กาแฟ

IT’S COFFEE TIME
ความสุขง่ายๆ ที่สร้างได้
เมื่อเป็น‘คอกาแฟ’

เครื่องดื่มกลิ่นหอมกรุ่นที่โชยมาเตะจมูกในทุกเช้า กลายเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่สำหรับใครหลายคน กาแฟแก้วเดิมมาพร้อมกับรสชาติที่คุ้นเคย เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ที่สะกดให้เราตกหลุมพรางอย่างง่ายๆ จนยอมพาตัวเองเข้าสู่การเป็น ‘คอกาแฟ’ อย่างไม่มีเงื่อนไข ลองมาทำความรู้จักกับเครื่องดื่มแก้วนี้ไปพร้อมๆ กัน บางทีคุณอาจจะหลงรักชั่วโมงแห่งความสุขนี้เหมือนกับเราอย่างไม่ทันตั้งตัว

Arabica

กาแฟ (Coffee) หรือที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 เรียกกันว่า ข้าวแฟเป็นเครื่องดื่มโบราณที่ทำมาจากเมล็ดของผลกาแฟ มีลักษณะเป็นผลกลมรี เมื่อสุกจะมีสีแดงสดคล้ายกับลูกเชอร์รี สันนิษฐานว่าพบครั้งแรกในแถบประเทศเอธิโอเปีย จริงๆ แล้วกาแฟมีหลายสายพันธุ์ แต่ว่าสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกคือ กาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica) มีรสชาติและกลิ่นที่หอมละมุน ซึ่งต่างจากกาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) ที่ให้รสสัมผัสที่กระด้างกว่า จึงถูกนำมาทำเป็นกาแฟสำเร็จรูปหรือต้องผสมกับสายพันธุ์อื่นๆ

Latte Art

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่คล้ายกับงานศิลปะ

 เพราะแต่ละแก้วจะมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป ทั้งยังต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เพียงแค่การนำเมล็ดกาแฟมาเติมน้ำร้อนลงไปเพียงเท่านั้น แต่ทุกอย่างต้องมีจังหวะที่ลงตัว ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ การคั่วและบดเพื่อให้ได้ความหยาบและละเอียดไม่เหมือนกัน ตลอดจนฝีมือในการชงของบาริสต้า (Barista) ซึ่งจะทำให้ได้กาแฟรสชาติดีและส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง

และหากกล่าวถึงงานศิลปะบนแก้วกาแฟ หลายคนคงจะนึกถึง ‘ลาเต้อาร์ต’ (Latte Art) ซึ่งเป็นทักษะระดับสูงของบาริสต้าในการวาดลวดลายบนฟองนมของแก้วลาเต้ร้อน ทั้งนี้ความน่าสนใจคือบาริสต้าชาวไต้หวันที่พัฒนาฝีมือการทำลาเต้อาร์ต จนได้เป็นผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนใคร อย่าง 3d Latte ภาพ 3 มิติลวดลายน่ารักที่นูนขึ้นมาจากฟองนม ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นไม่น้อยเลยทีเดียว

3d Latte

คาเฟอีน เพื่อนคู่ใจของกาแฟ

คนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเป็นคอกาแฟ นอกจากจะติดใจในรสชาติและกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟแล้ว ยังเรียกได้ว่าเสพติดการดื่มกาแฟ เพราะเครื่องดื่มแก้วนี้กลายเป็นพลังงานสำคัญที่ทำให้สมองตื่นตัวได้ดีทีเดียว เพราะในกาแฟหนึ่งแก้ว จะมีสิ่งที่เรียกว่า คาเฟอีน (Caffeine) ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่ง มีสีขาว รสชาติขม สามารถละลายตัวได้ดีเมื่อเจอน้ำร้อน และมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้อย่างไม่น่าเชื่อ พบได้ในพืชกว่า 60 ชนิดทั่วโลก แต่ที่เรารู้จักกันดีคือสามารถพบได้ใน ชา กาแฟ และโกโก้

Coffee

Coffee Therapy

องค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่น่าหลงใหลคือ ‘กลิ่น’ ซึ่งเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ทำให้กาแฟแก้วนั้นมีรสชาติดีขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้ สังเกตง่ายๆ แค่เราเดินผ่านร้านกาแฟและได้กลิ่นหอมมาจากในร้านก็ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจนอยากเดินเข้าไปสั่งกาแฟมาดื่มสักแก้ว นอกจากนี้กลิ่นของกาแฟยังช่วยลดความเครียดและลดอาการง่วงซึมได้ดีทีเดียว

Coffee Therapy

มีงานวิจัยที่ช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับกลิ่นของกาแฟเอาไว้ว่า คนเราสามารถรับรู้กลิ่นจากเครื่องดื่มชนิดนี้ได้ 2 ลำดับ ลำดับแรกคือทางจมูก โดยเราสามารถได้กลิ่นหอมกรุ่นโชยมาจากแก้วกาแฟเป็นสัมผัสแรกตั้งแต่ชงเสร็จ ลำดับต่อมาคือทางโพรงจมูก ซึ่งจะสัมผัสได้เมื่อเราดื่มกาแฟเข้าไป สัมผัสของรสชาติกาแฟจะค่อยๆ แทรกซึมอยู่ด้านในริมฝีปาก จากนั้นกลิ่นหอมจะอบอวลอยู่ภายในสักระยะโดยส่วนสัมผัสนี้จะช่วยให้ดื่มด่ำไปกับการรับรสชาติได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามกาแฟจะส่งกลิ่นหอมได้มากหรือน้อยนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รวมทั้งขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟที่ต้องอาศัยทั้งความร้อนและระยะเวลาพอเหมาะ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้กาแฟมีรสชาติดีเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้แก่คอกาแฟอย่างน่าอัศจรรย์

กาแฟ กับความหมาย
ที่มากกว่าเป็นเครื่องดื่ม

อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมและรสชาติที่ช่วยเรื่องความผ่อนคลาย ด้วยเหตุนี้กาแฟจึงเป็นเครื่องดื่มแห่งการเข้าสังคม บนโลกนี้มีร้านคาเฟ่ซึ่งพร้อมเสิร์ฟกาแฟแก้วพิเศษ เคียงคู่กับขนมหวานน่ารับประทานอยู่นับพันแห่ง จุดเด่นของคาเฟ่ที่แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป คือ บรรยากาศที่นั่งสบายทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของกาแฟไปทั่วร้าน จนทำให้คาเฟ่หลายแห่งกลายเป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน และพื้นที่แห่งการเข้าสังคมไปโดยปริยาย หากจะให้เปรียบเทียบกับวัฒนธรรมในสมัยก่อนของคนไทย ภาพของ‘สภากาแฟ’ซึ่งเป็นจุดนั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบและพื้นที่รวมพลของชุมชนก็ใกล้เคียงไม่น้อย

 

“ขอกาแฟสักแก้วก็ได้ครับ/ค่ะ”

แม้จะยังไม่รู้ตัวว่าคุณเองก็เป็นคอกาแฟเช่นกัน แต่หากมีโอกาสได้ลองสำรวจตัวเองสักหน่อยและพบว่าคำพูดนี้กลายเป็นคำตอบประจำตัวของคุณไปเสียแล้ว อาจเป็นเพราะรสชาติขมๆ ฟองนมนุ่มๆ กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่โชยมาเตะจมูก หรือความสุขที่มักก่อตัวขึ้นเสมอเมื่อได้เสาะหากาแฟรสชาติถูกใจ ความรู้สึกเช่นนี้แหละที่ยืนยันได้ว่าคุณกำลังเป็นคอเดียวกับเรา ... ‘คอกาแฟ’

 

Did you know?
‘แตกต่างกันอย่างไร? และรสชาติ
แบบไหนใช่ที่สุด!’

Coffee

เอสเพรสโซ (Espresso)

คือกาแฟที่เสิร์ฟเป็นแก้วร้อนในปริมาณเพียง1-2 อึกเท่านั้น เหมาะกับคนที่ชอบดื่มกาแฟที่รสเข้มจัด เพราะจะได้รสชาติของความเป็นกาแฟแท้ๆ โดยไม่มีส่วนประกอบอื่นมาผสม

 

อเมริกาโน (Americano)

เหมาะกับคนที่ยังชอบดื่มกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น แต่ไม่แก่จัดเหมือนกับเอสเพรสโซ สามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น เหมาะกับคอกาแฟที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีแคลลอรีน้อยแถมยังได้กลิ่นอายของกาแฟแบบเต็มๆ 

 

คาปูชิโน (Cappuccino)

มีรสชาติละมุนลิ้น และหอมหวานด้วยรสสัมผัสของโกโก้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสเข้มๆ ของกาแฟมากนัก เพราะคาปูชิโนมีส่วนผสมของฟองนม ผงชินนามอนหรือผงโกโก้

 

ลาเต้ (Latte)

กาแฟแก้วนี้มีความหอมมันด้วยนมและกาแฟที่ผสมกันอย่างลงตัว จุดเด่นคือลาเต้แบบร้อนที่มีลาเต้อาร์ต (Latte Art) ซึ่งบาริสต้าสามารถสร้างสรรค์ลวดลายบนฟองนมโดยการขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย

 

มอคค่า (Mocha)

เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสชาติเข้มจนเกินไป น่าจะถูกใจคอกาแฟมือใหม่เพราะมีส่วนผสมของช็อกโกแลตด้วยนั่นเอง และเสน่ห์ที่อยากท้าให้ลองคือการดื่มแบบเย็นในแก้วที่มีวิปครีมโปะมาด้านบนอีกชั้น นับว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของมอคค่าที่เข้ากันอย่างลงตัว

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD It’s Coffee Time: ความสุขง่ายๆ ที่สร้างได้เมื่อเป็น ‘คอกาแฟ’