคิดของฝ่ายหญิง ยอมให้ฝ่ายหญิงจัดการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมถึง ยอมให้ฝ่ายหญิงก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว แม้การกระทำดังกล่าว จะละเมิดความเป็นส่วนตัวก็ตาม ซึ่งผู้ชายประเภทที่ ยอม’ ส่วนใหญ่มักไม่ยึดติดกับเรื่องศักดิ์ศรีในความสัมพันธ์แบบคนรัก ทั้งยังมองว่า การยอมให้กันบ้างในบางเรื่อง มีส่วนทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขและรู้สึกสบายใจมากกว่า เนื่องจากเธอจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในสายตาคนรัก และอีกสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายยอมคือ มั่นใจอยู่แล้วว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิดอะไร จึงไม่มีเหตุที่จะไม่ยอม

พระไอยการลักษณะผัวเมีย

ภรรยาวางตัวดีจนน่าเกรงใจ

ในสมัยอยุธยา มีกฎหมายฉบับหนึ่ง ชื่อ พระไอยการลักษณะผัวเมีย ตราขึ้นในปี พ.ศ.1904  ว่าด้วยระเบียบการมีเมียของชายไทย ที่ระบุว่า ผู้ชายจะยกย่องเมียกี่คนก็ได้ แต่ต้องมีการจัดประเภทของเมียเป็น ประเภท ได้แก่ เมียกลางเมือง หรือเมียหลวง, เมียกลางนอก หรือเมียน้อย และเมียกลางทาสี หรือ เมียทาส ซึ่งส่วนใหญ่ เมียกลางเมืองคือหญิงที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ หรือเห็นชอบให้แต่งงานกัน มักเป็นหญิงที่มีฐานะทางสังคมดี ทำให้ผู้ชายเกิดความเกรงใจ เพราะเห็นแก่หน้าตาผู้ใหญ่ที่เคารพ หากจะมีเมียรองคนอื่นๆ ก็ต้องขออนุญาต หรือขอความเห็นชอบจากเมียหลวง เพื่อไม่ให้เป็นการข้ามหน้าข้ามตา และให้เกียรติแด่สถานภาพทางสังคมของเธอ จึงเปรียบเมียหลวงของชายไทยสมัยก่อน เป็นเหมือนบุคคลที่ถูกยกขึ้นหิ้งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ความเกรงใจที่ว่า ยังถูกถ่ายทอดไปสู่บรรดาเมียเล็ก เมียน้อย เมียบ่าว ให้รู้จักเคารพเมียเอกตามไปด้วย ดังที่เห็นตามละครย้อนยุคของไทยหลายๆ เรื่อง โดยกฎหมายที่ว่านี้ ช่วยให้ผู้ชายปกครองคนในบ้านได้ง่าย และช่วยให้เมียทุกชนชั้นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

 

แต่สำหรับยุคปัจจุบัน ผู้หญิงที่วางตัวดี ไม่เพียงหมายถึงคนที่มีสถานภาพทางสังคมดีเท่านั้น ยังรวมถึง หญิงที่มีบุคลิกภาพดี ลักษณะนิสัยใจคอน่าเคารพนับถือ ตลอดจนมีการศึกษาอันเป็นที่ยอมรับ ยิ่งเป็นคนรู้งานในเรื่องการบริหารความสัมพันธ์ และมีวิธีการรับมือเวลาเจอสถานการณ์แย่ๆ ที่เข้ามาบั่นทอนความรักได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการนิ่งและตอบโต้อย่างมีชั้นเชิงเมื่อจับได้ว่าสามีนอกใจ ตลอดจนรู้จักแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดเมื่อถูกมือที่สามคุกคาม พร้อมหาทางออกได้อย่างราบรื่นเวลเกิดความขัดแย้ง จึงไม่แปลกหากการวางตัวในลักษณะนี้ จะกลายเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เธอมี คุณค่า’ จนน่าเกรงใจและน่าให้เกียรติในสายตาสามี

ผู้ชายกลัวการเลิกราและความขัดแย้ง

ผู้ชายส่วนหนึ่งฝังใจกับความรักที่ไม่สมหวังในอดีต โดยเฉพาะรอยแผลเก่า ที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมแย่ๆ ของตัวเอง เช่น ความเจ้าชู้ การใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง ตลอดจนการไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ เป็นเหตุให้ต้องเลิกรากับคนรักเก่าไป หรือบางคนอาจเคยถูกทอดทิ้งเพราะพฤติกรรมดังที่ว่า เมื่อถึงคราวได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อชดเชยความผิดพลาดในอดีต เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จนกลายเป็นความหวาดระเเวง ไม่กล้าแสดงออกถึงความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เลือกที่จะเก็บงำ เงียบ ยอม อดทน ท้ายที่สุดจึงกลายเป็นความกลัว กลัวความขัดแย้งในครอบครัว กลัวจะถูกทิ้งอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมผัวกลัวเมีย อย่างที่หลายคนเข้าใจ

จะเห็นได้ว่าการแสดงออกถึงความกลัวเมียของผู้ชายแต่ละคน มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นการแสดงออกถึงความรักและการให้เกียรติผู้หญิงในรูปแบบหนึ่ง แต่หากความสัมพันธ์สุดอบอุ่นนี้ ถูกตีค่าเป็นเรื่องตลก และถูกเหยียบย่ำจากคนที่รักเอง ผัวกลัวเมีย อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป

ผู้ชายกลัวเมีย

เมื่อผู้หญิงหาประโยชน์จาก
ความสัมพันธ์แบบผัวกลัวเมีย

เรื่องตลกร้ายอีกอย่างคือ มีผู้หญิงประเภทหนึ่งชอบความรู้สึกที่ตัวเองสามารถควบคุมผู้ชายได้ บางคนเคยชินกับการที่ผู้ชายยอมหรือให้ท้ายจนได้ใจ และทึกทักไปเองว่า ตัวเองสามารถชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ให้สามีได้ บ่อยครั้งจึงเผลอนำพฤติกรรมข่มสามี ออกไปใช้ในที่สาธารณะ แต่ที่ร้ายกว่าคือ จงใจแสดงออกให้โลกรู้ว่าฉันเอาสามีอยู่หมัดชนิดที่ เชื่องดั่งแมว ง่วงนอนในกุฎิ

 

แต่รู้หรือไม่ การถูกสังคมมองเป็นตัวโจ๊ก เพราะแสดงออกถึงอาการผัวกลัวเมีย ซึ่งผิดค่านิยมของไทย ที่ชายเป็นใหญ่และเป็นผู้นำ ยังไม่รู้สึกเจ็บใจเท่ากับการถูกคนรักหยามศักดิ์ศรี ท้ายที่สุด ความสัมพันธ์แบบ ผัวกลัวเมีย จึงกลายเป็นความกดดัน เก็บกด น้อยเนื้อต่ำใจ จนหมดศรัทธาในความสัมพันธ์แบบคู่ชีวิต รอวันปะทุออกมาในรูปแบบของความรุนแรงในครอบครัว หรือความเฉยชา และไม่คิดว่าการให้เกียรติเมีย เป็นเรื่องสวยงามอีกต่อไป

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘ผัวกลัวเมีย’ เรื่องไม่โจ๊กของผู้ชายที่ให้เกียรติคู่ชีวิต