Hanami Dango

THE STORY OF
HANAMI DANGO
ทำไม? ต้องกินขนมดังโงะ ตอนชมซากุระ

อิตาดาคิมัส いただきます... เป็นประโยคที่เรานึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อมีการพูดถึงวัฒนธรรมการกินของคนญี่ปุ่น โดยมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ก่อนผู้คนแดนปลาดิบจะเริ่มลงมือทานอาหาร แต่รู้หรือไม่ วัฒนธรรมการกินในเมืองแห่งแสงอาทิตย์นี้ ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ความเชื่อเรื่องการกินอาหารตามเทศกาล อย่างการกินขนมดังโงะ ระหว่างชมความงามของซากุระ ในเทศกาล ‘Hanami’ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นิยมทำติดต่อกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ดังโงะ กลายเป็นอีกหนึ่งขนมขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าแขกไปใครมาต่างก็อยากลิ้มลองเจ้าขนมเคี้ยวหนึบชนิดนี้แบบต้นตำรับดูสักครั้ง

ขนมดังโงะ มีความแตกต่าง
จากโมจิ
และไดฟูกุ

จริงอยู่ที่ขนมดังโงะ มีรสสัมผัสนุ่ม หนุบหนับ ละมุนลิ้น คล้ายกับขนมขึ้นชื่ออีกชนิดของญี่ปุ่น นั่นคือ โมจิ (Mochi ) และ ไดฟูกุ (Daifuku) แต่ความแตกต่างของบรรดาขนมชวนลองเหล่านี้อยู่ที่วัตถุดิบหลักในการปรุง โดยโมจิ ทำขึ้นจากข้าวเหนียวหุงร้อนๆ นำมาตีในครกไม้จนได้เป็นแป้งโมจิสุดเหนียว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการทำขนมอย่างหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมทำกัน ส่วนไดฟูกุ คือการนำขนมโมจิซึ่งเป็นแป้งล้วนๆ มาต่อยอดเป็นอาหารที่มีรสสัมผัสแปลกใหม่ ด้วยการสอดไส้บรรดาธัญพืชกวนน้ำตาล หรือผลไม้สดๆ เข้าไป ขณะที่ ขนมดังโงะนั้น ทำจากแป้งข้าวเจ้า 100 เปอร์เซ็นต์ จึงให้รสสัมผัสเด้งสู้ลิ้นกว่าขนม 2 ชนิดแรก นั่นเอง อย่างไรก็ตาม การทำขนมดังโงะในปัจจุบันเริ่มมีการใช้แป้งข้าวเจ้ากับแป้งข้าวเหนียวมาผสมกัน เพื่อให้ได้ขนมขึ้นชื่อที่ละมุนลิ้นและชวนทานมากกว่าเดิม

ขนมดังโงะ กับเรื่องเล่า
ของคนญี่ปุ่นในอดีต


พูดถึงการทานอาหารของชาวญี่ปุ่นแล้ว ต้องเล่าตั้งแต่สมัยโบราณ ที่มีความเชื่อกันว่าจะต้องกินอาหารให้ครบถ้วน จากทั้ง “ภูเขา” และ “ท้องทะเล” ซึ่งทั้งคู่ ถือเป็นอาหารแห่งชีวิต และนอกจากนี้ ยังมีความเชื่ออีกอย่างด้วยว่า การกินอาหารตามฤดูกาล จะทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง จากความสมบูรณ์ของวัตถุดิบในฤดูกาลนั้นๆ นับเป็นการสอดแทรก ‘ความงดงามของวิถีชีวิต’ ไว้กับ ‘วัฒนธรรมการกินที่มีความหมาย’ ได้อย่างลงตัว จนทั้งสองสิ่งผสานเป็นหนึ่งเดียว สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กไปจนแก่เฒ่า

วัฒนธรรมญี่ปุ่น

อย่างขนมดังโงะก็เช่นกัน ถือเป็นเมนูหอมหวานที่ขึ้นชื่อมากโดยเฉพาะตามแถบชนบทของเมืองต่างๆ บางหลักฐานเชื่อว่า เป็นอาหารว่างที่นิยมทานกันมาตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ.794-1185) ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลเรื่องประเพณีการชมพระจันทร์มาจากประเทศจีน เรียกเทศกาลนี้ว่า ‘เทศกาลทสึกิมิ’ (TSUKIMI) ซึ่งนิยมมากในหมู่ขุนนางและบุคคลชนชั้นสูง ที่มักล่องเรือชมความงามของพระจันทร์ และสัมผัสแสงนวลของมันผ่านเงาที่สะท้อนลงมาในน้ำ โดยยกให้เจ้าขนมดังโงะสีขาวเป็นของว่างคู่กายไปตลอดเส้นทาง จนมันกลายเป็นขนมที่ถูกเรียกขานในสมัยนั้นว่า ‘ ดังโงะทสึกิมิ’ กระทั่งประเพณีนี้ได้พัฒนากลายมาเป็น เทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวญี่ปุ่นในเวลาต่อมา จัดขึ้นตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือราวเดือนสิงหาคม - ตุลาคม ตามปฏิทินจันทรคติในแต่ละปี โดยนิยมนำขนมดังโงะมาเรียงซ้อนกันเป็นทรงพีระมิด เพื่อนำขึ้นไหว้ถวายต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันสำคัญ

 

อีกหลักฐานเชื่อว่า ขนมดังโงะมีมาตั้งแต่ก่อนสมัย Jomon แต่ก่อนนิยมทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า มีหลากหลายสีแตกต่างกันไป ไม่เว้นแม้เเต่เรื่องเล่าชวนระลึกถึงอดีต ที่ว่ากันว่า ขนมกลมๆ นามว่าดังโงะนี้ ดัดแปลงมาจากขนมแป้งปั้นก้อนซึ่งถูกทำขึ้นครั้งแรกที่ร้านชาเล็กๆ ในเมืองเกียวโต ชื่อร้าน ‘ Kamo Mitarashi’ ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้า Shimogamo สถานที่คุ้นหูคุ้นตาของบรรดานักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางไปเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย โดยรูปทรงของขนมแป้งปั้นก้อนที่ว่านี้ ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบรูปทรงของ ‘ฟองที่เกิดจากน้ำบริสุทธิ์’ เรียกว่า Mitarashi ซึ่งปรากฏให้เห็นตามทางเข้าของศาลเจ้า จึงถือเป็นต้นแบบของขนมดังโงะในปัจจุบันเลยก็ว่าได้

ขนมดังโงะ กับความเชื่อเรื่องการกิน
ของคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน

 

ปัจจุบันขนมดังโงะ ถูกนำมาเป็นอาหารว่างเคียงคู่เทศกาลสำคัญอันเลื่องชื่อของประเทศ อย่างเทศกลาชมความสวยงามของดอกซากุระ ดอกไม้ซึ่งเปรียบเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข ในฤดูใบไม้ผลิ โดยขนมดังโงะที่นิยมทานระหว่างชมซากุระผลิบาน จะมีลักษณะเป็นแป้งปั้นกลมเสียบไม้เรียงกัน 3 ก้อน นิยมทานกันหลายรูปแบบ ทั้งแบบราดซอสหวาน ราดโชยุผสมน้ำตาล โรยหนาด้วยถั่วแดงกวน หรือแบบสอดไส้ธญพืชรสหอมหวานก็มีให้ลิ้มลอง โดยขนมที่กินในเทศกาลแห่งความสุขนี้เรียกกันว่า ‘Hanami Dango’ นิยมทานคู่ชาเขียวร้อนแบบต้นตำรับของญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มความคล่องคอและตัดเลี่ยนให้กับแป้งข้าวเจ้าผสมข้าวเหนียวซึ่งมีรสหวานนำ

 

จุดเด่นของ Hanami Dango ที่หลายคนคงสงสัย นั่นคือ สีสันของแป้งที่เรียงตัวสวยเป็น 3 เฉด นั่นคือ ชมพู ขาว และเขียว โดยละสีนั้นล้วนสะท้อนความหมายที่แตกต่างกันออกไปหลายความเชื่อ

  • ความเชื่อแรก : สีชมพู แทนดอกซากุระ สีขาว แทนหิมะของฤดูหนาวที่ผ่านพ้นไปแล้ว และสีเขียว แทนฤดูร้อนที่กำลังใกล้เข้ามา
  • ความเชื่อที่ 2 : สีชมพู แทนดอกซากุระหรือดวงอาทิตย์สีแดง สีขาว คือ หิมะสีขาวที่ทิ้งร่องรอยไว้ และสีเขียว หมายถึงหญ้า Yomogi หรือต้นอ่อนที่แตกหน่อใต้หิมะ ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ของฤดูใบไม้ผลิที่มาเยือนในประเทศญี่ปุ่น
  • และความเชื่อที่ 3 : มองว่าแต่ละสี แทนระยะการออกดอกของดอกซากุระ ตั้งแต่ยังเป็นดอกตูมสีชมพู ดอกบานสีขาว และใบสีเขียว

 

ล้วนเป็นความหมายที่ช่วยให้ผู้สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น ได้สัมผัสถึงสัจธรรมชีวิตอันลึกซึ้งที่แฝงไว้ในวัฒนธรรมการกินได้อย่างเฉียบคม! ภายใต้อาหารแต่ละอย่าง ทุกความหมาย ล้วนเป็นการเริ่มต้นใหม่เพื่อรับความงดงามและสิ่งดีๆ ที่กำลังมาถึง ทั้งยังทำให้เห็นภาพของความเป็น ‘ชาวญี่ปุ่น’ ที่มีความละเอียดอ่อนจนต้องยกนิ้วให้

ทุกวันนี้ เทศกาลน่าประทับใจยังคงมีการสืบสานกันต่อไป และนำความสุขมาให้อยู่เสมอ เพราะระหว่างการนั่งชมซากุระแสนอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางผู้คนมากมาย เราจะได้ทานอาหารอร่อย ที่ผูกเอาวัฒนธรรมความเชื่อไว้อย่างแนบแน่น ถึงขนาดมีวลีที่ว่า ‘Hana Yori Dango 花より団子’ ซึ่งมีความหมายว่า นอกเหนือจากการชมเพียงดอกไม้ ก็ควรจะทานขนม (ดังโงะ) ให้อิ่มท้องด้วย…เปรียบได้ว่า เราควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็น ‘รูปธรรม’ อย่างขนมดังโงะ มากกว่าสิ่งที่เป็น ‘นามธรรม’ อย่างการชมความสวยงามของดอกซากุระ โดยพิจารณาถึงแก่นและประโยชน์ของสิ่งนั้นจริงๆ แทนที่จะหลงใหลกับรูปลักษณ์ภายนอก

 

แต่อีกนัยหนึ่ง Hana Yori Dango 花より団子 ก็สามารถใช้เตือนใจผู้คนที่สนใจแต่เรื่องปากท้อง อาหารการกิน โดยไม่สนใจความความงดงามที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือได้เช่นเดียวกัน! ซึ่งหากมองดูแล้ว ในบางครั้ง ผู้ที่มาชมดอกซากุระ มักใช้เทศกาลนี้ในการสังสรรค์ จิบเบียร์หรือสาเก พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มากกว่าการชมดอกซากุระที่อยู่รอบตัว (แม้จะถือเป็นเทศกาลแห่งความสุขสำหรับการสังสรรค์ก็ตาม) วลีที่กล่าวมาแล้ว เลยพอจะช่วยดึงให้ทุกคนหันกลับมาใส่ใจกับความเก่าแก่ของเทศกาลมากขึ้น

หากใครมีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาลชมซากุระพอดี อย่าลืมหาร้านขายขนมดังโงะ ที่มักอยู่ใกล้ๆ จุดชมซากุระ เพื่อลิ้มรสชาติสักครั้งในชีวิต หรือจะถ่ายภาพดังโงะ 3 สี เป็นที่ระลึกเอาไว้บ้างก็ได้ และอย่าลืมใช้ช่วงเวลานี้ให้คุ้มค่า ดื่มด่ำกับการชมทัศนียภาพ พร้อมสนุกสนานไปกับการท่องตำนานขนมดังโงะที่เต็มไปด้วยความหมาย แล้วการไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งใหม่ของคุณ จะมีความสุขกว่าที่เคย

 

 

 



tags : , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD The Story of Hanami Dango ทำไม? ต้องกินขนมดังโงะ ตอนชมซากุระ